TMILLอวดออเดอร์โค้งแรกพุ่ง

ทันหุ้น – TMILL ประเดิมโค้งแรกไตรมาส1/2562 ออกตัวแรง เผยยอดขายแป้งข้าวสาลีทั้งรายใหญ่และรายย่อยตั้งแต่ปลายปีก่อนล้นมือ รอทยอยส่งมอบไตรมาสแรกปีนี้เพียบ พร้อมเร่งขยายตลาดในต่างจังหวัดเพิ่ม ขณะที่ต้นทุนยังคุมอยู่ และยังคงอัตราการใช้กำลังผลิต 80% มองกำไรสุทธิเติบโตตามเป้าหมาย

นางสาวแววตา กุลโชตธาดา รองผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TMILL เปิดเผยว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2562 บริษัทคาดว่าจะมีการเติบโตที่ดีกว่าเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน เนื่องจากในช่วงปลายปี 2561 ได้รับคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) จากทั้งลูกค้ารายใหญ่และรายย่อยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายรายจะเริ่มทยอยส่งมอบในช่วงไตรมาส 1/2562

ประกอบกับจากการขยายฐานลูกค้าที่เป็นรายย่อย (SME) ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทคาดว่าในปี 2562 จะมีเพิ่มมากขึ้นเป็นมากกว่า 300 ราย จากปัจจุบันที่ประมาณ 270 – 280 ราย โดยจะกระจายออกไปทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล โดยเฉพาะในต่างจังหวัดอย่างภาคเหนือและภาคอีสาน เป็นต้น ซึ่งคาดว่าตั้งแต่ในช่วงต้นปี 2562 เป็นต้นไปบริษัทจะได้รับออเดอร์จากกลุ่มลูกค้ารายใหม่ที่เป็น SME เข้ามาเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย สะท้อนต่อการเติบโตของกำไรสุทธิตามนโยบายที่จะมากกว่า 10%

ออเดอร์ทะลัก

โดยจากออเดอร์ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization rate) ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นอีก 10% เป็น 80% จากเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อนที่ประมาณ 70% ทั้งนี้ แม้ว่าปัจจุบันการแข่งขันจะเพิ่มขึ้นจากโรงโม่แป้งที่เปิดใหม่ทำให้อาจมีผลต่อราคาขายที่อาจปรับตัวลดลง แต่ในภาพรวมด้วยฐานลูกค้าที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง ประกอบกับต้นทุนราคาซื้อข้างสาลีที่ยังคงทรงตัวในระดับที่เหมาะสม ทำให้คาดว่าปีนี้บริษัทจะสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ไม่น้อยกว่า 18 – 19%

ปัจจุบันบริษัทได้รับคำสั่งซื้อล่วงหน้า(ออเดอร์) จากผู้ประกอบการรายใหญ่มาแล้วราว 40-50% ของปริมาณขายรวม ที่มีระยะสัญญาตั้งแต่ 4-6 เดือน หรือมากที่สุดจนถึงเดือนมิถุนายน 2562 รองรับการผลิตเรียบร้อยแล้ว ในส่วนที่เหลืออีกราว 50-60% มาจากคำสั่งซื้อรายย่อย (SME) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้มาร์จิ้นที่ค่อนข้างดี ประมาณ 10-20% เทียบกับรายใหญ่ที่แม้มีวอลุ่มสูงแต่มาร์จิ้นจะน้อยราว 5% แต่ได้ความเสถียรภาพในการใช้กำลังการผลิต

โค้งแรกไปได้สวย

“แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2562 เรามองว่าจะมีการเติบโตที่ค่อนข้างดีกว่าเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาเราได้รับความสนใจจากลูกค้ารายใหม่ และได้รับออเดอร์จากฐานลูกค้าเดิมเข้ามาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีหลายรายที่เราจะต้องทยอยส่งมอบในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ขณะที่ต้นทุนข้างสาลีที่ซื้อล่วงหน้านั้นยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำทำให้เรามีการควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ดี และเชื่อว่าจะช่วยผลักดันให้อัตรากำไรสุทธิมีการเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ไม่น้อยกว่า 10%”นางสาวแววตา กล่าว

ส่วนความคืบหน้าการลงทุนติดตั้งแขนกล (โรบอท) เฟสที่ 2 ล่าสุดมีผู้รับเหมาเข้ามาร่วมประเมินราคาแล้ว 4 ราย คาดว่าในช่วงเดือนมกราคม 2562 น่าจะได้ข้อสรุปการลงทุน เบื้องต้นประเมินมูลค่าการลงทุนไม่เกิน 10 ล้านบาท และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในช่วงต้นปี 2562 เป็นต้นไป และคาดจะใช้ระยะเวลา 5 – 6 เดือนพร้อมเดินเครื่องเชิงพาณิชย์