MMผนึกพันธมิตรขยายตลาดตปท.

ทันหุ้น – MM ส่งบ.ย่อยเข้าลงทุนในสิทธิการเช่าพื้นที่ในปารีส เพื่อนำมาพัฒนาเป็นร้านอาหาร-เครื่องดื่ม รองรับขยายงานต่างประเทศและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในอนาคต คาดแหล่งเงินลงทุนจะมาจากเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัท

นายนาดิม ซาเวียร์ ซาลฮานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทมัดแมน จำกัด(มหาชน) หรือ MM แจ้งว่าบริษัท Mudman International Limited ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้จัดตั้งตั้งบริษัทใหม่ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในต่างประเทศ ภายใต้ชื่อ MM FR SAS มีทุนจดทะเบียน 24,000 ยูโร โดย Mudman International Limited ถือหุ้น 66.67% และนาย Guy Martin ซึ่งเป็นหัวหน้าเชฟของร้าน Le Grand Vefour ถือหุ้น 33.33%

ขณะเดียวกันที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้ MM FR SAS เข้าลงทุนในสิทธิการเช่าพื้นที่ จาก LE MESNIL Limited ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 2/2562 โดยสินทรัพย์ที่ MM FR SAS จะได้มา ได้แก่ สิทธิการเช่าพื้นที่ ซึ่งตั้งอยู่ที่ 78 และ 80 boulevard de Menilmontant, Paris โดยมีพื้นที่รวมประมาณ 550 ตารางเมตร โดยสิทธิการเช่าปัจจุบันมีอายุเหลือ 6 ปีและมีสิทธิต่อสัญญาต่อไป ซึ่งสินทรัพย์ที่ได้มาจะนำมาพัฒนาเป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มต่อไป

ขยายงานข้ามชาติ

อย่างไรก็ดีเข้าลงทุนครั้งนี้เพื่อเพิ่มโอกาสและขีดความสามารถของบริษัท ในการขยายธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มในต่างประเทศ ตลอดจนเพิ่มศักยภาพในการขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในอนาคต โดยแหล่งเงินลงทุนจะมาจากเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัท

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส3/2561บริษัทและบริษัทย่อย มีรายได้รวมเท่ากับ 735 ล้านบาท เมื่อเทียบจากไตรมาส 3 ปี2560 มีรายได้รวม 795 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการ เติบโตร้อยละ 8.1

ทั้งนี้บริษัทและบริษัทย่อย มีรายได้รวมในเก้าเดือนแรก (ม.ค. – ก.ย.) ในปี 2560 และ 2561 เท่ากับ 2,192 ล้านบาท และ 2,417 ล้านบาท ตามลำ ลำดับ หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 10.2 โดยปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ การรับรู้รายได้ของร้านอาหาร เลอ กรองด์ เวฟู (LeGrand Vé four) ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และร้านเกรฮาวด์ คาเฟ่ สาขากรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตลอดจนการเปิดร้านอาหาร กิน-เฮ (KinHey by Greyhound) และ Greyhound Coffee ในช่วงที่ผ่านมา

ส่งผลให้ไตรมาส 3ปี2561 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 13 ล้านบาท เมื่อเทียบจากไตรมาส3/2560 ที่มีผลขาดทุนสิทธิจำนวน 3 ล้านบาท โดยใน 9 เดือนแรกปี 2561 บริษัทมีกำไรสุทธิ 5 ล้านบาท เทียบกับ 9เดือนแรกปี 2560 บริษัทขาดทุนสุทธิจำนวน 39 ล้านบาท