หยิบประเด็นมาเล่าสู่กันฟัง

สัปดาห์ก่อน มี surprise ที่เกิดกับหุ้นอยู่หลายตัว(กลุ่ม) ลองมาดูกัน และส่งท้ายด้วยเรื่อง กำไรไตรมาสที่ 4

  • กลุ่มโรงพยาบาล ราคายา-เวชภัณฑ์-บริการทางการแพทย์ ถูกนำเข้าไว้ในรายการสินค้าควบคุม
  • KBANK– DTAC–ADVANC-TRUE :  ราคาร่วงพร้อมๆกันในวันพฤหัส
  • ประเมินและ survey กำไรไตรมาสที่ 4
  • กลุ่มโรงพยาบาล ราคายา-เวชภัณฑ์-บริการทางการแพทย์ ถูกนำเข้าไว้ในรายการสินค้าควบคุม

คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ประชุมเมื่อ 9 ม.ค.62 เพื่อพิจารณารายการสินค้าและบริการควบคุม ประจำปี 2562  โดยสินค้าและบริการที่ถูกเพิ่มเข้ามาในรายการ ประกอบด้วย เวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ (ยา อยู่ในรายการควบคุมอยู่แล้ว) ที่นักลงทุนตกใจ คือมีการมองไปเลยเถิดว่าจะถึงขั้นเอามาตรการกำหนดราคาหรือค่าบริการมาใช้กันเลยทีเดียว ซึ่งดูๆ แล้วคงทำแบบนี้ไม่ได้กับโรงพยาบาลเอกชน เนื่องจากมีต้นทุน-คุณภาพและชื่อเสียงที่ไม่เท่ากัน มีการเทขายหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลออกมาในวันนั้น เรายอมรับว่าถ้าทำแบบนั้น (ควบคุมราคาขาย) จะกระทบต่อกำไรของโรงพยาบาลอย่างแน่นอน

ในความเป็นจริง กระบวนการคุมราคาสินค้าและบริการ เป็นการนำเอาสินค้านั้นๆขึ้นมาดูว่ามีราคาที่สมเหตุสมผลหรือไม่ จากรายการ 53 รายการ ของปี 2561  ส่วนใหญ่จะไม่มีการใช้มาตรการกำหนดราคาขายสินค้า แต่อาจมีราคากลางของสินค้าต่างๆไว้  โดยล่าสุด ที่มีการนำเอายางพาราและน้ำยาง เข้าเป็นสินค้าควบคุมในปี 2561 มาตรการที่ถูกนำมาใช้ ราวเดือน ก.ค.61 คือตั้งราคากลางของยางพาราไว้ให้แต่ละตลาดอ้างอิงในการซื้อขาย (เราไม่มีข้อมูลว่า จริงๆแล้วขายในราคาเดียวกันทุกตลาดหรือไม่)

กรณีของโรงพยาบาล คณะกรรมการอาจเริ่มใช้มาตรการตั้งแต่ขอความร่วมมือ ให้โรงพยาบาลประกาศราคายาและบริการ  หรือมากที่สุดคือการนำเอาราคากลางมาใช้ ซึ่งก็จะมีผลต่อโรงพยาบาลมากน้อยตามลำดับ ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน คือ ไม่ง่ายที่จะให้โรงพยาบาล แต่ละแห่งขายยาที่ราคาเท่ากันได้ อย่างมาก ก็คงให้ประกาศราคาและแจ้งให้ทราบเมื่อจะมีการเปลี่ยนแปลงราคาขาย และตามหลัก demand-supply คือ ถ้าราคาหรือค่าบริการถูกลง โรงพยาบาลอาจได้รับลุกค้ามากขึ้น เรายังเชื่อว่า โรงพยาบาลขนาดใหญ่ ยังคงได้เปรียบโรงพยาบาลขนาดกลางหรือเล็ก อยู่ดี

ทางออกของโรงพยาบาลเอง หากมีการคุมค่ายา-เวชภัณฑ์ ก็มีหลายทาง ตั้งแต่ผลักภาระให้บริษัทยา หรือให้คนไข้สามารถไปซื้อยาจากร้านค้าภายนอก

เวลานี้ เรากำลังรอดูว่า ทางการจะมีมาตรการใดๆออกมา  ซึ่งพร้อมจะบวก/ลบ ต่อหุ้นกลุ่มนี้ ก่อนหน้านี้  หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล เป็น 1 ใน 4 กลุ่มที่เรามองเป็นกลุ่มที่กำไรแข็งแกร่ง และใช้เป็นกลุ่มที่ใช้พักเงิน (ต้องพิจารณาที่หุ้นประกอบไปด้วย)  ถ้าสถานการณ์เปลี่ยน เราอาจมีการเปลี่ยนแปลงคำแนะนำของเราด้วย

