SET Index พื้นฐานดี ถูกกว่าเพื่อนบ้าน

ปัจจุบัน SET Index เทรดอยู่บน Fwd PE และ Fwd PBV ปี 2019 ที่ 14.75 เท่า 1.78 เท่า ตามลำดับ ต่ำกว่าตลาดหุ้นเพื่อนบ้านอย่างเช่น ฟิลปปินส์(PE=16.87 เท่า, PBV=1.92 เท่า) อินโดนีเซีย(PE=15.74 เท่า, PBV=2.31 เท่า) มาเลเซีย(PE=16.26 เท่า, *PBV=1.6 เท่า) โดยช่วงปี 2018 SET Index เคยขึ้นไปซื้อขายที่ระดับ Fwd PE ที่ระดับ 15 เท่า และ 16 เท่า ช่วงที่ SET Index อยู่ที่ระดับ 1,700 จุด และ 1,800 จุด ตามลำดับ มองว่า SET Index ยังถือว่าน่าสนใจกว่าตลาดหุ้นเพื่อนบ้านทั้งในแง่มูลค่าและพื้นฐานนอกจากนี้ยังได้รับปัจจัยบวกในแง่ของการเลือกตั้งที่มีความชัดเจนจะช่วยดึงเม็ดเงินต่างชาติกลับมาลงทุนใน SET Index อีกครั้ง

Ishares MSCI Thailand ETF เป็นกองทุนที่เกาะตามดัชนี SET Index มีมูลค่าสินทรัพย์ปัจจุบันประมาณ 16,000 ล้านบาท ราคาหน่วยลงทุนได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยช่วง 1 ปีที่ผ่านมาราคาหน่วยลงทุนมักจะเทรดสูงกว่า NAV ในช่วงที่แนวโน้มราคาเป็นขาขึ้นและจะสอดคล้องกับการปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนี SET Index นอกจากนี้หากราคากองทุนเริ่มหักหัวลงต่ำกว่า NAV จะมาพร้อมกับแนวโน้มราคาที่เป็นขาลงสอดคล้องกับการปรับตัวลงของดัชนี SET Index เช่นเดียวกันปัจจุบันราคาหน่วยลงทุนยังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและสูงกว่า NAV เป็นสัญญาณชี้นำที่สนับสนุนมุมมองที่ว่านักลงทุนต่างชาติยังมองว่าSET Index จะปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเราคาดว่าสัดส่วนการถือครองของต่างชาติน่าจะเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันที่ 30.53% สู่ค่าเฉลี่ยปี 2018 ที่สัดส่วนการถือครองของต่างชาติใน SET Index อยู่ที่ 31.23%

สำหรับประเด็นหลักที่ตลาดยังคงต้องเฝ้าติดตามในสัปดาห์นี้คือการเดินทางไปเยือนจีนที่นำโดยคุณสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯเพื่อเจรจาข้อพิพาทการค้า หลังปธน.ทรัมป์กล่าวว่าอาจจะไม่ไปพบกับปธน.สีจิ้นผิงในเดือนนี้สร้างความกังวลว่าการเจรจาข้อพิพาทการค้าจะไม่สามารถได้ข้อยุติก่อนกำหนดการเรียกเก็บภาษีรอบใหม่ช่วงต้นเดือนมี.ค.

อย่างไรก็ตามเรายังคงมองว่าการเจรจาข้อพิพาทการค้าจะมีความคืบหน้าที่ดีก่อนกำหนดการเรียกเก็บภาษีรอบใหม่ต้นเดือน มี.ค. หรืออย่างน้อยหากยังไม่ได้ข้อตกลงกันก็น่าจะมีการเลื่อนกำหนดการเรียกเก็บภาษีออกไปเพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศการเจรจาที่ดำเนินไปด้วยดีมาโดยตลอดมา

KS research ยังคงมุมมองว่า SET Index จะปรับตัวเพิ่มขึ้นแม้จะมีการพักตัวลงมาบ้าง สำหรับกลุ่มที่เรามีมุมมองเชิงบวกและน่าลงทุนเกาะไปกับการปรับเพิ่มขึ้นของดัชนีคือ กลุ่มการบินเนื่องจากได้ประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจีน และการแข็งค่าของเงินบาท/ดอลลาร์สหรัฐฯเพราะเชื้อเพลิงเครื่องบินนับเป็นต้นทุนหลักของสายการบินถูกกำหนดอยู่ในรูปสกุลเงินดอลลาร์มอง AAV เป็นหุ้นที่น่าสนใจในกลุ่มการบิน ขณะที่ธุรกิจโรงแรมในประเทศก็จะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนด้วยเช่นกัน เลือก ERW เป็นหุ้นเด่นเนื่องจากรายได้จากชาวจีนคิดเป็นสัดส่วนถึง 14% ต่อรายได้ทั้งหมด