ไทยประกันชีวิตยกเครื่องธุรกิจ ปรับกลยุทธ์สู่“ไลฟ์อินโนเวชั่น”

ไทยประกันชีวิต เปิดแผนปี 2562 ยกเครื่องธุรกิจทั้งหมดรองรับการเปลี่ยนของพฤติกรรมผู้บริโภค สร้าง Life Innovation ในการทำธุรกิจ พร้อมเป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต หรือ Life Solutions ผ่านการพัฒนาแบบประกันชีวิต 5 กลุ่มภายใต้คอนเซ็ป “ไทยประกันชีวิต ฟิตรอบด้าน”  

นายไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงนโยบายการดำเนินธุรกิจในปี 2562 ว่า เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ และพฤติกรรมของผู้บริโภค หรือ Digital Disruption บริษัทจึงได้ยกเครื่องการดำเนินธุรกิจใหม่ หรือ Reinvent Business Model ทั้งหมดผ่านการวิวัฒนาการ (Evolution) และเปลี่ยนผ่าน (Transform) วัฒนธรรมองค์กร ทั้งกระบวนการทำงานและความคิด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารความเสี่ยง การพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยี เพื่อสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับองค์กร

โมเดลประกันชีวิตยุคใหม่

Business Model ใหม่ของไทยประกันชีวิต คือการสร้างให้เกิดนวัตกรรมแห่งชีวิต (Life Innovation) จากอดีตที่รูปแบบการดำเนินธุรกิจประกันชีวิตเป็นธุรกิจที่คุ้มครองการเสียชีวิต (Death Protection) หรือชดเชยกรณีทุพพลภาพ (Disability Income) ซึ่งผู้เอาประกันจะได้รับเงินสินไหมทดแทนเมื่อเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ

แต่ Model การทำธุรกิจของไทยประกันชีวิตต่อจากนี้ จะปรับเปลี่ยนสู่การคุ้มครองการเจ็บป่วยของลูกค้า (Illness Protection) เพื่อลดภาระค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง การส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้กับลูกค้า (Health Improvement) การวางแผนการเงินและการลงทุน สำหรับตนเองและครอบครัว อันจะส่งผลให้ลูกค้ามีสุขภาพที่ดี มีชีวิตที่ยืนยาว และมีความสุขบนความมั่งคั่งในบั้นปลายชีวิต

การสร้าง Life Innovation อย่างเป็นรูปธรรม ไทยประกันชีวิตกำหนดเป้าหมายสู่การเป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต หรือ Life Solutions เพื่อตอบโจทย์ New Business Model และตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะความต้องการด้านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ตอบโจทย์ชีวิตอย่างครบด้าน ภายใต้แนวคิดการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง หรือ Customer Centric

ฟิตรอบด้าน

โดยการพัฒนาแบบประกันในกลุ่ม Life Solutions Product หรือ “ไทยประกันชีวิต ฟิตรอบด้าน” เพื่อสร้างหลักประกันที่มั่นคง และวางแผนชีวิตให้ลูกค้าอย่างครบรอบด้านในทุกช่วงของชีวิต ประกอบด้วย 5 กลุ่มแบบประกัน ได้แก่  กลุ่ม Money Fit การวางแผนด้านการเงิน การออมเงินที่ได้ผลตอบแทนแน่นอน อาทิ ประกันออมทรัพย์ ประกันเพื่อการลดหย่อนภาษี ประกันคุ้มครองหนี้ ประกันบำนาญ เป็นต้น

กลุ่ม Investment Fit การวางแผนการลงทุนที่คุ้มค่า และได้ผลตอบแทนที่ดี เพื่อสร้างรากฐานชีวิตที่มั่นคง อาทิ ประกันควบการลงทุน Universal Life หรือ Unit Linked

กลุ่ม Legacy Fit การสร้างกองทุนมรดกเพื่อครอบครัว หรือการออมเพื่อการศึกษาบุตร เพื่อส่งต่อความรักและความมั่นคงให้กับคนที่รักและห่วงใย กลุ่ม Life Fit การสร้างหลักประกันคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ เมื่อผู้เอาประกันดูแลสุขภาพดีจะมีส่วนลดเบี้ยประกัน อาทิ ประกันประเภทคุ้มครอง ประกันประเภท Life Fit และกลุ่ม Health Fit การคุ้มครองสุขภาพและค่ารักษาพยาบาล สำหรับผู้ที่รักสุขภาพของตนเองและครอบครัว อาทิ สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ หรือคุ้มครองโรคร้ายแรง

ปัจจัยสำคัญในการ Reinvent Business Model ต้องเกิดจากคนในองค์กร ดังนั้น บริษัทต้องปรับเปลี่ยน Mindset ของบุคลากร โดยเฉพาะตัวแทนประกันชีวิต ที่ต้องเป็นมากกว่านักขายหรือผู้นำสินไหมส่งให้ลูกค้า แต่ต้องยกระดับสู่การเป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต หรือ Life Solutions Provider เป็นผู้รอบรู้ และรู้รอบ สามารถวางแผนดูแลชีวิตให้กับลูกค้าอย่างครบรอบด้าน พร้อมสร้างและส่งต่อคุณค่าที่ดีให้กับลูกค้าและสังคม

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2561 มีเบี้ยประกันรับปีแรกช่วงเดือนมกราคม – พฤศจิกายน 2561 อยู่ที่ 13,786 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 7% ในขณะที่ธุรกิจประกันชีวิตเติบโต -10% เบี้ยประกันชำระครั้งเดียว 7,795 ล้านบาท อัตราการเติบโต 11% เบี้ยประกันปีต่อไป 54,094 ล้านบาท อัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ 83% และเบี้ยประกันรับรวม 75,675 ล้านบาท อัตราการเติบโต 4% ขณะที่ปี 2562 บริษัทฯ ตั้งเป้าเบี้ยประกันรับปีแรก 19,000 ล้านบาท เติบโต 15% แบ่งเป็นช่องทางตัวแทน 13,000 ล้านบาท และช่องทาง Non-Agent 6,000 ล้านบาท

ปี 2561 ถือเป็นปีที่ไทยประกันชีวิตประสบความสำเร็จ มีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันรับปีแรกในทุกช่องทางการขาย ประกอบด้วย ช่องทางตัวแทน เติบโต 3% เทียบกับธุรกิจประกันชีวิตในช่องทางดังกล่าว เติบโต -4% ช่องทาง Bancassurance เติบโตถึง 19% ขณะที่ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิต ช่องทาง Bancassurance เติบโต -17% และช่องทาง Direct Marketing เติบโต 18% เทียบกับช่องทาง Direct Marketing ของธุรกิจที่เติบโต -5%