กพช.อนุมัติแผน PDP 2018 โรงไฟฟ้า IPP-SPP เฮถ้วนหน้า

ทันหุ้น—กพช.เห็นชอบ แผน PDP2018  พร้อม ต่ออายุโรงไฟฟ้า SPP 25 โรง ส่งผลให้กลุ่มโรงไฟฟ้าเฮกันถ้วนหน้า ยักษ์ใหญ่ GULF , RATCH, EGCO มีโอกาสผลิต IPP แทน กฟผ. ขณะที่ BGRlM, GLOW หมดห่วงโรงไฟฟ้า SPP หมดอายุ ชี้กำลังผลิตเพิ่มรวม 20 ปีอยู่ที่ 77,211 เมกะวัตต์

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้เห็นชอบแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561 – 2580 (PDP 2018)  ระยะเวลา 20ปี

โดยสิ้นปี 2560 ไทยมีกำลังผลิตไฟฟ้าอยู่ที่  46,090 เมกะวัตต์ โดยตามแผน PDP 2018 จะมีกำลังการผลิตที่ปลดออกจากระบบอีก 25,310 เมกะวัตต์ และมีกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ 56,431 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งสิ้นจนถึงปี 2580 จะอยู่ที่ 77,211 เมกะวัตต์

สำหรับกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ 56,431 เมกะวัตต์ที่เพิ่มขึ้น  แยกตามประเภทโรงไฟฟ้า แบ่งเป็น โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 20,766 เมกะวัตต์ ,โรงไฟฟ้าพลังน้ำสูบกลับ 500 เมกะวัตต์,โรงไฟฟ้าระบบโคเจนเนอเรชั่น  2,112 เมกะวัตต์ ,โรงไฟฟ้าความร้อนร่วม 13,156 เมกะวัตต์ ,โรงไฟฟ้าถ่านหิน/ลิกไนต์ 1,740 เมกะวัตต์ ,รับซื้อจากต่างประเทศ 5,857 เมกะวัตต์ , โรงไฟฟ้าใหม่/ทดแทน 8,300 เมกะวัตต์ และแผนอนุรักษ์พลังงาน 4,000 เมกะวัตต์

ขณะที่นโยบายส่งเสริมของภาครัฐ จะมีทั้งเพิ่มโรงไฟฟ้าขยะอีก 400 เมกะวัตต์ จากเดิมมี 500 เมกะวัตต์,โรงไฟฟ้าชีวมวลประชารัฐ 120 เมกะวัตต์ รวม 520 เมกะวัตต์ นอกจากนี้มอบ กฟผ. ดำเนินการศึกษาและจัดทำแผนการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าของประเทศเพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เพิ่มประสิทธิภาพ เป็นศูนย์กลางซื้อขายไฟฟ้า (Grid connection) ในภูมิภาค รวมถึงการเชื่อมโยงกับระบบจำหน่าย เพื่อให้สามารถรองรับการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียนในอนาคต (Grid Modernization)

และให้ กบง. และ กกพ. พิจารณาแนวทางการดำเนินการโครงการพลังงานแสงอาทิตย์โซลาร์ภาคประชาชน ปีละ 100 เมกะวัตต์ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการให้เร็วที่สุด และให้ กบง. พิจารณาแนวทางการจัดหาโรงไฟฟ้าให้เป็นไปตามแผน PDP2018 โดยคำนึงถึงความมั่นคงของระบบไฟฟ้าภาคตะวันตกและภาคใต้ ความพร้อมและการยอมรับชนิดของเชื้อเพลิงในด้านสิ่งแวดล้อม โดยโรงไฟฟ้าภาคตะวันตกที่หมดอายุ 2 โรง กำลังการผลิต แห่งละ 700 เมกวัตต์ จะมีการเจรจาให้ผู้ประกอบการเข้ามาดำเนินการ แต่ได้กำหนดเงื่อนไขในเรื่องของราคาและส่วนลดให้มากที่สุด  ขณะเดียวกันยังคงประมาณการค่าไฟฟ้าขายปลีก ในช่วงปี 2561 – 2580 อยู่ระหว่าง 3.50 – 3.63 บาทต่อหน่วย หรือเฉลี่ย 3.58 บาทต่อหน่วย เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจ ซึ่งราคาจะไม่แพงขึ้นจากปัจจุบัน

