ปีใหม่แล้ว วางแผนการเงินแบบใด อยู่รอดได้ยั่งยืน

นี่ก็เพิ่งผ่านวันปีใหม่ 2562 มาไม่นาน ผมคิดว่า เป็นช่วงเวลาที่ดี ที่มนุษย์เศรษฐกิจในยุคนี้ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนหุ้น นักลงทุนกองทุน มนุษย์งานประจำ หรืองานไม่ประจำทั้งหลาย จะได้มองตรึกตรองวางแผนการเงินเป็นแพคเกจทั้งปี เพื่อเป้าหมายเกษียณด้วยหุ้น เกษียณด้วยกองทุน แบบที่มีการบริหารความเสี่ยง และบริหารภาษีเพื่อประโยชน์สูงสุดของตัวท่านเอง

การที่มนุษย์คนหนึ่งจะมีรายได้จากการลงทุน ก็เฉกเช่น การปลูกไม้ยืนต้น ถ้าไม่เริ่มปลูกแต่เนิ่นๆ พอแก่ตัวลง จะเอาต้นไม้ใหญ่ที่ไหนพักพิง การลงทุนก็เช่นกัน มันต้องเกิดการ “ทยอยลงทุนระยะยาว”มาตั้งแต่วัยเริ่มทำงาน จนกระทั่งถึงวัยเกษียณ วางแผนตั้งแต่ต้นปี ทำทั้งปี และทำทุกปี … ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวรวยเอง

ผมขอแนะนำเครื่องมือการลงทุนหลากหลายชนิดให้ลองพิจารณาดูดังนี้ครับ เมื่อรายได้ 100% ของท่านเข้ามาให้ลองทำดังนี้

1.ลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (เอกชน)หรือ กบข.(ราชการ) อย่างน้อย 5%ของรายได้

นี่คือกองทุนต้องห้ามพลาด นี่เป็นการลงทุนที่ไร้พ่าย มีแต่ประตูชนะลูกเดียว สามารถลงทุนทุกเดือน และนายจ้างก็จะสมทบให้ในจำนวนที่เท่ากันด้วย เช่น เราใส่ 5% นายจ้างจะเติมให้(ฟรี) 5% ลงทุนไปเรื่อยๆ พอเกษียณก็รับทั้งหมดไปเลยอ้อ! ความสุดยอดอีกอย่างคือสามารถหักลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

2.ลงทุนในกองทุน LTF15% ของรายได้

นี่คือ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว ลงทุนได้สูงสุด 15% ของรายได้ หรือไม่เกิน 500,000 บาท และถือครอง 7ปีปฏิทินซื้อลงทุนแล้วลดหย่อนภาษีได้ การลงทุน LTF ยังส่งผลดีต่อทั้งนักลงทุน เพราะเงินลงทุนอยู่นานขึ้น ระยะยาวมากขึ้น ผลตอบแทนก็จะยิ่งมีความแน่นอนมากขึ้น

3.ลงทุนในกองทุนRMF15%ของรายได้

นี่คือ กองทุนรวมเพื่อการเกษียณอายุ ซื้อลงทุนแล้วลดหย่อนภาษีได้ ลงทุนได้สูงสุด 15% ของรายได้ หรือไม่เกิน 500,000 บาท (เมื่อคำนวณรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) ถือครองถึงอายุ 55 ปี และไม่ต่ำกว่า 5 ปี นี่จึงเป็นกองทุนกึ่งบังคับตัวเองของผู้ลงทุน เพราะต้องลงทุนนาน เชื่อหรือไม่ครับ ว่ารูปแบบนี้แหละที่เป็นประโยชน์ต่อการเกษียณอายุอย่างแท้จริงเพราะเป็นกึ่งบังคับอยู่ยาวอีกทั้งนักลงทุนยังมีสินทรัพย์ให้เลือกหลากหลาย ทั้ง พันธบัตร ตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศอสังหาฯ และ ทองคำ ซึ่งสามารถสับเปลี่ยนกองได้ เพื่อประโยชน์สูงสุด เหมือนเราเป็นผู้จัดการกองทุนชีวิตตัวเอง

4.ลงทุนในพอร์ทออมหุ้น 5%-15% ของรายได้

นี่คือการสร้าง “พอร์ทออมในหุ้น” ซึ่งก็คือการแปลงการออมเงินสด ให้เป็นการทยอยสะสมออมหุ้นพื้นฐานดี การลงทุนระยะยาว จะทำให้เรามีต้นทุนที่หลากหลาย พอร์ทจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆตามระยะเวลา พร้อมๆกับเงินปันผลที่ได้ นี่จึงเป็นการสร้าง Passive Income หรือรายได้ที่เป็นเงินไหล อันจะนำไปสู่การเกษียณด้วยหุ้น

หากท่านลงทุนข้อ 1-4 ครบทุกข้อ แปลว่าท่านเป็นผู้ออมและลงทุนได้ในระดับ 40-50% ของรายได้ทุกเดือน เงินออมจะอยู่ในรูปของกองทุนและหุ้น (PVD,LTF,RMF ยังสามารถลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย) ซึ่งเป็นระดับการออมที่สูง คนไทยส่วนใหญ่ทำไม่ได้ แถมยังประมาทไม่ทำครับ

เรื่องการออมลงทุนนี้ เป็นกฎแห่งกรรมโดยแท้จริงเราหว่านพืชสิ่งใด ได้ผลสิ่งนั้น

หว่านไว้มากๆ ก็จะรวยตอนเกษียณมากๆครับผม

*****************

โดย อธิป กีรติพิชญ์ (Facebook Fanpage : นิ้วโป้ง Fundamental VI)