KWMชี้ฐานรากเกษตรแกร่ง

ทันหุ้น – KWM เตรียมเปิดบูธขายเครื่องผสมปุ๋ยสิ้นเดือนกุมภาพันธ์2562 ตั้งเป้าขายให้ได้ 30-40 เครื่อง ด้านผู้บริหาร “เอกพันธ์ วนโกสุม” มองอุคตสาหกรรมเกษตรยังโต เดินเครื่องเพิ่มสินค้าใหม่อัพยอด พร้อมมั่นใจรายได้ปี 2562 โตต่อ 20% หั่นต้นทุนลดฮวบดันมาร์จิ้นยืน 2 หลัก

นายเอกพันธ์ วนโกสุม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเกษตร ได้แก่ ใบผาล โครงผาล ใบเกลียวลำเลียง และใบดันดินเปิดเผยว่า บริษัทยังเดินหน้าผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร โดยเตรียมจำหน่ายเครื่องผลิตปุ๋ย ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ในช่วงสิ้นเดือนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยตั้งเป้าขายเครื่องผสมปุ๋ยในปี 2562 จำนวน 30-40 เครื่อง ขณะเดียวกันบริษัทจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเติม คือ ใบผาลที่ผลิตจากเหล็กโบรอน ซึ่งเป็นเหล็กรุ่นใหม่ นวัตกรรมที่มีความทันสมัยคาดจะเห็นการจำหน่ายสินค้าดังกล่าว 2-3 เดือนข้างหน้า

ภาคเกษตรสดใส

ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมการเกษตรนั้น บริษัทมองว่าโอกาสในการเติบโตของบริษัทยังมีอีกมาก ซึ่งเป็นไปตาม การเติบโตของภาคการเกษตรของประเทศไทย ซึ่งยังคงเป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะเป็นสินค้าวัตถุดิบตั้งต้นของอุตสาหกรรมหลากหลาย และบริษัทยังมีลูกค้าหลัก อาทิ บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่บริษัทได้รับจ้างผลิตสินค้าตามแบบที่ลูกค้ากำหนด อาทิ ภายใต้ตราสินค้า “ตราช้าง”คิดเป็นสัดส่วนรายได้ถึง 80% ของรายได้รวม รวมถึงรับจ้างผลิตให้กับตราสินค้าอื่น ๆอีกด้วย แต่ยังเป็นสัดส่วนที่ไม่สูงมากนัก

นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจการติดตั้งเครื่องชุบแข็ง ซึ่งจะเป็นกระบวนการที่ช่วยลดต้นทุนการผลิตในส่วนงานชุบแข็งและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัท รวมทั้งธุรกิจการติดตั้งอุปกรณ์ตัดเหล็กที่มีคุณภาพเพื่อลดความเสียหายของเหล็กซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจ เบื้องต้นประเมินว่าหากโครงการนี้แล้วเสร็จจะช่วยลดอัตราการสูญเสียเหล็กได้ประมาณ 10-13%

คาดรายได้โต20%

และบริษัทคาดรายได้รวมในปี 2562 จะเติบโต 20% ต่อเนื่องจากปี 2561 สำหรับการเติบโตดังกล่าวจะมาจากการขยายฐานลูกค้า และการเพิ่มสินค้าใหม่ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนบริษัทให้เติบโตได้ตามแผน ขณะเดียวกันคู่ค้าของบริษัทต้องการให้ผลิตสินค้า หรือโมเดลใหม่มากขึ้น หลังจากบริษัทมีวัตถุดิบตัวใหม่ หรือใบผลาญตัวใหญ่ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทได้ อีกทั้งบริษัทประเมินทิศทางอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปี 2562 จะยืนในอยู่ในตัวเลข 2 หลัก จากที่ผ่านมาบริษัทมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 8-9%

นายเอกพันธ์  กล่าวก่อนหน้านี้ว่า บริษัทอยู่ระหว่างเรจากับพันธมิตรจีน เพื่อนำ Know how ของบริษัทไปผลิตสินค้า โดยกระบวนการดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนการผลิตของบริษัทให้ลดลง เบื้องต้นคาดจะมีคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) เข้ามาตั้งแต่ช่วงกลางปี2562เป็นต้นไป และคาดจะมีมูลค่างานอยู่ราว 20-30 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3ปี (2558-2560) บริษัทมีรายได้รวม 263 ล้านบาท, 276 ล้านบาท และ 260 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3 ปีย้อนหลัง 27.80 ล้านบาท 35.78 ล้านบาท และ 20.83 ล้านบาทตามลำดับ โดยผลประกอบการครึ่งปีแรกมีรายได้รวม 188.94 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 16.69 ล้านบาท