แบงก์ใหญ่ไม่ขึ้นดอกเบี้ย เปิดแผนเพิ่ม NIM ดันกำไร

ทันหุ้น – กูรูประเมินธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยกู้ตาม CIMBT แต่หันปรับลด MLR- แทน ดัน NIM สูง เชื่อกนง.คงดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 6 ก.พ.นี้ ยืนยันกลุ่มแบงก์ยังน่าสนใจหุ้นหลายตัวราคาเทรดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ชู BBL, KBANK เป็น Top pick เคาะเป้า 231 บาท และ 246 บาท

ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้  กล่าวถึงกรณีที่ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย นำร่องประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี(MRR) ขึ้น 0.125% ดอกเบี้ยเงินฝาก 0.10-0.25% มีผลวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จะไม่ส่งผลกดดันให้ธนาคารขนาดใหญ่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามมา  เนื่องจากสภาพคล่องในระบบธนาคารยังมีสูง ขณะเดียวกันธนาคารขนาดใหญ่ได้ใช้วิธีการปรับลดส่วนลด MLR แทนการขึ้นดอกเบี้ย ดังนั้นแม้ว่าธนาคารขนาดใหญ่จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยแต่ก็จะได้รับประโยชน์จากส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ที่เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2562 จะยังคงเน้นการบริโภคในประทศ และการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของทั้งรัฐบาล และเอกชน ดังนั้นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่จะยังคงได้รับประโยชน์จากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก ส่วนภาคการส่งออกอาจเข้ามาเป็นปัจจัยหนุน หากการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนมีทิศทางที่ดี

“ปกติเวลาแบงก์กำหนดอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่จะกำหนดเกณฑ์ MLR-  ดังนั้นแม้จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อย่างเป็นทางการ แต่ก็สามารถปรับลดส่วนลด เช่น MLR-2 ลงเหลือ MLR-1 ตรงนี้ให้แคบลง ส่งผลให้ NIM กว้างขึ้นได้ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์กับแบงก์ขนาดใหญ่โดยตรง”

กนง.คงอัตราดอกเบี้ย

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด คาดการณ์การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) 6 กุมภาพันธ์นี้จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75%  เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อในประเทศไทยอยู่ที่ 0.27% ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือน  ประกอบกับธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (FED) ส่งสัญญาณชัดเจนว่าอาจชะลอการการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในประเทศเช่นกัน

ฝ่ายวิเคราะห์เลือก BBL เป็น Top pick ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยคาดการณ์ผลการดำเนินงานปี 2562 จะได้รับปัจจัยหนุนจากรายได้ดอกเบี้ย โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่มีแนวโน้มเติบโตได้ดี หนุนให้ NIM ปรับตัวเพิ่มขึ้นคามอัตราดอกเบี้ยในตลาด นอกจากนี้คุณภาพหนี้มีแนวโน้มดีขึ้น จะช่วยลดสัดส่วนการตั้งสำรองหนี้ฯ ให้น้อยลง จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 231 บาท ปันผล 3.51%

คาดแบงก์ทยอยปรับขึ้นดบ.

ขณะที่นางสาวอุษณีย์ ลิ่วรัตน์  ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มธนาคารขนาดเล็ก จะได้รับผลกระทบด้านต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายมากกว่ากลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ จึงทำให้ CIMBT ต้องมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้พร้อมกัน แต่ผลการดำเนินงานก็ยังขึ้นต้องอยู่กับปัจจัยอื่นประกอบด้วย คือ 1.ความสามารถในการปล่อยสินเชื่อ, 2.ความสามารถในการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในกรอบที่ประเมินไว้, และ 3.ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯ ดังนั้นจึงเลือก KBANK เป็น Top Picks กลุ่มฯ ราคาเหมาะสมที่ 246 บาท