SET รอปัจจัยบวกใหม่ ขึ้นระวังแรงขายทำรอบ แนวรับ 1,609 จุด

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ส่อง ตลาดหุ้นไทย มีแรงซื้อใหหุ้นขนาดใหญ่ และขึ้นต่อเนื่องสร้างจุดสูง 1,628 ทดสอบไมผ่านแนวต้านวานนี้ Sentimentตลาดโดยรวมมีแรงขายในลักษณะ Sell on Fact ตอบรับเรื่องเลือกตั้ง ประกอบกับสัญญาณทางเทคนิคมีความเสี่ยงของการปรับตัวลง สอดคล้องกับแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นต่างประเทศ ที่กลับมากังวลต่อความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ สถานการณ์ชัดดาวน์ที่นืดเนื้อของสหรัฐ ติดตามผลประกอบหุ้นไทย SET มีโอกาสปรับทดสอบแนวรับ 1,610-1,609

SET : แนวต้านจุดทดสอบ 1,622/1,630 ตามลำดับ

ดัชนี SET สร้างจุดสูงใหม่ต่อเนื่องขึ้นมาแต่ไม่ผ่านแนวต้าน 1,630 ปิดตัวด้วยแท่งเทียนโดจิแสดงถึงแรงขายทำรอบ ระหว่างวันปรับทดสอบเน้นยืนแนวรับจุดต่ำแท่งเทียน 1,614-1,615 ไม่ควรต่ำกว่าลงมา ต่ำกว่าจะมีความเสี่ยงปรับลงทดสอบSMA5วันและ Uptrend Line 1,609/1,602 แนวต้าน 1,630 ผ่านและมี Volume เป็น Buy

คำแนะนำของ ASL : ซื้อเล่นรอบเมื่อยืนแนวรับ 1,609/1,602

เคาะไป คุยไป :BANPU

#ด้านเทคนิค
แท่งเทียนเบรคแนวต้านหลัก 16.50 ยืนมั่นคงเป็นสัญญาณบวกระยะสั้นหากมีแรงขายทำกำไรบางส่วนเน้นยืน 16.70 เป็นจุดพิจารณาเล่นรอบขณะที่ Slow stoc. และ RSI แกว่งตัวขึ้นเป็นแนวโน้มบวกสนับสนุนโดยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นแนวรับ16.70/16.50แนวต้าน17.20/17.40 Cutloss <16.50

คำแนะนำของASL : ซื้อระยะสั้นเล่นรอบเน้นยืนแนวรับ16.70/16.50SL=16.50

#ด้านพื้นฐาน: ปี2562 เรามองว่าราคาถ่านหินคุณภาพสูงยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง
แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2561 คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน (FX) โดย กำไรจากผลการดำเนินงานที่ชะลอตัวรายไตรมาสถูกกดดันจากธุรกิจไฟฟ้า และการฟื้นตัวของโรงไฟฟ้า CHP ในประเทศจีนตามฤดูกาล ไม่เพียงพอชดเชยผลกระทบจากการหยุดซ่อมของโรงไฟฟ้า BLCP และโรงไฟฟ้าหงสาที่เดินเครื่องลดลง ขณะที่ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยลดลง 7.5% เมื่อเทียบรายไตรมาสเป็น 82.4 เหรียญต่อตัน

สำหรับผลประกอบการปี 2562 เรามองว่าราคาถ่านหินคุณภาพสูงยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเพิ่มปริมาณส่งมอบถ่านหินตลาดเวียดนามในปี 2562 กว่า 2 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากระดับ 1.3 ล้านตันในปีที่แล้ว จากปริมาณถ่านหินภายในประเทศเวียดนามที่มีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่ยังมีความเติบโตด้านความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง

โดยแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ของเวียดนามคาดการณ์ว่าในปี 2573 ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในประเทศเวียดนามจะสูงขึ้น 2 เท่าตัว เป็น 130 กิกะวัตต์ สอดรับกับแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่ถ่านหินยังคงเป็นเชื้อเพลิงหลักที่ใช้ผลิตไฟฟ้า และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจก๊าซฯ ที่เติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้การเริ่มต้นทำธุรกิจแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำจะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรบริษัทในระยะยาว

ส่องข่าวเศรษฐกิจไทย
รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบการปรับปรุงช่วงเวลาการสิ้นสุดอายุสัญญาของ SPP ระบบ Ceeati กลุ่มต่ออายุสัญญาให้ครอบคลุม SPP ระบบ Cogeneration เป็นปี 2559 -2561 เพื่อให้สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของมติ กพช. เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2559 ประเภทสัญญา Firm ระบบ Cogeneration จำนวน 25 ราย (Source: สำนักข่าวอินโฟเควสท์)

