TEAMG คว้างานรฟท. นั่งที่ปรึกษารถไฟทางคู่ พีอีต่ำ-ปันผลสูงแนะซื้อ

ทันหุ้น – TEAMG ลงนามการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ในสัญญาจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเหมาะสมของโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วง ชุมทางศรีราชา – ระยอง และ มาบตาพุด – คลองใหญ่ โบรกมอง P/E ต่ำกว่ากลุ่ม ปันผลสูง 7-8% แนะ”ซื้อ” เคาะเป้า 2.47 บาท

นายอิศรินทร์ ภัทรมัย รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส-บัญชีและการเงิน บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG ประกอบธุรกิจที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจรตั้งแต่การศึกษา ออกแบบ จัดทำรายงาน บริหารโครงการและควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า บริษัทในฐานะบริษัทร่วมในกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้ลงนามเป็นผู้รับจ้างสัญญาที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเหมาะสมของโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วง ชุมทางศรีราชา–ระยอง และ ช่วง มาบตาพุด–ระยอง–จันทบุรี–ตราด– คลองใหญ่

โดยมีผู้ว่าจ้างคือการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ซึ่งมีขอบเขตงานเพื่อมุ่งเน้นการศึกษาวิเคราะห์ ปริมาณความต้องการด้านการขนส่ง, ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น และ ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเงินทั้งนี้โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นการเติบโตที่ยั่งยืนทางเศรษฐกิจ และพัฒนาประเทศไทยสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืนตามวิสัยทัศน์ของประเทศ อย่างไรก็ตาม การได้มาซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นรายการธุรกิจปกติและเป็นไปตามเงื่อนไขทางการค้าโดยทั่วไปที่บริษัทได้อนุมัติไว้แล้ว โดยลงนามตั้งแต่วันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา ระยะเวลาดำเนินงาน 180 วัน

แนะ”ซื้อ”-เป้า2.47บ.

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า TEAMG ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะมีการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายพนักงาน 44 ล้านบาทในไตรมาส 4/61 หรือไตรมาส 1/62 ขณะที่ราคายังซื้อขายที่ P/E ต่ำ ปี61-62ที่ 10.1-11.4 เท่า เมื่อเทียบกับบริษัทใกล้เคียงกันอย่าง PPS และ STI ที่ 20-25 เท่า นอกจากนี้มีโอกาสเพิ่มงานในมืออีก 2 งาน คือ 1. งานเชื่อม 3 สนามบินมูลค่างานประมาณ 800 ล้านบาท และ งานศูนย์ราชการโซน C มูลค่างาน 700 ล้านบาท ปันผลสูง 7-8% ครึ่งปีแรกจ่ายปันผลแล้ว 0.075 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินมูลค่าพื้นฐานเท่ากับ 2.47 บาท/หุ้น โดยอ้างอิงกับ P/E ปี 2562 ที่ 15 เท่า