UV รายได้อสังหา-รร.พุ่ง ลุยเปิดเพิ่ม 3.82 หมื่นล้าน

ทันหุ้น –UV ตั้งเป้ารายได้รวมงวดปี 2562 (ต.ค.61-ก.ย.62) ที่ 2.58 หมื่นล้านบาท ลุยเปิด 31 โครงการใหม่ มูลค่า 3.82 หมื่นล้านบาท หวังโกยยอดขายไม่ต่ำกว่า 3.8 หมื่นล้านบาท ขณะที่เตรียมงบลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท ซื้อที่ดินเพิ่ม เล็งออกหุ้นกู้ครึ่งปีหลัง 2562 วงเงิน 5 พันล้านบาท รองรับ

นายวรวรรต ศรีสอ้าน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV เปิดเผยว่า ในงวดบัญชีปี 2562 (ต.ค.61-ก.ย.62) บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมราว 2.58 หมื่นล้านบาท เติบโตกว่า 20% จากปีก่อนที่ 2.09 หมื่นล้านบาท โดยที่สัดส่วยรายได้หลักมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 83% แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้จากโครงการแนวราบ 70% และรายได้จากโครงการคอนโดมิเนียม 13% นอกจากนี้ยังมีรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าและโรงแรม 7% และธุรกิจอื่นๆ (รวมธุรกิจสังกะสีออกไซด์) ราว 10%

อีกทั้งวางเป้าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายงวดปีบัญชีนี้วางเป้าหมายรายได้ที่ 2.14 หมื่นล้านบาท โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 บริษัทมียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวมทั้งสิ้น 1.02 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 7 พันล้านบาท และโครงการแนวสูง 3.2 พันล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ในปี 2562 ประมาณ 9.7 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 45% ของรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โดยที่การรับรู้รายได้ที่จะโอนเข้ามาแบ่งเป็นจากแนวราบ 7 พันล้านบาท และคอนโดมิเนียม 2.7 พันล้านบาท

*ยอดขายปีนี้3.8 หมื่นล.

ขณะที่เป้ายอดขายที่ 3.8 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ยอดขายจากโครงการแนวราบ 3.1 หมื่นล้านบาท และโครงการแนวสูงที่ 7 พันล้านบาท โดยมีแผนเปิดโครงการใหม่ 31โครงการ มูลค่า 3.82 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 25 โครงการ มูลค่า 2.86 หมื่นล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่า 9.6 พันล้านบาท อย่างไรก็ดีสำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ยังมีปัจจัยบวกจากการเลือกตั้งที่จะสนับสนุนให้ทิศทางของกำลังซื้อดีขึ้น ภาพรวมเศรษฐกิจจะมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ทั้งนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และมาตรการ LTV

อย่างไรก็ตาม บริษัทวางงบซื้อที่ดินในงวดปี 2561/2562 ไว้ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงบซื้อที่ดินสำหรับการซื้อที่ดินรองรับการพัฒนาโครงการแนวราบ 1.2 หมื่นล้านบาท และอีก 3 พันล้านบาท จะใช้ซื้อที่ดินรองรับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม โดยแหล่งเงินทุนของบริษัทจะมาจากกระแสเงินสด เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และการออกหุ้นกู้ที่ขออนุมัติวงเงินจากผู้ถือหุ้นไว้รวม 5 พันล้านบาท

อีกทั้งในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี2562 ได้มีมติจากที่ประชุมของ UV และบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GOLD อนุมัติออกหุ้นกู้และเสนอขายหุ้นกู้เพิ่มเติม ในวงเงินไม่เกิน 5 พันล้านบาท แบ่งเป็นในส่วนของ UV วงเงิน 2 พันล้านบาท และ GOLD วงเงิน 3 พันล้านบาท โดยคาดว่าจะออกหุ้นกู้ในช่วงครึ่งปีหลัง 2562เพื่อรองรับการซื้อที่ดิน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยคาดว่าจะอยู่ในช่วง 3-5%

*อัพสัดส่วนรายได้โรงแรม

ด้านธุรกิจโรงแรม บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้เป็น 10% ภายในงวดปี 2562/2563 จากปัจจุบันอยู่ที่ 7% จากการให้บริการโรงแรมที่ UV เป็นเจ้าของโครงการและลงทุนเอง คือ โรงแรม MODENA by FRASER บุรีรัมย์ ในเฟสแรก มูลค่า 600 ล้านบาท จำนวน 152 ห้อง อัตราค่าห้องพักเฉลี่ย 2,200 บาท/ห้อง/คืน โดยขณะนี้มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (OCC) ที่ 60-70% สูงกว่า OCC เฉลี่ยของโรงแรมทั้งหมดในบุรีรัมย์ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 59% เนื่องจากโรงแรมของบริษัทอยู่ในสนาม Chang International Circuit ที่มีการจัดแข่งขันรายการต่างๆมากขึ้น และจะมีอีกหลายรายการที่รอจัดการแข่งขันอยู่ ทำให้จะมีการเข้ามาพักของลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนุนการเพิ่มขึ้นของ OCC และรายได้ของธุรกิจโรงแรมให้เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้บริษัทยังมีโรงแรมที่ร่วมลงทุนกับ GOLD ได้แก่ โรงแรม W Hotel สาทร, โรงแรม MODENA by FRASER FYI และ Marriott Mayfair Bangkok

ส่วนธุรกิจสังกะสี ได้วางกลยุทธ์เน้นการขยายตลาดกลุ่มลูกค้าที่เป็นรูปแบบซัพพลายเชนมากขึ้น เพื่อทำให้บริษัทมีกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายและมีการใช้วัตถุดิบที่บริษัทผลิตเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการร่วมพัฒนานวัตกรรมของสังกะสีใหม่ร่วมกับมหาวิทยาลัยชื่อดังในประเทศ 2 แห่งในรูปแบบที่เป็น Zinc Oxyde เกรดพรีเมียม