TPIPPกดปุ่มCODครบ440MW เดินหน้าประมูลไฟฟ้าขยะเพิ่ม

ทันหุ้น – TPIPP เดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน TG8 กำลังการผลิตติดตั้ง 150 เมกะวัตต์ดันกำลังการผลิตรวมครบ 440 เมกะวัตต์ตามแผน หนุนผลประกอบการปี 2562 เติบโตก้าวกระโดด พร้อมเพิ่มหม้อต้มไอน้ำอัพประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าต่อเนื่อง เดินหน้าเข้าประมูลโครงการโรงไฟฟ้าใหม่สร้างเสถียรภาพระยะยาว

นายภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP ผู้ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้งรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้เดินเครื่องจักรและผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์(COD)โรงไฟฟ้าถ่านหิน TG8 กำลังการผลิตติดตั้ง 150 เมกะวัตต์ ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา

CODครบ440เมกะวัตต์

ทั้งนี้โรงไฟฟ้า TG8 จะผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้แก่ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPL ซึ่งจะทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าครบ 440 เมกะวัตต์ ตามแผนงาน ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในปีนี้ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทได้เพิ่มหม้อต้มไอน้ำ (Boiler) และปรับปรุงประสิทธิภาพหม้อต้มไอน้ำเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอัตราการใช้กำลังการผลิตไฟฟ้าให้ดียิ่งขึ้น โดยใช้งบลงทุนประมาณ 60-70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ บริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมจากการเข้าประมูลงานในโครงการโรงไฟฟ้าจากขยะที่คาดว่าจะทยอยเปิดประมูลตั้งแต่ต้นปี 2562 นี้ เป็นต้นไป

“ในปี 2562 จะเป็นปีที่ดีของบริษัท เพราะจะรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้า TG7 และ TG8 ตามแผนงาน ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีแผนที่จะเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพสูงสุด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต 3 สัญญา รวม 163 เมกะวัตต์ ถ้าเพิ่มการใช้กำลังการผลิตในส่วนนี้ได้เต็มที่ก็เปรียบเสมือนบริษัทฯ ได้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติมเช่นกัน” นายภัคพล กล่าว

TG8หนุนกำไรปีนี้

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า จำกัด ระบุว่า ฝ่ายวิเคราะห์ โรงไฟฟ้า TG8 กำลังการผลิตไฟฟ้า 150 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ TPIPP มีกำลังผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 440 เมกะวัตต์ หนุนโมเมนตัมกำไรปกติขยายตัวต่อเนื่องทั้งจากไตรมาสก่อนและปีก่อนในช่วงไตรมาส 1-2 ของปี 2562 โดยคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ อยู่ที่ 5,005 ล้านบาท โต 36% ทำนิวไฮต่อเนื่อง คงคำแนะนำ “ซื้อ” บนราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2562 ที่ 7.50 บาท จากทิศทางกำไรเติบโตต่อเนื่องทั้งจากไตรมาสก่อนและปีก่อน หลังเริ่มรับรู้กำลังการผลิตไฟฟ้าครบ 440 MW เป็นครั้งแรกตั้งแต่ไตรมาส 1/62 บวกผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง 7.6% ภายใต้สมมติฐานเงินปันผลปี 2562 ที่ 0.44 บาทต่อหุ้น ขณะที่ Upside ในอนาคตมาจากโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ โดยฝ่ายแนะนำให้ติดตามการยื่นข้อเสนอโครงการโรงกำจัดขยะ และผลิตพลังงานไฟฟ้าที่อ่อนนุช และหนองแขมของกรุงเทพมหานคร กำลังผลิตไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 20 เมกะวัตต์