SUSCO ทุ่ม 350 ล้าน ลุยเปิด 20สาขาใหม่ อัพยอดขายพุ่ง 8%

ทันหุ้น –SUSCO ตั้งเป้าปริมาณขายน้ำมันปีนี้โต 8% จากปีก่อน สูงกว่าการใช้น้ำมันในตลาดคาดโต 3-4% มองดีมานต์น้ำมันปีนี้โตดี รับภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัว พร้อมทุ่มงบ 350 ล้านบาท ขยายสาขา 20 แห่ง ปรับปรุงสาขาเดิน จัดหนักโปรโมชั่นดันยอด เพิ่ม ด้วยงบการตลาดกว่า 60 ล้านบาท

นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าปริมาณขายน้ำมันปี2562 เติบโต 8% ต่อเนื่องจากปีก่อน ซึ่งมาจากภาพรวมเศรษฐกิจที่มีทิศทางดี ขึ้นบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยอยู่ในแนวโน้มที่ดี ประกอบกับปีนี้มีการเลือกตั้งน่าจะทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ปริมาณการใช้น้ำมันในอุตสาหกรรมในประเทศคาดว่าจะเติบโต 3-4%

“ปีนี้ปริมาณการใช้น้ำมันน่าจะมีการเติบโตขึ้น ของบริษัทก็คาดว่าจะเติบโต 8% โตต่อเนื่องจากปีก่อน ซึ่งปีก่อนผลงานเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ปีนี้กลยุทธ์เดินหน้าต่อทั้งในด้านการขยายสาขาการจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายเพื่อให้ยอดเติบโตตามแผนงานที่ตั้งไว้ “นายชัยฤทธิ์ กล่าว

*ลุยเปิด 20 สาขาใหม่

ส่วนแผนการขยายสาขาปีนี้คาดว่าจะเพิ่มสาขาราว 20 สาขา จากปัจจุบันมีสาขาราว 230 สาขา ทำให้สิ้นปีจะมีสาขาเพิ่มเป็น 250 สาขา โดยจะมุ่งเน้นการขยายสาขาไปยังเขตชุมชนขนาดใหญ่ สถานที่ท่องเที่ยวในต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานครเป็นหลัก และจะมีสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ภายในเขตเมือง หรือบนถนนสายหลักที่สำคัญที่มีความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมาก นอกจากนี้ยังจะมีการปรับปรุงสาขาเดิมให้มีความทันสมัยมากขึ้น คาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้นรวม 350 ล้านบาท

อีกทั้งบริษัทยังคงมุ่งหวังที่จะเติบโตในทุกหน่วยธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งการขายน้ำมันส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน การขายน้ำมันอากาศยานและการขยายธุรกิจในส่วนที่ไม่ใช่น้ำมันเพิ่มขึ้น และใช้เทคโนโลยีมาเป็นส่วนช่วยในการลดต้นทุนการประกอบการ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสู่บริษัทมากยิ่งขึ้น

*จัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอด

ขณะที่ ธุรกิจ Non-oil อย่างร้านสะดวกซื้อ Lawson 108 มีแผนจะขยายอีกราว 10 สาขา และยังจะพิจารณาเปิดร้านกาแฟ รวมไปถึงยังได้เพิ่มสาขา SCG Express บริการส่งพัสดุด่วนในสถานีบริการด้วย ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีรายได้ในส่วนธุรกิจ Non-oil ทำรายได้กว่า 70 ล้านบาท คาดว่าปีนี้รายได้ในกลุ่มนี้จะมีการเติบโตได้ต่อเนื่องราว 10% ขณะเดียวกันบริษัทยังมีการทำการตลาดเพื่อสนับสนุนยอดขาย เช่นการทำโปรโมชั่น คะแนนสะสมในบัตร Smart Member ,การจัดสิทธิพิเศษร่วมกับบัตรเครดิต เป็นต้น คาดว่าปีนี้จะใช้งบการตลาดกว่า 60 ล้านบาท

สำหรับมาร์จิ้นของบริษัทมีแนวโน้มดีขึ้น เป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ตามราคาน้ำมันในตลาดโลกและอัตราแลกเปลี่ยนระหว่าง ดอลลาร์สหรัฐและเงินบาท ส่งผลให้ต้นทุนภายในประเทศลดลงด้วย โดยบริษัทจะมีมาตรการติดตามความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด รวมถึงการวิเคราะห์แนวโน้มของราคาน้ำมัน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบริษัทมีการวางแผนการซื้อและการเก็บสำรองน้ำมันในระดับที่เหมาะสมสามารถบริหารต้นทุนเพื่อแข่งขันกับตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้บริษัทยังมีนโยบายการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงาน โดยเน้นธุรกิจที่ต่อยอดจากธุรกิจเดิมของบริษัทเพื่อเป็นการขยายบริการ ฐานลูกค้า ตลอดจนเพิ่มแหล่งที่มาของรายได้ ซึ่งจะทำให้บริษัท มีความมั่นคงอย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น