  • KBANKDTACADVANC-TRUE : ราคาร่วงพร้อมๆกันในวันพฤหัส

DTAC แจ้งตลาดฯเมื่อ 10 ม.ค.62  ว่าได้เข้าทำสัญญาระงับข้อพิพาทกับ กสท. ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาของการดำเนินการภายใต้สัญญาสัมปทานซึ่งยาวนานกว่า 27 ปี และเพิ่งสิ้นสุดลงไปเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2561 รวมเป็นเงินราว 9.5 พันล้านบาท ข่าวนี้ ส่วนใหญ่จะงงๆ กันว่าทำไมต้องด่วนจ่ายเงินก้อนใหญ่นี้ออกไปทั้งๆที่ยังไม่มีการตัดสินว่าแพ้คดีออกมาในช่วงนี้ หรือ DTAC ต้องการแลกเปลี่ยนอะไรบางอย่าง ไม่ว่าอะไรก็ตาม ราคาหุ้น DTAC ปรับตัวลงมาถึง 9% ในวันนี้ นักวิเคราห์ KTBST ประเมินผลกระทบต่อราคาที่เหมาะสมของ DTAC  ราว 4 บาท/หุ้น

แต่หุ้นที่ราคาปรับตัวลงตามกันมา อาจมีคนคิดว่าจะทำลักษณะเดียวกัน คือ ADVANC และ TRUE  ถ้ายังไม่มีการเฉลยว่า DTAC จ่ายเงินไปทำไม นักลงทุนบางส่วนอาจมีข้อสงสัย ทางเราคงบอกได้แค่ว่าเป็นเรื่องของแต่ละบริษัทไม่น่าเกี่ยวโยงกันได้  ขณะที่ KBANK นั้น  ราคาก็ร่วงลงในวันเดียวกันถึง 3% ซึ่งไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนว่าเป็นเรื่องใด แต่รวมๆแล้ว

ทั้ง 2 ประเด็นที่Surprise ต่อตลาด มีผลกระทบในทางลบ ต่อดัชนี SET INDEX ในวันที่เกิดประเด็นทั้ง 9 และ 10 ม.ค. รวมกัน ประมาณ 9 จุด  หากไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น ณ วันนี้ดัชนีฯ ก็น่าจะยืนเหนือ 1600 จุด ไปแล้ว

  • ส่งท้ายด้วยเรื่อง กำไรไตรมาสที่ 4

กำไรไตรมาสที่ 4 ที่จะเริ่มรายงานในเดือนนี้ มีแนวโน้มจะต่ำกว่า ไตรมาสก่อน (3Q) เนื่องจาก มีส่วนของผลขาดทุนจากการลดลงของราคาน้ำมัน-ปิโตรเคมี จากผลของราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงในระหว่างไตรมาส ในเบื้องต้น เราประเมินกำไรจะต่ำกว่าไตรมาสที่ 3/62 (3Q=2.6 แสนล้านบาท)

หุ้นตัวแรกของ ที่รายงานกำไรรายไตรมาส ไปแล้ว คือ AEONTS โดยมีกำไร 901 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% YoY และ เพิ่มขึ้น 4.5% QoQ ในสัปดาห์นี้ หุ้นในกลุ่มสถาบันการเงิน จะทยอยส่งงบ โดยเริ่มตั้งแต่ TISCO ในวันที่ 14 ม.ค.(คาด)  ในงวดนี้ กำไรรวมของธนาคาร 9 แห่งที่เราจัดทำบทวิเคราะห์ จะมีกำไรรวม 4.41 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% YoY แต่ลดลง 9% QoQ โดย KTB และ KBANK จะมีกำไรเติบโตในลักษณะ YoY มากที่สุด

สำหรับหุ้นตัวอื่นๆ ที่มีการสำรวจกำไรไตรมาส ที่ 4  โดย Bloomberg  เรายกมาให้ดู 15 ลำดับแรก ที่กำไรโตทั้งแบบ YoY และ QoQ  หากดูจากเส้น Trend ชองกำไรในหุ้นชุดนี้แล้ว  จะพบว่าหุ้นที่มีการเติบโตของกำไรที่ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ (ไม่เหวี่ยง) จะมี 3 ตัว  คือ THANI , MTC และ KKP