ปัจจัยตปท.กดดัน SET ตลาดมีแนวโน้มปรับตัว ASL แนะถือหรือซื้อเล่นรอบดัชนียืน 1,651 จุด

ตลาดหุ้นไทยมีแรงซื้อจากความคาดหวังต่อผลประกอบการหุ้นขนาดใหญ่ โดยสร้างจุดสูงวานนี้ที่ 1,667.01 และปรับตัวลงปิดต่ำกว่า 1,660. ลงมา ระยะสั้นการเคลื่อนไหวยังคงแนวโน้มขึ้นขาย-ลงซื้อ วันนี้ตลาดขาดปัจจัยบวก จากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจากคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของยูโรโซนในปีนี้และปีหน้า ความกังวลที่ว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจจะไม่คืบหน้า

SET : แนวต้านหลักรูปแบบหัวและไหล่กลับหัว 1,669
ดัชนี SET มีแรงซื้อเข้าใกล้แนวต้าน 1,669 ก่อนที่จะมีแรงขายทำรอบลงมาปิดต่ำ Volume เพิ่มขึ้น ระยะสั้นปรับทดสอบเน้นยืน SMA5 วันที่ทำหน้าที่เส้นแนวรับขาขึ้น 1,651 เน้นยืนเหนือสำหรับการเล่นรอบ(ลงซื้อ-ขึ้นขาย) แนวต้านระหว่างวัน 1,661-1,663 แนวต้านหลักรูปแบบหัวและไหล่กลับหัว 1,669

คำแนะนำของ ASL :ถือหรือซื้อเล่นรอบเมื่อยืนแนวรับ 1,651 ทดสอบแนวต้านขายทำรอบ

เคาะไป คุยไป :KTC

#ด้านเทคนิค
แท่งเทียนสีขาวยาวผ่านยืนแนวต้าน DoubleTop หรือ NeckLine รูปแบบสามเหลี่ยม Ascending 30.50 ขึ้นมาและมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นสนับสนุนเป็นสัญญาณซื้อแท่งเทียนแนวโน้มแกว่งตัวขาขึ้นตามรูปแบบโดยแนวต้านจุดทดสอบ 32.00/33.00 ตามลำดับ แนวรับ 30.50และ29.25=SL

คำแนะนำของ ASL : ซื้อระยะสั้นเล่นรอบเน้นยืนแนวรับ 30.50/29.25SL=29.25

#ด้านพื้นฐาน: คาดว่ากำไรสุทธิในปีนี้จะเติบโตได้ 10% ปัจจัยบวกระยะสั้น กนง. มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
ภาพรวมผลประกอบการปี 2561 บริษัทมีกำไร 5.14 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 56%YoY โดยรายได้รวมขยายตัว 9%YoY เป็นการเติบโตที่ชะลอตัวลงจากรายได้ดอกเบี้ยธุรกิจบัตรเครดิตที่ลดลงจากผลกระทบของการปรับลดลงของการคิดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตจาก 20% เป็น 18% แต่ก็ยังคงสามารถขยายฐานลูกค้าได้ต่อเนื่องและปริมาณใช้จ่ายผ่านบัตรขยายตัวกว่า 9.1%

ด้านสินเชื่อขยายตัว 6%YoY อยู่ที่ 7.8 หมื่นล้านบาท มี spread ที่ 15.10% ลดลง 3 bps จากการควบคุมต้นทุนของเงินให้ต่ำลงเป็น 2.89% จาก 3.12% จากปีก่อนหน้าด้านคุณภาพลูกหนี้ยังดีต่อเนื่อง NPL ratio อยู่ที่ 1.14% ลดลงจาก 1.32% โดย NPL ของบัตรเครดิตลดลงจาก 1.12% เหลือ 0.99% ขณะที่ NPL ของสินเชื่อบุคคลทรงตัวจากปีก่อนที่ 0.76%ปี 2562 มีแผนขยายตัวของปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรรวมที่ไม่ต่ำกว่า 15% พอร์ทลูกหนี้ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10% และพยายามรักษาคุณภาพลูกหนี้และ KTC คาดว่ากาไรสุทธิในปีนี้จะเติบโตได้ 10%ปัจจัยบวกระยะสั้น มีประเด็นที่ กนง. มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ต่อปี KTC ได้ประโยชน์จากกดารคงต้นทุนทางการเงินได้อีกระยะ รวมถึงมีเวลาที่จะ lock ต้นทุนผ่านการออกหุ้นกู้

