แอสเซทพลัสไขกุญแจสำคัญต่อการลงทุนปี 62

บลจ. แอสเซท พลัส ไขกุญแจสำคัญที่มีผลต่อบรรยากาศและการตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาเทรนด์ของเทคโนโลยีที่สร้างทั้งโอกาส และเข้ามาทำลายในบางธุรกิจ พร้อมแนะจัดพอร์ตแบบกระจายรับมือตลาดผันผวนต่อไป 

นายคมสัน ผลานุสนธิ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด หรือ บลจ.แอสเซท พลัส กล่าวถึง ปัจจัยสำคัญ 10 เรื่องที่นักลงทุนต้องเผชิญในปีนี้ ซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศและการตัดสินใจเข้าลงทุน

ปัจจัยแรก เป็นเรื่องของ เฟด (FED) ที่ชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยหลังจากเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มชะลอตัวลง ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้กิจกรรมทั่วโลกลดลงก็มาจากนโยบายทางการเมืองของทรัมป์ที่ต้องการลดการขาดดุลทางการค้า ขณะเดียวกันปีนี้จะเห็นการอ่อนลงของค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ 2 ที่นักลงทุนต้องเผชิญ หลังจากในปีที่ผ่านมาค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแกร่งสุดเมื่อเทียบกับภูมิภาค อื่นๆ เป็นสัญญาณบ่งชี้อีกว่าเม็ดเงินทั่วโลกกำลังจะไหลกลับมาตลาดเกิดใหม่(EM: Emerging market)

 ปัจจัยที่ 3 เม็ดเงินไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ (EM) ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา โดยนักลงทุนมองหุ้นในกลุ่มTIP อย่างไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ และนักลงทุนต่างชาติประเมินว่าตลาดหุ้น EM จะสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดที่พัฒนาแล้ว (DM: Develop market) ส่วนหนึ่งเพราะก่อนหน้านี้ในปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นในกลุ่มEM ร่วงไปเยอะมาก P/E ตลาดหุ้นในหลายประเทศลดลงจนเป็นที่น่าสนใจเข้าลงทุนเพิ่มในปี2562

นอกจากนี้ น้ำมัน เป็นปัจจัยที่ 4 ที่ยังคงเห็นราคาผันผวนต่อเนื่องในปีนี้ ด้วยปริมาณสำรองน้ำมันดิบทั่วโลกที่คงสูงในภาวะที่เศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอตัว รวมถึงการมาของรถพลังงานไฟฟ้า (EV) ที่ในระยะยาวจะเข้ามาทดแทนรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน ซึ่งปัจจัยนี้จะส่งลบต่อราคาน้ำมัน

เม็ดเงิน QE จากธนาคารกลางหลายแห่งที่เคยอัดฉีดเข้าระบบได้ทยอยลดการอัดฉีดลงอย่างต่อเนื่อง ที่ล้อไปกับเศรษฐกิจทั่วโลกที่ชะลอตัวลง โดยปีที่ผ่านมาธนาคารกลางสหรัฐ และธนาคารกลางยุโรป ลดทำQE แต่ยังคงเหลือญี่ปุ่นที่คงอักฉีด หากแต่ปี 2562 จะไม่มีเม็ดเงินQE อัดฉีดเข้าระบบเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยที่ 5 สำหรับนักลงทุนที่ต้องวิเคราะห์ถึงภาพใหญ่และผลกระทบที่จะค่อยๆตามมา

ขณะที่ ปัจจัยที่ 6 นักลงทุนจะพบกับสถานการณ์ Inverted yield curve หรืออัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุสั้นมากกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว นี้คือสัญญาณที่ทำนายได้ว่าเศรษฐกิจที่เข้าใกล้วิกฤตแล้ว แต่นั่นอาจเป็นการทำนายที่บิดเบือนได้ในปัจจุบัน เพราะกรณี Inverted yield curve นี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ธนาคารกลางได้ระดมอัดฉีดงบ QE เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสภาพคล่องส่วนเกินล้นระบบจนกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวให้ต่ำลง

สงครามากรค้ยังคงดำเนินต่อไป แต่เชื่อว่าท่าทีนั้นจะมีความยืดหยุ่นและหาทางออกร่วมกันได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ 7 นี้ผลจากสงครามการค้าจะสร้างประโยชน์ให้กับอาเซียน โดยเฉพา เวียดนามและไทย ที่ดูเหมือนว่านักลงทุนกำลังพิจารณาย้ายฐานการผลิตมาสู่โซนปลอดภัยมากขึ้น

นายคมสัน มองว่า ธีมการลงทุนจากนี้ไปคงหนีไม่พ้นเรื่องเทคโนโลยีซึ่งเป็นปัจจัยที่ 8 ที่ต้องพูดถึง เพราะมีการเติบโตต่อเนื่องไปอีกระยะยาว นั่นคือธุรกิจคราวด์ (Cloud) ที่จะเข้ามามีบทบาทในการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ ที่นำไปสู่การพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถให้กับองค์กร และธุรกิจคราวยังมีการพัฒนาต่อเนื่องให้สามารถนำข้อมูลBig dataมาวิเคราะห์ประมวลผลนับเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูงเฉลี่ย 17.3% ต่อปี

ในปี 2562 กลุ่มประเทศเกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกา จะเริ่มนำระบบ 5G เข้ามาใช้ ซึ่งเป็นระบบที่มีเสถียรภาพและความเร็วสูงกว่า 4G ถึงขนาดที่ว่าต่อไป คนไข้และหมออยู่ต่างที่ก็สามารถผ่าตัดได้จากความเร็ว และความเสถียรของระบบ 5G ที่แม่นยำสูง และนี่คือปัจจัยที่ 9 สำหรับมุมมองในการพิจารณาหากลุ่มหุ้นที่จะไม่ถูกเทคโนโลยีกลืนกิน (disruption) เพราะ นายคมสัน มองว่า การมากของ 5G จะทำให้เกิดการ ดิสรัปชั่นได้ในอีกหลายๆธุรกิจ

และปัจจัยสุดท้าย หุ้นยนต์ (Robot) และปัญญาประดิฐ (AI) จะเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ เทรนด์นี้ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม แม้ว่าแนวโน้มของภาคอุตสาหกรรมอาจชะลอตัวได้ตามเศรษฐกิจโลก และส่งผลต่อการชะลอตัวใน Robot และ AI แต่ถ้ามองในระยะยาวแล้ว นายคมสัน เชื่อว่า ธีมนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกพ้นได้ ยังไงภาคอุตสาหกรรมก็ยังต้องการใช้กำลังหุ้นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ในกระบวนการทำงาน

คาดการณ์สำคัญทั้ง 10 ประการที่นายคมสัน กล่าวถึงนี้จะเป็นแนวทางไปสู่การพิจารณาและจัดพอร์ตลงทุนให้เหมาะสมรับกับความเสี่ยงและโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งอย่างไรก็แล้วแต่ยังคงมองว่าการกระจายลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย และต่างภูมิภาคก็ยังคงเป็นวิธีที่ดีในการลดความเสี่ยงได้อยู่

 

รายงาน : อรุณ พงษ์พิชิต
ติดอาวุธปัญญา…กดติดตาม (subscribe)
https://line.me/R/ti/p/%40kro3673w