กลุ่มแบงก์ Q4/61 แย่กว่าคาด SCBS ปรับประมาณการอัตราการเติบโตกำไรสุทธิปี 62 ลดลง 3%

บทวิเคราะห์ บล.ไทยพาณิชย์ สแกน กลุ่มธนาคาร ระบุกำไรสุทธิ 4Q61 ของกลุ่มธนาคารออกมาต่ำกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ หลักๆ เกิดจาก non-NII และ opex ในขณะที่อัตราการขยายตัวของสินเชื่อฟื้นตัวดีขึ้นเล็กน้อย NIM เติบโตเล็กน้อย และ credit cost ลดลง

โดยคาดว่าอัตราการขยายตัวของสินเชื่อจะค่อยๆ ฟื้นตัว NIM จะเพิ่มขึ้น และ credit cost จะลดลงในปี 2562 แต่ non-NII จะยังคงอ่อนแอ เราปรับประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2562 ของกลุ่มธนาคารลดลงจาก 9% สู่ 6% (เทียบกับ 9% ในปี 2561) หลังประกาศผลประกอบการ 4Q61 เรายังคงเลือก BBL และ KTB เป็น top picks ของกลุ่มธนาคาร เนื่องจากจะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากวัฏจักรการลงทุนและ valuation น่าสนใจ

สรุปผลประกอบการ 4Q61: กำไรสุทธิต่ำกว่าคาด กำไรสุทธิ 4Q61 ของกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้น 1% YoY แต่ลดลง 23% QoQ ต่ำกว่าประมาณการของ SCBS อยู่ 17% และต่ำกว่าประมาณการของตลาดอยู่ 11% กำไรสุทธิปี 2561 เติบโต 9% เทียบกับ -7% ในปี 2560

ทั้งนี้ ธนาคารส่วนใหญ่รายงานกำไรสุทธิต่ำกว่าคาดใน 4Q61 รายการที่แย่กว่าคาดแตกต่างกันไปในแต่ละธนาคาร โดยรายการหลักๆ ที่ออกมาแย่กว่าคาด คือ การตั้งสำรองสูงกว่าคาดของ SCB, opex ที่สูงกว่าคาดและกำไรจากธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศที่ต่ำกว่าคาดของ KTB, การตั้งสำรองพิเศษเพื่อรองรับการปรับเพิ่มค่าชดเชยกรณีพนักงานเกษียณของ BBL, รายได้ค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าคาดของ TMB และ non-NII ที่ต่ำกว่าคาดของ KBANK

ขยายสินเชื่ออย่างระมัดระวัง อัตราการขยายตัวของสินเชื่อ QoQ ของกลุ่มธนาคารเร่งตัวขึ้นตามฤดูกาลจาก 0.5% ใน 3Q61 สู่ 2.2% ใน 4Q61 แต่ต่ำกว่า 3.3% ใน 4Q60 สินเชื่อขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 4.9% ในปี 2560 สู่ 5.4% ในปี 2561 หลักๆ เกิดจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อรายย่อย

ธนาคารบางแห่งใช้นโยบายปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังในปี 2562 โดยมีสาเหตุมาจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ดังนั้นเราจึงปรับประมาณการอัตราการขยายตัวของสินเชื่อในปี 2562 ของกลุ่มธนาคารลดลงจาก 7.5% สู่ 6.4% ซึ่งยังคงสะท้อนถึงการค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนจากการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง

เน้นที่ผลตอบแทน NIM ของกลุ่มธนาคารขยับขึ้น 3 bps QoQ ใน 4Q61 เนื่องจากผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ฟื้นตัว (+5 bps QoQ) มากกว่าต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น (+2 bps QoQ) สำหรับปี 2561 NIM ของกลุ่มธนาคารลดลง 2 bps เราคาดว่าจะเห็น NIM ของธนาคารส่วนใหญ่ (ยกเว้นธนาคารที่เน้นปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ) ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากหลายธนาคารจะปรับพอร์ตสินเชื่อให้มีสัดส่วนสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง (สินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน และสินเชื่อ SME ขนาดเล็ก) มากขึ้น และจะได้รับประโยชน์จากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

Non-NII แย่กว่าคาด non-NII ของกลุ่มธนาคารลดลง 13% YoY และ 18% QoQ ใน 4Q61 ในขณะเดียวกัน รายได้ค่าธรรมเนียมและการรับประกันภัยของกลุ่มธนาคารลดลง 12% YoY แต่เพิ่มขึ้น 8% QoQ ใน 4Q61 เราคาดว่า non-NII จะลดลงต่อในปี 2562 โดยเกิดจากผลกระทบตลอดทั้งปีจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิตอล

Credit cost ลดลง แต่ LLR coverage เพิ่มขึ้น NPL ของกลุ่มธนาคารอยู่ในระดับทรงตัว โดยเกิดจากการตัดหนี้สูญและการขาย NPL credit cost ลดลง 21 bps QoQ แต่ LLR coverage เพิ่มขึ้นสู่ 152% จาก 149% ณ 3Q61 สำหรับปี 2562 เราคาดว่า credit cost ของกลุ่มธนาคารจะลดลงอีก 10 bps น้อยกว่าที่ลดลง 25 bps ในปี 2561

กำไรจะเติบโตในอัตราชะลอตัวลงในปี 2562 เราคาดว่ากำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารจะเติบโตในอัตราชะลอตัวลงจาก 9% ในปี 2561 สู่ 6% ในปี 2562 ทั้งนี้หลังจากการประกาศผลประกอบการ 4Q61 สิ้นสุดลง เราก็ปรับประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2562 ของกลุ่มธนาคารลดลง 3%

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com