ส่องข่าวเศรษฐกิจไทย

ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวยอมรับว่ามีความเป็นห่วงว่าการส่งออกในปีนี้อาจเติบโตได้ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ที่ 5% เนื่องจากมีความเสี่ยงที่อาจเป็นอุปสรรคสำคัญ ประกอบด้วย บรรยากาศการค้าโลกบนความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่จะมีการเจรจากันอีกครั้งในวันที่ 27-28 ก.พ. 62 รวมถึงการเจรจาระหว่างสหภาพยุโรปและอังกฤษในกรณีของ Brexit และเหตุจลาจลในภาคพื้นยุโรป (Source: สำนักข่าวอินโฟเควสท์)

Comment : เรามองว่าสถานการณ์การส่งออกในปี 2562 ต้องจับตาความผันผวนทางด้านราคาสินค้า การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่กระทบภาคการส่งออก โดยทาง สรท. ได้เสนอภาครัฐใน 2 ประเด็น ประกอบด้วย 1. Information Flow และ Physical Flow เพื่อป้องกันมาตรการกีดกันการค้าจากต่างประเทศ อาทิ การกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อมของจีนที่ส่งผลต่อการนำเข้าการนำเข้ามันสำปะหลัง มาตรการใช้ผลิตภัณฑ์ Bio Plastic ของยุโรปกดดันผู้ส่งออกไทยต้องลงทุนนวัตกรรมเพิ่ม และความล่าช้าในการเจรจาการค้าเสรีและการต่อรองสิทธิพิเศษทางด้านภาษีกับประเทศคู่ค้าสำคัญ

WORLD TRADE
ตลาดหุ้นสหรัฐ –ปิดแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจากคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของยูโรโซนในปีนี้และปีหน้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจจะไม่คืบหน้าตลาดหุ้นยุโรป –ปิดแดนลบ นาโดยการร่วงลงอย่างหนักของตลาดหุ้นเยอรมนีหลังการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซา ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารได้รับปัจจัยกดดันจากผลประกอบการที่อ่อนแอตลาดหุ้นเอเชีย –ส่วนมากเปิดแดนลบตามดาวโจนส์

COMMODITIES

ตลาดน้ำมันสหรัฐฯ –ร่วงลง 1.37 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 52.64 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันลดน้อยลงด้วย รวมทั้งรายงานข่าวที่ว่า ลิเบียอาจจะกลับมาผลิตน้ำมันอีกครั้งในเร็วๆ นี้ ตลาดทองคา–ลดลง 20 เซนต์ หรือ 0.02% ปิดที่ 1,314.20 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ดัชนีค่าระวางเรือ BDI–ปิดวันทำการล่าสุดที่ 610.00 จุด ลดลง 19.00 จุด

GLOBAL HOT ISSUE

รัฐบาลสหรัฐเปิดเผยว่า การประชุมระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีแนวโน้มอย่างมากที่จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ทันเส้นตายวันที่ 1 มี.ค. ที่ทั้งสองฝ่ายกำหนดไว้สาหรับการบรรลุข้อตกลงทางการค้า ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุว่า ถึงแม้ว่าผู้นำสหรัฐและจีนจะมีโอกาสพบกัน แต่ขณะนี้มีงานที่ต้องทำอย่างมาก และเหลือเวลาน้อยเกินไปในการทำข้อตกลงกับจีน นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังต้องเตรียมการประชุมสุดยอดกับนายคิม จอง อึน ผู้นาเกาหลีเหนือ ในช่วงปลายเดือนนี้ด้วย

ทั้งนี้ หากทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าก่อนวันดังกล่าว ปธน.ทรัมป์ก็จะเดินหน้าเพิ่มการเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จากเดิม 10% ในขณะนี้คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะขยายตัวเพียง 1.3% ในปีนี้ ลดลงจากระดับ 1.9% ในปีที่แล้ว และคาดว่าในปีหน้าเศรษฐกิจยูโรโซนจะขยายตัวที่ระดับ 1.6% ขณะที่ก่อนหน้านี้ EC คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะมีการขยายตัว 1.9% ในปีนี้ และ 1.7% ในปีหน้า EC ยังคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของ EU ซึ่งไม่รวมสหราชอาณาจักร จะขยายตัวเพียง 1.5% ในปีนี้ ลดลงจากระดับ 2.1% ในปีที่แล้ว และคาดว่าจะดีดตัวสู่ระดับ 1.8% ในปีหน้า โดย EC ระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลงนั้น มาจากผลกระทบของความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ และหนี้ภาครัฐที่เพิ่มขึ้น

 

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
ที่มา : บล.เอเอสแอล จำกัด มหาชน
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com