ครม.ตัดสินคุมค่ารักษา เปิด2กรณีชี้ทิศหุ้นรพ.

ทันหุ้น-ครม.พิจารณากรณีคุมค่ารักษาพยาบาลวันนี้ ท่ามกลางเอกชน-สาธารณสุข ยก พ.ร.บ.สถานพยาบาล 2541 ค้าน นักวิเคราะห์ชี้หุ้นลงต่ำแล้ว โอกาสได้รับกระทบน้อยหากครม.อนุมัติคุม แต่ถ้า ครม. ดีดออก อาจเห็นแรลลี่ ชู BCH น่าลงทุนสุด เป้า 22 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามกำหนดการณ์วันนี้ (22 ม.ค.) กระทรวงพาณิชย์จะนำเรื่องการการควบคุมค่ารักษาทางการแพทย์ ค่ายา และเวชภัณฑ์ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจาก ที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้พิจารณานำ ยาและเวชภัณฑ์ เข้ามาอยู่ในบัญชีสินค้าควบคุม พร้อมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้น 1 ชุด ประกอบด้วย ตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์, กระทรวงสาธารณสุข, สมาคมประกันภัย, สมาคมโรงพยาบาลเอกชน, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อศึกษามาตรการมาใช้กำกับดูแลสินค้ายาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย

อย่างไรก็ดีในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลเอกชนก็ได้ยกกฎหมาย โดยระบุว่า การเข้าควบคุมจากกระทรวงพาณิชย์อาจจะขัดต่อ พ.ร.บ.สถานพยาบาล 2541 และประกาศสาธารณสุข ทำให้ต้องมาลุ้นกันว่า ครม. จะมีบทสรุปออกมาเป็นเช่นไร

นางวชิราลักษณ์ แสงเลิศศิลปชัย รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ ได้ประเมินแนวทางหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลไว้ 2 มุมมองด้วยกัน กรณีแรกหาก ครม. อนุมัติให้มีการควบคุมค่ารักษา ยา และเวชภัณฑ์ ตามแนวทางของกระทรวงพาณิชย์นั้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลมากนัก เนื่องจากที่ผ่านมาราคาได้ร่วงลงมาต่ำแล้ว ขณะเดียวกันมองว่าผลกระทบในแง่พื้นฐานระยะยาวก็จะไม่สูงมากนัก เนื่องจากเชื่อว่าโรงพยาบาลจะยังสามารถปรับตัวเพื่อที่จะเพิ่มกำไรได้ ขณะเดียวกันการควบคุมค่ารักษาจะส่งผลให้การแข่งขันลดน้อยลง เนื่องจากเป็นการปิดกั้นผู้ที่จะเข้ามาใหม่ ทำให้โรงพยาบาลขนาดใหญ่ได้รับประโยชน์ในระยะยาว ขณะเดียวกันความต้องการใช้ยาและบริการทางการแพทย์และก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น และสอดคล้องกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยของประเทศไทย

ส่วนกรณีที่ ครม. ไม่อนุมัติ รวมถึงการยืดเวลาให้หารือระหว่างกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงสาธารณสุขใหม่นั้น จะส่งผลทำให้หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่ถูกลดลงมาก่อนหน้านั้น เด้งขึ้นทันที

ทั้งนี้มองว่าการควบคุมค่ายาอาจเป็นไปได้ยาก เนื่องจากโรงพยาบาลเอกชนถือเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภค และโดยปกติแล้วคนไทยทุกคนมีสิทธิการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว เช่น โครงการประกันสังคม, โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค

โดยเลือกหุ้นบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH เป็นหุ้นที่น่าสนใจ เนื่องจากผลการดำเนินยังคงเติบโตจาก จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งกลุ่มผู้ป่วยเงินสดและประกันสังคม และยังได้รับผลดีจาก โรงพยาบาลเวิลด์ เมดิคอล เซ็นเตอร์(WMC) ที่มีผลกำไรจากการดำเนินงาน และจะมีการเปิดโรงพยาบาลเกษมราษฎร์รามคำแหงซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต   นอกเหนือจากนั้นมองว่าการที่ BCH มีสัดส่วนรายได้กลุ่มประกันสังคมสูงถึง 35% ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงประเด็นดังกล่าวเช่นกัน โดยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 62 ที่ 1.26 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% จากปีก่อนแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย 22 บาท ส่วน หุ้น BDMS นั้นหากราคาลงมาถึงระดับ 20 บาท สามารถสะสมระยะยาวได้