MPG เปลี่ยนมือ- “ธิบดี”ถือหุ้นใหญ่

ทันหุ้น –  MPG เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ พบ”ธิบดี มังคะลี” เข้าถือหุ้น  20.46% หวังเข้ามาช่วยบริหาร และเสริมสร้างธุรกิจของบริษัทด้านค้าปลีกให้แข็งแกร่ง รวมถึงการแก้ไขปัญหาผลการดำเนินงานของบริษัทเพื่อพลิกฟื้นกลับมาเป็นบวก

บริษัท เอ็มพีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MPG  รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ถึงการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นประกอบด้วย นางสาวณลันรัตน์ นันท์นนส์ ,นายปิยวรรพ์ทา ตรีเอนกวนิศ และนางกิตติ์ยาใจ ตรีเอกวิจิตร ได้ขายหุ้นจำนวนรวม 200 ล้านหุ้น หรือ 20.46%  ให้กับนายธิบดี มังคะลี ส่งผลให้ภายหลังการซื้อขายหุ้นครั้งนี้ นายธิบดี เข้ามาถือหุ้นในบริษัท 20.46% ส่วนนางกิตติ์ยาใจ ถือหุ้นลดลงเหลือ 17.11%  จากเดิม 25.7% ส่วนนางสาวณลันรัตน์ และนายปิยวรรพ์ทา ไม่มีหุ้นคงเหลือในบริษัท

ทั้งนี้นายธิบดี มังคะลี เข้าผู้ถือหุ้น 20.46 % ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัท ซึ่งไม่เข้าข่ายการทำคำเสนอซื้อทั้งหมดของกิจการตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 12/2554 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2554 (และที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม)

ชูเป้าหมายฟื้นธุรกิจแกร่ง

สาเหตุที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพื่อที่จะเข้ามาช่วยบริหาร และเสริมสร้างธุรกิจของบริษัทด้านค้าปลีกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นรวมถึงการแก้ไขปัญหาผลการดำเนินงานของบริษัทเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น โดยหากมีความคืบหน้าบริษัทจะปฏิบัติตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทได้รับทราบการลาออกของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท โดยนางสาวณลันรัตน์ นันท์นนส์ ลาออกจากตำแหน่งกรรมการ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ,นายปิยวรรพ์ทา ตรีเอนกวนิศ ลาออกจากตำแหน่งกรรมการ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท และนางกิตติ์ยาใจ ตรีเอกวิจิตร ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร และกรรมการบริหารของบริษัท (โดยยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัทต่อไป)

ซึ่งการลาออกข้างต้นมีผลตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์2562 เป็นต้นไป โดยคณะกรรมการบริษัทจะดำเนินการประชุมคณะกรรมการเพื่อแต่งตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ลาออกในลำดับถัดไป

อนึ่งผลประกอบการMPG ปี2561 บริษัทและบริษัทย่อย มีผลดำเนินงานขาดทุน เท่ากับ 65.31 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 0.067 บาท ลดลงจากปีก่อนที่ขาดทุน 69.44 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 0.071 บาท