MINT ลุยปั้น’ไมเนอร์แฟชั่น’ ซดกำไร NHHotel-เป้า46บ.

ทันหุ้น – MINT ไฟเขียวบริษัทย่อยซื้อหุ้น 100% ของ “มายเซล ดอท ซีโอ ดอท ทีเอช” รองรับแผนขยายธุรกิจพร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น “ไมเนอร์ แฟชั่น” โบรกมอง NH Hotel ดันกำไรปี 2562 พุ่ง 21% แนะ”ซื้อ” เคาะเป้า 46 บาท

นายไบรอัน เจมส์ เดลานี่ ประธานเจ้าหน้าที่การเงินส่วนกลาง บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ดำเนินธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม ซึ่งรวมถึงโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขาย โครงการพักผ่อนแบบปันส่วนเวลา และให้เช่าศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบันเทิงและธุรกิจจัดจำหน่าย เปิดเผยว่า บริษัทย่อยคือ บริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MCL ซึ่งถือหุ้นโดย MINT ที่ 91.35% ได้เข้าซื้อหุ้น บริษัท มายเซล ดอท ซีโอ ดอท ทีเอช จำกัด เป็น 100% จากเดิมที่ถืออยู่ 50.1% จากบริษัท เอแปค เซล กรุ๊ป พีทีอี ลิมิเต็ด จำกัด (APAC) เพื่อขยายธุรกิจของบริษัทพร้อมเปลี่ยนชื่อบริษัทที่เข้าซื้อหุ้นเพิ่มดังกล่าวเป็นบริษัท ไมเนอร์ แฟชั่น จำกัด
NH Hotelปั้มกำไร

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดกำไรของบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)หรือ MINT ในปี 2562 เติบโตจากการทำงบการเงินรวมกับ NH Hotel (MINT ถือหุ้น 94.1%) โดยเริ่มทำงบการเงินรวมตั้งแต่ไตรมาส 4/2561 เป็นต้นไป

ส่วนไตรมาส 4/2561 ผลประกอบการหลักยังทรงๆ แม้ว่าจะมีรายได้จาก NH Hotel เข้ามา 2 เดือนแต่ก็ชดเชยด้วยค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น แต่ในปี 2562 คาดการณ์ว่า NH Hotel จะช่วยให้กำไรสุทธิของบริษัทขยายตัวได้ อีกทั้งหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Gearing) สิ้นปี 2562 จะลดลงเป็น 1.3 เท่า หลังจากที่ขึ้นไป 1.9 เท่าหลังซื้อ NH Hotel โดยเป็นผลจากการที่บริษัทมีบันทึกกำไรในการซื้อกิจการในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม, การออก Perpetual Bonds และกำไรจากการดำเนินงานที่เข้ามาในปี 2562

นอกจากนี้คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2562 ขยายตัว 21% โดยหลักมาจากการเติบโตที่ดีของรายได้และอัตรากำไรของธุรกิจในต่างประเทศ (โครงสร้างรายได้ในปี 2562 หลังซื้อ NH Hotel ประกอบด้วย รายได้จากต่างประเทศที่ไม่รวม NH Hotel 30%, รายได้จาก NH Hotel 40% และรายได้ในประเทศ 30% ส่วนโครงสร้างกำไรจะเป็น 40%, 40% และ 40% ตามลำดับ) , ส่วนEconomy of scale และการบริหารค่าใช้จ่ายขาย บริหาร และดำเนินงานได้มีประสิทธิภาพ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นราว 30%

เชียร์ซื้อ-เป้า46บาท

อย่างไรก็ดีฝ่ายวิจัยให้ราคาพื้นฐานไว้ที่ 46 บาท โดย MINT ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของธุรกิจโรงแรมในประเทศไม่มาก เพราะมีธุรกิจในต่างประเทศเป็นสัดส่วนที่สูง ขณะเดียวกัน ธุรกิจโรงแรมในประเทศก็ค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นหลังรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้น และเชื่อว่าธุรกิจท่องเที่ยวของไทยยังไปได้ดีในระยะยาวจากการที่ไทยมีทรัพยากรธรรมชาติ และองค์ประกอบอื่นๆ เช่น อาหารไทย, ผลไม้ไทย, นวดแผนโบราณ & สปา ฯลฯ ที่จูงใจนักท่องเที่ยว แนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 46 บาท