SSPจ่อCODโซล่าร์มองโกเลีย

ทันหุ้น-SSP นับถอยหลังเตรียม COD โซล่าร์มองโกเลีย 16 เมกะวัตต์ จับตาผลงานไตรมาส 1/2562 วิ่งกระฉูด หลังมีกำลังผลิตเพิ่มเป็น 90 เมกะวัตต์ ส่วนปี2562จ่อเดินเครื่องโรงไฟฟ้าอีก 65 เมกะวัตต์ จำนวน 2 โครงการ คาดรายได้ปี 2562 โต 25% ฟากกูรูอัพราคาเป้าหมายเพิ่มเป็น 12 บาท

นายณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าบริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าร์ฟาร์ม) ที่ประเทศมองโกเลีย กำลังการผลิต 16 เมกะวัตต์ จะเดินเครื่องขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ได้ในไตรมาส 1/2562 ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/2562 น่าจะเติบโตสูงกว่าช่วงเดียวกันกับปีก่อน เนื่องจากบริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 90 เมกะวัตต์ โดยในไตรมาส 1/2561 บริษัทมีกำลังการผลิตอยู่เพียง 40 เมกะวัตต์

CODรับเงินเพิ่ม

ขณะที่ในปี 2562 บริษัทเตรียมจะรับรู้รายได้จากการ COD เพิ่มเติมอีก 2 โครงการ กำลังการผลิตรวมราว 65 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซล่าร์ฟาร์ม Kunzite Kundi ในประเทศมองโกเลีย กำลังการผลิต 16 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าจะ COD ภายในไตรมาส 1/2562 และโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ TTQN ในประเทศเวียดนาม กำลังผลิตติดตั้ง 49 เมกะวัตต์ คาดจะ COD ไม่เกินเดือนมิถุนายนนี้

ทั้งนี้สิ้นปี 2561 บริษัทมีกำลังการผลิตที่ COD แล้วทั้งสิ้น 90 เมกะวัตต์ ที่ผ่านมาบริษัทได้ COD โรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นโครงการในประเทศญี่ปุ่น คือ Hidaka กำลังการผลิต 21 เมกกะวัตต์ ตั้งแต่เดือน มีนาคม 2561 เร็วกว่ากำหนด 1 เดือน และ โครงการ Zouen กำลังการผลิต 8 เมกกะวัตต์ ตั้งแต่เดือน สิงหาคม2561 เร็วกว่ากำหนด 1 ไตรมาส ซึ่งปัจจุบันมีรายได้เข้ามาประมาณ 25 % รวมถึงโครงการ Solar Rooftop ในประเทศไทย ซึ่งทยอย COD อย่างต่อเนื่อง

ส่วนรายได้ในปี 2562 คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้น 25% จากการรับรู้รายได้การขายไฟฟ้าโครงการใหม่เพิ่ม 2 โครงการ และปี 2561 คาดรายได้จะเติบโตได้มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 10 – 15 % จากปีก่อนที่มีรายได้ 877.11 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 339.83 ล้านบาท ส่วนในช่วง 9 เดือนแรก บริษัทมีรายได้เข้ามาแล้ว 811.8 ล้านบาท โดยคาดว่ากลางปีนี้ จะมีกำลังการผลิตที่ COD แล้วรวม 155 เมกกะวัตต์ และภายในปี 2563 – 2564 จะมีกำลังการผลิตที่ COD แล้วรวม 240 เมกกะวัตต์ ตามแผนที่วางไว้

ด้านบริษัท หลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในรายงานบทวิเคราะห์โดย ประเมินกำไรปกติไตรมาส 4/2561 ของ SSP อยู่ที่ 158 ล้านบาท จากการผ่าน Low season ช่วงหน้าฝนในไตรมาส3ควบคู่กับการรับรู้รายได้โครงการ Zouen solar เต็มไตรมาส (6MW) และ COD โครงการ Solar WVO (5MW) ช่วงปลาย พฤศจิกายน 2561 ในขณะที่การโตโดดเด่นจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นระหว่างปีทั้งสิ้น 30MW ซึ่งทำให้ ณ สิ้นปี 2561 บริษัทมี กำลังการผลิตตามสัดส่วนรวม 70MW และกำไรปกติทั้งปี 2561 คาดอยู่ที่ 550 ล้านบาท เติบโต 16% จากช่วงเดียวกันกับก่อนอยู่ในกรอบปะมาณการเดิมของฝ่ายวิเคราะห์

เป้าหมาย12บ.

ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2562-2563 ขึ้นเป็น 692 ล้านบาท 966 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม 4% และ 6% ตามลำดับ จากการรวมโครงการโซล่าร์ฟาร์มที่เวียดนามซึ่งตั้งอยู่เมือง Quang Nai กำลังการผลิต 50MW ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่ 80% (คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วน 40MW) หลังได้รับ PPA เป็นที่เรียบร้อย มีอายุสัญญายาว 20 ปี FiT 9.35 เซ็นฯต่อกิโลวัตต์ โดยโครงการดังกล่าวมีกำหนด COD ภายใน 30 มิถุนายน 2562 ในขณะที่โครงการ Highlight เดิมในปี 2563 Solar farm ที่มองโกเลียขขนาด 11MW ยังคงเดินหน้าตามกำหนดและพร้อม COD ได้ในไตรมาส 1/2562 ตามแผน

คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 12.00 บาท (เดิม 11.00) อิงวิธี DCF (Average WACC 5.0%, no terminal growth) จากการรวมโครงการโรงไฟฟ้าเวียดนามใหม่ 40MW เข้ามาในประมาณการ โดยฝ่ายวิเคราะห์ยังคงชอบบริษัทจากศักยภาพในการเติบโตทั้งในและต่างประเทศ และการที่บริษัทมี Accumulative capacity ยังไม่มาก กอปรกับ Potential project ในอุตสาหกรรมปัจจุบันไม่ใช่โครงการขนาดใหญ่มาก ส่งผลให้การได้ Project ใหม่ๆเพิ่มเติมในอนาคตจะสร้าง Earnings impact อย่างมีนัยสำคัญให้กับบริษัท