Comment:ให้ SPP ระบบ Cogeneration ที่สิ้นสุดอายุสัญญาในปี2559 -2568 ได้รับการต่ออายุสัญญาหรือก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ โดยให้ใช้เชื้อเพลิงตามสัญญาเดิม และได้รับอัตรารับซื้อไฟฟ้าสอดคล้องกับประเภทเชื้อเพลิง SPP Cogen ทั้ง 25 โครงการที่ได้อนุมัติไปแต่เดิม การอนุมัติก็ยังเหมือนเดิม เพียงแต่ว่ามีปัญหาความเข้าใจเรื่องระยะเวลาตามสัญญา ซึ่งมี 1 ราย เข้าใจว่าเริ่มตั้งแต่สิ้นสุดสัญญาปี 60 แต่ข้อเท็จจริงตีความได้ว่า 1 รายซึ่งเป็น SPP รายแรกเวลาสิ้นสุดสัญญาปี 59 ก็เลยมีการแก้ไขมติ กพช.ให้ครอบคลุมให้ชัดเจนขึ้น ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำกลุ่มโรงไฟฟ้า ที่จะได้รับประโยชน์ดังกล่าว

WORLD TRADE
ตลาดหุ้นสหรัฐ – ปิดแดนลบ หลังจากรัฐมนตรีกระทรวงสหรัฐยอมรับว่า การบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีนยังคงอยู่ห่างไกล และวุฒิสภาสหรัฐคว่ำร่างกฎหมายงบประมาณ 2 ฉบับ มีแนวโน้มว่าสถานการณ์ชัตดาวน์ในสหรัฐจะยืดเยื้อต่อไป แต่ Nasdaq และ S&P500 ปิดแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และผลประกอบการที่สดใส

ตลาดหุ้นยุโรป – ปิดบวก หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้ พร้อมกับส่งสัญญาณว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยจนถึงกลางปีนี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ว่า ดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการยูโรโซนเดือนม.ค. ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีครึ่ง

ตลาดหุ้นเอเชีย – ส่วนมากเปิดในแดนบวก

COMMODITIES
ตลาดน้ำมันสหรัฐฯ – เพิ่มขึ้น 51 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 53.13 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากสหรัฐขู่ว่าจะคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลา ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัวในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันได้รับปัจจัยกดดันจากรายงานที่ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นสวนทางกับตัวเลขคาดการณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ตลาดทองคำ – ลดลง 4.20 ดอลลาร์ หรือ 0.33% ปิดที่ 1,279.8 ดอลลาร์/ออนซ์ จากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์

ดัชนีค่าระวางเรือ BDI – ปิดวันทำการล่าสุดที่ 939.00 จุด ลดลง 43.00 จุด

GLOBAL HOT ISSUE
รัฐบาลสหรัฐขู่ว่าจะคว่ำบาตรน้ำมันของเวเนซุเอลา ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองในเวเนซุเอลาที่ยังคงย่ำแย่ในขณะนี้ หลังจากสหรัฐให้การยอมรับนายฮวน กุยโด ประธานสมัชชาแห่งชาติและผู้นำพรรคฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา ในฐานะประธานาธิบดีชั่วคราวของเวเนซุเอลา

ทางด้านนายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ได้ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตและการเมืองกับสหรัฐ หลังสหรัฐให้การยอมรับนายกุยโด นอกจากนี้ นายมาดูโรยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทูตและฝ่ายกงสุลของสหรัฐทุกคนออกจากประเทศภายในเวลา 72 ชั่วโมง พร้อมกล่าวโทษรัฐบาลสหรัฐว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแผนการดังกล่าวเพื่อสร้างรัฐบาลหุ่นเชิดในเวเนซุเอลา ทางด้านนายวลาดิเมียร์ ปาดริโน โลเปซ รัฐมนตรีกลาโหมของเวเนซุเอลาประกาศว่า กองทัพจะให้การสนับสนุนประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และกองทัพจะไม่มีวันยอมรับผู้นำที่เป็นหุ่นเชิดของต่างชาติ

นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐได้ออกมายอมรับว่า สหรัฐยังคง”ห่างเป็นไมล์ๆ” จากการบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีน โดยระบุว่า ประเด็นที่เป็นอุปสรรคต่อการเจรจาการค้ากับจีน ได้แก่ การที่สหรัฐขาดดุลการค้าจำนวนมากต่อจีน, การที่จีนมีแผนที่จะครอบครองอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงในปี 2025 และการที่จีนควรเปิดตลาดให้แก่บริษัทสหรัฐเพื่อให้เข้าสู่ตลาดได้อย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ นายรอสส์แสดงความเห็นว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะต้องทำการปฏิรูปโครงสร้าง และกำหนดบทลงโทษ เพื่อให้มีการเริ่มต้นความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีนอีกครั้ง

วุฒิสภาสหรัฐปฏิเสธการรับรองร่างกฎหมายงบประมาณทั้ง 2 ฉบับ โดยฉบับหนึ่งเป็นร่างกฏหมายที่รวมงบประมาณสำหรับสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกวงเงิน 5.7 พันล้านดอลลาร์ตามคำเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่วนอีกฉบับหนึ่งเป็นร่างกฎหมายที่สนับสนุนโดยพรรคเดโมแครต โดยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานของรัฐบาลที่ถูกชัตดาวน์นั้น มีงบประมาณใช้จ่ายไปจนถึงวันที่ 8 ก.พ. ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับต่างก็ได้รับคะแนนสนับสนุนไม่ถึง 60เสียงตามเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อให้ร่างกฎหมายผ่านการพิจารณา ส่งผลให้สถานการณ์ชัตดาวน์ในสหรัฐก้าวเข้าสู่วันที่ 35ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดเป็น
Source: NEWSCENTER

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com