ต่ออายุ SPP Cogeneration 

กพช. ยังเห็นชอบการปรับปรุงช่วงเวลาการสิ้นสุดอายุสัญญาของ SPP ระบบ Cogeneration กลุ่มต่ออายุสัญญาให้ครอบคลุม SPP ระบบ Cogeneration เป็นปี 2559 – 2561 เพื่อให้สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของมติ กพช. เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2559 ประเภทสัญญา Firm ระบบ Cogeneration จำนวน 25 ราย โดยให้ SPP ระบบCogeneration ที่สิ้นสุดอายุสัญญาในปี 2559 -2568 ได้รับการต่ออายุสัญญาหรือก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ โดยให้ใช้เชื้อเพลิงตามสัญญาเดิมและได้รับอัตรารับซื้อไฟฟ้าสอดคล้องกับประเภทเชื้อเพลิง

และมอบ กกพ. พิจารณาต่ออายุสัญญาโรงไฟฟ้าภายใต้หลักการตามมติ กพช. ดังกล่าวสำหรับโรงไฟฟ้าที่กำลังจะสิ้นสุดอายุสัญญาในปี 2562-2564 และไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ได้ทัน เพื่อให้สามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ได้ BGRlM, GLOW รับเต็มๆ

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ระบุว่า การที่ กพช. มีมติให้โรงไฟฟ้าทั้ง 25 โรงดังกล่าวได้ต่ออายุสัญญา ถือเป็น sentiment เชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า ที่มีโรงไฟฟ้าเข้าข่ายต้องต่ออายุสัญญา PPA เพราะอายุสัญญาจะหมดลงในช่วงปี 2562-68 ได้แก่ BGRlM, GLOW และ EGCO แต่ทั้งนี้จะเป็นบวกมากหรือน้อยต้องขึ้นอยู่กับรูปแบบการต่ออายุ

โดย BGRIM มีโรงไฟฟ้าที่ใกล้หมดอายุจำนวน 3 โรง คิดเป็นกำลังการผลิต (Equity MW) 154.7 เมกะวัตต์ จากกำลังการผลิตในมือทั้งสิ้น 2.1 พันเมกะวัตต์ ได้แก่ โรง ABP1 (2562) และ ABP2 กับ BPLC1 (2565) ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยได้รวมประเด็นดังกล่าวสำหรับโครงการ BGRlM ทั้ง 3 โรงไว้ในประมาณการอยู่แล้ว คิดเป็นมูลค่าพื้นฐาน 2.9 บาท/หุ้น ภายใต้สมมติ SPP Extension 10 ปี แนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 34 บาท

ส่วน GLOW มีโรงไฟฟ้าที่จะทยอยหมดอายสัญญา ได้แก่ โรง Glow Energy เฟส2 (2563), Glow SPP1 (2564), Glow SPP2 (2567), Glow SPP3 (2567-68) และ Glow SPP11 (2568) คิดเป็นกำลังการผลิตรวม 1.2 พันเมกะวัตต์ จากกำลังการผลิตในมือทั้งสิ้น 2.9 พันเมกะวัตต์ ราคาเหมาะสม 93 บาท

EGCO มีโรงไฟฟ้าที่จะหมดอายุได้แก่ โรง Gulf Cogen (2562) และหนองแค โคเจนเนอเรชั่น (2564) คิดเป็นกำลังการผลิตรวม 230.9 เมกะวัตต์ จากกำลังการผลิตในมือทั้งสิ้น 4.8 พันเมกะวัตต์ ราคาเหมาะสม 260 บาท

IPP ยิ้มผลิตแทน กฟผ.

ด้านนายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์เคทีบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า มีข้อสังเกตในด้านของแผน PDP 2018 มีการปรับเพิ่มกำลังการผลิตกว่าครั้งเดิมถึง 4,000 เมกกะวัตต์ และมีการให้โควต้า SPP เพิ่มจากเดิม 1,105 เมกะวัตต์  เป็น 2,112  เมกะวัตต์ ซึ่งจะเป็นผลบวกต่อกลุ่มผู้ผลิต SPP

นอกจากนี้ยังมองว่า ผู้ผลิตไฟฟ้า IPP อาทิ GULF , RATCH, EGCO จะมีโอกาสที่จะได้รับประโยชน์มากกว่า SPP เนื่องจาก จะมีโอกาสได้สัญญาผลิตไฟฟ้า ในส่วนของโรงไฟฟ้า กฟผ. ที่หมดอายุ ด้วย