MVPปลดล็อกตั้งสำรอง

ทันหุ้น – MVP มองแนวโน้มไตรมาส 1/2562 โตเด่นกว่าปีก่อน เผยงานอีเว้นท์หนุนเพียบ ล่าสุดผนึกกำลัง FSMART และ DTAC ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือ EV คาดให้บริการภายในเดือนเมษายนเป็นต้นไป มั่นใจปี2562ผลงานพลิกฟื้นทำกำไรหลังปลดล็อกตั้งสำรองสินค้าคงคลัง

นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มวิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MVP กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2562 จะเติบโตที่ดีกว่าเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกันปีก่อน เนื่องจากในไตรมาสนี้บริษัทได้จัดงาน Thailand Mobile Expo 2019 ครั้งที่ 32 ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 – 10 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งจากเดิมจัดที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค โดยภาพรวมการเปิดงานวันแรกการตอบรับที่ค่อนข้างดีจากลูกค้าและจากผู้เยี่ยมชม

นอกจากนี้ภายในไตรมาส 1/2562 บริษัทยังมีการจัดงานออแกไนซ์ (ผู้จัดงาน) งานวิ่งมาราธอน จำนวน 2 งาน ที่จังหวัดราชบุรี และจังหวัดตาก และงาน e-Sports จำนวน 1 งาน เป็นต้น

ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานปี2562 บริษัทมีความมั่นใจว่าจะสามารถพลิกกลับมามีกำไร เนื่องจากบริษัทไม่มีการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายสินค้าคงคลังมือถือดังเช่นปีก่อนอีกแล้ว และในปัจจุบันก็มีการบันทึกค่าเสียหายทั้งหมดเข้ามาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้จากการขยายการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โครงสร้างรายได้ในปีนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง แบ่งออกเป็นรายได้จากงานโมบายและเทคโนโลยีประมาณ 60% ส่วนที่เหลืออรกราว 40% จะเป็นรายได้จากงานท่องเที่ยวและกีฬา (e-Sports) อย่างไรก็ตามบริษัทเตรียมประกาศงบการเงินของไตรมาส 4/2561 ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ และจะมีการแถลงแผนการดำเนินงานของปี 2562 ในเดือนมีนาคม 2562 เป็นลำดับถัดไป

ผุดแพลตฟอร์มEV

ล่าสุดบริษัทได้เซ็นสัญญา (MOU) ร่วมกันระหว่างบริษัท MVP, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC และบริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART เพื่อทำธุรกิจใหม่ที่เป็นงานให้บริการแพลตฟอร์มยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle Connectivity Platform) หรือ EV ซึ่งมีระยะเวลาสัญญาร่วมกันประมาณ 1 ปี ในเบื้องต้นบริษัทรับหน้าที่ในการให้บริการแปลงระบบปฏิบัติการให้สามารถปรับใช้งานภายในประเทศไทย รวมถึงรองรับการใช้ภาษาไทย (Localize) ให้แก่ผู้ที่นำเข้ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาจำหน่ายในประเทศ สำหรับส่วนแบ่งจากการดำเนินงานนั้น เบื้องต้นบริษัทจะรับรู้รายได้จากการให้บริการดังกล่าว ซึ่งจะเป็นการรับเต็ม 100%

นอกจากนี้ บริษัทจะรับรู้รายได้จากส่วนแบ่งรายได้จากค่าธรรมเนียม จากทางนายหน้าสัญญาการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ลิสซิ่ง (Leasing), ประกันภัย และแบตเตอรี่ เป็นต้น ที่จะเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มดังกล่าว เบื้องต้นบริษัทวางเป้าหมายยอดใช้แพลตฟอร์มสิ้นปี 2562 นี้ ที่ประมาณไม่น้อยกว่า 1 หมื่นคัน

ขณะเดียวกันนอกจากความร่วมมือกับทาง DTAC แล้ว ปัจจุบันบริษัทยังได้รับความสนใจและการติดต่อจากผู้ประกอบการหลายรายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากหน่วยงานของภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มร่วมกันกับทางบริษัทอยู่หลายราย เนื่องจากมองว่าตลาด EV มีโอกาสเติบมากขึ้น เป็นไปตามความต้องการใช้ในอนาคต