KTAM ลุ้น AUM ปีหมูโตแรง 10%

KTAM ตั้งเป้าท้าทาย ผลงานAUM ปี 62 โต 10% มาอยู่ที่ 8.7 แสนล้านบาท จากปี 61ซึ่งอยู่ที่ 7.7 แสนล้านบาท พร้อมว่างแผนออกกองทุนใหม่ ไม่ต่ำกว่า 5 กองทุน ประเดิม KT-SAGA ที่จะเสิร์ฟได้ในเร็วๆนี้ มีนโยบายลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย มุ่งกระจายความเสี่ยงให้นักลงทุน

นางชวินดา หาญรัตนกูล  กรรมการผู้จัดการ  บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า ธุรกิจกองทุนในปีนี้ยังคงเผชิญหน้ากับความท้าทายของตลาดเงินและตลาดทุน ซึ่งมีผลต่อการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) แต่กระนั้นก็ได้ตั้งเป้าหมายที่อยากจะเติบโตมากกว่า 10% หรืออยู่ที่ 878,000 ล้านบาท จากปีก่อน 776,382 ล้านบาท

  “AUM ในปี 2561 เราโตไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้10% แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่เติบโตคือ 8.7% หรืออยู่ที่ 776,382 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงกว่าอุตสาหกรรมในภาพรวมซึ่งอยู่ที่3.4%”

นางชวินดา กล่าวต่อไปอีกว่า AUM ที่เติบโตถึง 8.7% มาจาก มูลค่าทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้นจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมี AUM อยู่ที่ 109,567 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.6% จากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund – TFFIF) และบริษัทเป็นทรัสตีให้กับทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ 1 กองทุน

ในส่วนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อยู่ที่ 99,123  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.1% โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทได้รับความไว้วางใจให้บริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงาน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของกลุ่มบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงาน บริษัทการท่าอากาศยานไทย จำกัด ขณะที่กองทุนส่วนบุคคล ในปีที่ผ่านมามีการเติบโตมากที่สุดอยู่ที่ 71,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.3%

กองทุนรวม อยู่ที่ 496,224 ล้านบาท ลดลง 0.4% จากภาวะความผันผวนของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) อัตราการเติบโตใกล้เคียงกับอุตสาหกรรมอยู่ที่ 3.8% กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพิ่มขึ้น3.4% สูงกว่าอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ที่ 2.5% กองทุนต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 22.2% ในขณะที่อุตสาหกรรม -4.3% ส่วนในปี2562 บริษัทตั้งเป้าอัตราการเติบโตของ AUM ไว้ที่ 878,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า10%

แผนออก 5 กองทุน

นางชวินดา กล่าวว่า ในปีนี้มีแผนจะออกผลิตภัณฑ์ไม่ต่ำกว่า 5 กองทุน โดยเน้นกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลายหลายเพื่อรองรับกับความผันผวนของตลาดที่ปี 2562 ยังคงมองเห็นถึงปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนเช่นปีที่ผ่านมา ดังนั้นกองทุนรวมใหม่ที่จะออกมาต้องสามารถปรับเปลี่ยน จัดพอร์ตลงทุนได้รวดเร็วที่ทันต่อสถานการ จึงนำมาสู่ กองทุนเปิดกรุงไทย  สตราทีจิก แอคทีฟ โกลบอล แอลโลเคชั่น (KT-SAGA)

กองทุน KT-SAGA คาดว่าจะเสนอขายช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เน้นลงทุน แบบ  Fund of  Fund  ผ่านกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศเป็นหลักตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยกองทุนจะลงทุนในดัชนีต่างประเทศ ทั้งตราสารทุน  และตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์/ REITs ทองคำ น้ำมัน เป็นต้น

นับว่าเป็นกองทุนที่ตอบโจทย์นักลงทุนทั่วไปที่ต้องการโอกาสเข้าถึงการลงทุนในต่างประเทศทั่วโลก ผ่านการเลือกลงทุนในETF ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ง่ายต่อนักลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามการลงทุนในต่างประเทศด้วยตนเอง และเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงไปยังต่างประเทศ และต้องการโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่า Benchmark ในระยะกลางถึงยาว ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาขออนุมัติจัดตั้งกองทุนจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.

สำหรับปีที่ผ่านมา นางชวินดา บอกว่า กองทุนที่ทำผลตอบแทนได้โดดเด่น เป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ คือกองทุนเปิดกรุงไทย พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ อินฟราสตรัคเจอร์ เฟล็กซิเบิ้ล (KT-PIF) ที่มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ และทรัพย์สินทั้งในและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน ไม่น้อยกว่าร้อยละ80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

โดยปัจจุบันลงทุนในไทย 53% และสิงคโปร์42% จุดเด่นของกองทุนนี้คือความผันผวนน้อยกว่าหุ้น เนื่องจากการลงทุนในอสังหาฯ รวมถึง REIT มีค่าความผันผวนอยู่ที่ 5.4% ในขณะที่ SET อยู่ที่11% (ข้อมูลย้อนหลัง5 ปี)โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในทรัพย์สินที่มีปัจจัยพื้นฐานดีมีอัตราการเช่าอยู่ในระดับสูง มีการกระจายตัวของผู้เช่าที่ดี และมีการจ่ายเงินปันผลสูงอย่างสม่ำเสมอ

นางชชวินดา มองว่า REIT ในปีนี้น่าจะได้รับปัจจัยบวกจากการที่ตลาดเริ่มคลายความกังวลในเรื่องแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากแรงกดดันจากเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำและเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว อัตราดอกเบี้ยของทั่วโลกน่าจะเข้าใกล้จุดสูงสุดของอัตราดอกเบี้ยแล้ว โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา

ผลงานย้อนหลัง KT-PIF แจ่ม

สำหรับผลการดำเนินงานของกองทุน KT-PIF ณ วันที่ 28 ธันวาคม 2561 ย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 6.88% เมื่อเทียบกับ Benchmark อยู่ที่ 2.25% ในปีที่ผ่านมา กองทุนมีการจ่ายเงินปันผล 3 ครั้ง รวมจำนวน 0.60 บาทต่อหน่วย นับว่าเป็นกองทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ลงทุน ในขณะนี้ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในช่วงปีที่ผ่านมาปรับตัวลดลง10.82% (29 ธ.ค.60-28 ธ.ค.61)

 

รายงาน : อรุณ พงษ์พิชิต
ติดอาวุธปัญญา…กดติดตาม (subscribe)
https://line.me/R/ti/p/%40kro3673w