หุ้นอดีต PE แรงคัมแบ็ค บริโภคฟื้น-กองทุนช็อป

ทันหุ้น – DDD TKN BEAUTY COM7 WORK หุ้นอดีต P/E เคยแรง เรียงคิวคัมแบ็คสู่สังเวียน ราคาหุ้นดีด วอลุ่มทะลัก นักวิเคราะห์ชี้เก็งรับอานิสงส์การเลือกตั้งที่เอื้อการบริโภคในประเทศ-ท่องเที่ยวฟื้นตัว จีนพลิกบวกครั้งแรกหนุน ขณะที่กองทุนเลือกช็อปหุ้น Laggards ที่แนวโน้มกำไรฟื้นตัวแรง แนะจับตางบโค้ง 4/61 เล่นได้แต่อย่าเพลินหวั่นเหวี่ยงแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หุ้นบริโภคในกลุ่มพึ่งพานักท่องเที่ยวประเทศจีน และหุ้นที่เคยมีค่าพีอีสูงในอดีต แต่ปัจจุบันได้ร่วงลงมาแรงและซื้อขายในราคาต่ำ อาทิ หุ้น บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) หรือ DDD ,  บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN , บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ   BEAUTY , บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 , บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK ต่างกลับคืนมาค่อนข้างมาก ในซื้อขายวานนี้ (28 ม.ค.)

ราคาหุ้นมา-วอลุ่มหนา

โดย DDD ราคาปิดที่ 22 บาท เพิ่มขึ้น 3.40 บาท หรือ 18.28% มูลค่าซื้อขาย 505.50 ล้านบาท , WORK ราคาปิดที่ 24.30 บาท เพิ่มขึ้น 1.90 บาท หรือ 8.48% มูลค่าซื้อขาย 314.23 ล้านบาท , TKN ราคาปิดที่ 8.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.45 บาท หรือ 5.45% มูลค่าซื้อขาย 418 ล้านบาท ,  BEAUTY ราคาปิดที่ 7.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 4.17% มูลค่าซื้อขาย 1,113 ล้านบาท , COM7 ราคาปิดที่ 14.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 3.47% มูลค่าซื้อขาย 316 ล้านบาท

นักวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ กล่าวว่า จากวอลุ่มหุ้นกลุ่มที่เคยมี P/E สูง กลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงนี้นั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากด้วยสภาวะตลาดที่ปรับตัวดีขึ้นทำให้นักลงทุนกลับมาให้ความสนใจซื้อคืนหุ้นกลุ่ม Laggards หรือหุ้นที่ยังไม่ได้ปรับตัวขึ้นมามากตามตลาด

โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า หุ้นเหล่านี้เคยถูกกระหน่ำขายทิ้ง หลังจากราคาหุ้นเคยปรับตัวขึ้นสูง จากความคาดหวังที่มากเกินไป พอผิดหวังด้านผลประกอบจึงขายกระน่ำลงมาอย่างมาก หลายตัวถูกขายจนราคาลดต่ำลงเกิน 60% ขณะเดียวกันหุ้นเหล่านี้ยังอยู่ในกลุ่มอุปโภค-บริโภค ที่จะได้รับอานิสงส์ประเด็นการเลือกตั้งในประเทศ

“เมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหลายฝ่ายก็มองว่าการบริโภคก็จะฟื้นตัวตาม ทำให้กลับมาคาดหวังว่าผลประกอบการกลุ่มหุ้นอุปโภค – บริโภค จะกลับมามีกำไรเติบโตอีกครั้ง”

กองทุนหาหุ้นเล่น

ประกอบกับในช่วงนี้กองทุนเองก็มองหาหุ้นลงทุน ซึ่งความน่าสนใจหลักๆ อยู่ในกลุ่ม Laggards เช่น DDD TKN BEAUTY HMPRO WORK และ CPN เป็นต้น เนื่องจากแวลูเอชั่นไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับหุ้นตัวใหญ่ที่ราคาสูงเกินจะเข้าลงทุนแล้ว และมีแนวโน้มการฟื้นตัวของผลประกอบการในทิศทางที่ดีขึ้นในปีนี้

อย่างไรก็ดีมองว่า ช่วงนี้จึงเป็นช่วงจังหวะการเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรหุ้นกลุ่มนี้ ระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากโอกาสที่ราคาหุ้นจะกลับขึ้นไป High เดิมเป็นไปได้ยาก ในระยะสั้นพอถึงจุดนึง ราคาหุ้นก็จะเริ่มตรึงตัวและไปต่อไม่ได้

เล่นได้แต่ห้ามเพลิน

โดยจุดสำคัญคือต้องรอลุ้นที่งบในไตรมาส 4/2561 โดยหากว่าผลประกอบการไตรมาส 4/2561 ออกมาดีตามคาด ก็มองว่าจากนี้นักลงทุนอาจปรับมาเป็นซื้อเพื่อลงทุนระยะยาวได้อีกครั้ง

สำหรับการลงทุนหุ้นเหล่านี้จำเป็นที่จะเข้าไปศึกษาให้มากขึ้น และยังไม่เห็นพัฒนาการอะไรที่เด่นชัด ดังนั้นจะต้องมีการระมัดระวังการร่วงลงของหุ้นเหล่านี้ โดยต้องตั้งจุดสต็อปลอสไว้หากผิดทาง

“หุ้นเหล่านี้เป็น Laggards ก็จริง แต่การขึ้นมาคราวนี้ทั้งกลุ่มก็เป็นเพราะนักลงทุนมองสตอรี่ความคาดหวังด้านการบริโภคที่จะดีขึ้น แต่ในด้านของพื้นฐานยังต้องเข้าไปตรวจสอบพอสมควร ซึ่งขณะนี้ยังไม่เห็นพัฒนาการอะไรที่จะทำให้ขึ้นไป ถึงจุดหนึ่งนักลงทุนก็จะต้องระวังการร่วงต่ำลงมา”

นักท่องเที่ยวจีนฟื้นครั้งแรก

ด้านบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ว่า จากการรายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 7.68% โดยนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเติบโตได้ 2.8% บวกครั้งแรกในรอบ 6 เดือน จึงมีการคาดการณ์การฟื้นตัวกลุ่มค้าปลีกเครื่องสำอางที่อิงกับนักท่องเที่ยวชาวจีน ได้แก่ BEAUTY และ DDD

พร้อมเลือกลงทุนหุ้น BEAUTY เนื่องจากราคาปัจจุบันอยู่ที่ระดับล่าง มี Downside ต่ำ ขณะที่ Upside สูงถึง 25% นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวเดือนธันวาคม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน

ส่วนหุ้นที่จะได้รับบวกจากการท่องเที่ยวโดยตรงได้แก่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT และ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV