CAZ ตุนงานปิโตรเคมี ค่ายปตท.ลูกค้าใหญ่

ทันหุ้น –CAZ เทรดวันแรก (22 ม.ค.62) ตลาดหลักทรัพย์ mai ในราคาหุ้นละ 3.90 บาท “ซุง ซิก ฮอง” มั่นใจนักลงทุนตอบรับเป็นอย่างดี ด้านโบรกประเมินพื้นฐานแกร่ง ตุน Backlog เต็มมือ ทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ขณะที่มีโอกาสรับงานใหม่สูง จากลูกค้าหลักรายใหญ่อย่าง BCP, TOC และ IRPC จับตารายได้ โตก้าวกระโดด   

นายซุง ซิก ฮอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซี เอ แซด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CAZ เปิดเผยว่า บริษัทเชื่อมั่นว่าหุ้น CAZ ที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรก ในวันที่ 22 มกราคม 2562 จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนอย่างแน่นอน

นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมสายงานวาณิชธนกิจ-ด้านตลาดทุนบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่าย และรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญ CAZ กล่าวว่า การเข้าซื้อขาย ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันที่ 22 มกราคม 2562 โดยคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน หลังจากก่อนหน้านี้ได้เปิดจองซื้อหุ้น IPO ซึ่งได้เปิดให้ผู้ถือหุ้นของ TAKUNI จองซื้อในวันที่ 8-10 มกราคม 2562 และประชาชนทั่วไปจองซื้อในวันที่ 11-15 มกราคม 2562 โดย CAZ ได้มีการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 80 ล้านหุ้น ที่ราคา 3.90 บาท

ด้านนางปิยะภา จงเสถียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส 14 แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) ของ CAZ กล่าวเสริมว่า แผนการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มความสามารถของการรับงานในอนาคต โดยการใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันแก่ธนาคาร และลงทุน เพื่อซื้ออุปกรณ์ในการประกอบธุรกิจและการพัฒนาด้านไอที และการระดมทุนครั้งนี้ยังช่วยให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ของบริษัทลดลง ทำให้บริษัทสามารถเพิ่มช่องทางในการจัดหาเงินทุนมากขึ้นในอนาคต และส่วนที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท

*ราคาเหมาะสม 6.20 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า บริษัท ซี เอ แซด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CAZ ประกอบธุรกิจให้บริการด้านการออกแบบวิศวกรรม. และการบริหารจัดการงานรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร (EPC) โดยมองว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะพื้นที่ EEC ก่อให้เกิดความต้องการด้านพลังงานที่สูงนั้นหนุนต่อรายได้ของบริษัท ทั้งนี้จาก Backlog ในไตรมาส 2/2561 ที่ 2.2 พันล้านบาท. งานใหม่ที่มีการเซ็นสัญญาในช่วงไตรมาส 3/2562 คิดเป็นมูลค่ากว่า 762 ล้านบาท และโอกาสในการชนะการประมูลงานต่างๆ ที่สูง

โดยเฉพาะกลุ่มปตท. จึงคาดว่าบริษัทจะมีรายได้จากการให้บริการในปี 2562 ที่ 2.5 พันล้านบาท (+56% จากปีก่อน) โดยเป็นรายได้ที่รับรู้จากฐาน Backlog ที่เซ็นสัญญาแล้วกว่า 86% ในขณะที่คาดว่ารายได้ปี 2563 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3.1 พันล้านบาท (+27% จากปีก่อน)

นอกจากนี้มองว่าบริษัทจะมีอัตรากำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น จากความสามารถในการบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ดี คาดปี 2562 ที่ 4.3% เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่ 3.5% ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2562 ที่ 105 ล้านบาท (+90% จากปีก่อน) ทั้งนี้ประเมินมูลค่าหุ้น CAZ ด้วยวิธี P/E Ratio ที่ 6.20 บาท (อิง Forword P/E ปี 2562 ที่ 16.7 เท่า) หรือคิดเป็น PEG ปี 2562 เพียง 0.3 เท่า (อิง EPS ปี 2561-2563 CAGR ที่ 65%)

*มีโอกาสรับงานใหม่ต่อเนื่อง

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดกำไรสุทธิ CAZ ปี 2561-2563 เติบโต 76% ต่อปี ผลักดันโดยสมมุติฐาน 1.ยอดขายที่เติบโตปีละ 33% ตามการเพิ่มขึ้นของ Backlog ที่มีอยู่และโอกาสจากโครงการใหม่ที่บริษัทเข้าประมูล โดยมีลูกค้าทั้ง PTT, BCP, TOC และ IRPC ประกอบกับ ณ ปัจจุบันบริษัทมี Backlog ราว 2.8 พันล้านบาท ที่จะทยอยรับรู้ตั้งแต่ไตรมาส 4/2561 เป็นต้นไป

โดยจะรับรู้รายได้ในปี 2562 เต็มปี ประมาณ 89% ของรายได้ที่คาดการณ์ไว้ในปี 2562 2.ค่าใช้จ่ายในการขายและบริการต่อยอดขายลดลงที่ระดับ 3-4% ในช่วงปี 2561-2563 เทียบกับปี 2560 เนื่องจากแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ทั้งนี้ประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 5.60 บาทต่อหุ้น ด้วยวิธี P/E Multiple ปี 2562 ที่ 16.1 เท่า เป็นค่าเฉลี่ยของบริษัท TTCL และ TRC ซึ่งมีลักษณะธุรกิจใกล้เคียงกับบริษัท CAZ และคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้นปี 2562 ที่ระดับ 0.35 บาท