AFเล็งลูกค้างานโปรเจกต์

ทันหุ้น – AF ปรับกลยุทธ์เพิ่มสภาพคล่องพอร์ตสินเชื่อ แฟคตอริ่ง เน้นขยายฐานกลุ่มลูกค้างานโปรเจกต์ ที่อิงกับงานโครงการภาครัฐ และเอกชน ขนาดใหญ่ พร้อมพัฒนาระบบปฏิบัติการรับซื้อลูกหนี้ผ่านระบบออนไลน์ ( E-factoring ) หวังเพิ่มศักยภาพบริการ เคาะปี 2562 พอร์ตสินเชื่อโตเพิ่มขึ้น 30%

นายอัครวิทย์ สุกใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AF ผู้ประกอบการธุรกิจแฟคตอริ่ง และผู้ให้บริการเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้นประเภทแฟคตอริ่ง แก่ผู้ประกอบการทั้งหลาย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2562 ว่า บริษัทวางเป้าหมายรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบจากปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อที่คาดว่าไม่ต่ำกว่า 30% จากมูลค่ารับซื้อ ในปี 2561 โดยมุ่งเน้นลูกค้าที่รับงานภาครัฐและลูกหนี้การค้าบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ที่มีฐานะทางการเงินดี ซึ่งกลุ่มลูกค้าดังกล่าว จะช่วยเสริมพอร์ตสินเชื่อโดยรวมของบริษัทขยายตัวเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนปรับกลยุทธ์เพิ่ม โดยการเน้นขยายธุรกิจไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่รับงานโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ เช่น ด้านพลังงานทดแทน การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ เป็นต้น

ลุยระบบออนไลน์

รวมถึงยังมีแผนในการพัฒนาระบบออนไลน์ เพิ่มความสามารถในการรองรับการขยายธุรกิจไปตามจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 1/2562 โดยปัจจุบันทยอยทดสอบระบบและขั้นตอนการปฏิบัติงาน ซึ่งคาดว่าจะมีความพร้อมตามกำหนด เนื่องจากระบบออนไลน์ปัจจุบันทำให้เข้าถึงและตอบสนองกลุ่มลูกค้า ให้เข้ามาใช้บริการได้ง่ายขึ้น และสะดวกรวดเร็ว

นายอัครวิทย์ กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้กับธุรกิจ อาทิ ระบบ E-factoring เพื่อเป็น Electronic operating channel สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการควบคู่กับการขยายธุรกิจแบบ B2B ระหว่าง AF – Partners คาดว่าจะพัฒนาระบบเสร็จก่อนไตรมาส 2/2562 ซึ่งจะทำให้ลดขั้นตอนด้านปฏิบัติการ เช่น ลดระยะเวลาการนำเอกสารมาขายลดลูกหนี้ จากเดิม 2-3 วัน เหลือเพียงภายใน 1.5 วันทำการ การลดเวลาปฏิบัติการจะทำให้ลดต้นทุนดำเนินงานทั้งของ AF, ลูกค้า และลูกหนี้การค้า ทำให้รองรับปริมาณธุรกรรมได้เพิ่มขึ้น ตลอดจนลดปริมาณกระดาษและวัสดุสิ้นเปลืองอื่นๆ ลงได้ในระยะยาว

ชี้เลือกตั้งฟื้นธุรกิจ

สำหรับภาพรวมธุรกิจแฟคตอริ่งในปี2562คาดว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับปี 2561 ภายหลังการเลือกตั้งแล้วเสร็จ คาดว่าจะเห็นภาพการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ จากความเชื่อมั่นของนักลงทุนฟื้นตัวต่อเนื่อง ตลอดจนแนวโน้มการบริโภค การลงทุนเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเป็นผลดีต่อธุรกิจแฟคตอริ่งในการขยายตัว ทำให้มีความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น กอปรกับการเริ่มมาตรการบัญชีเดียวสำหรับผู้ประกอบการ SMEs จะส่งผลให้กลุ่ม SMEs ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบธนาคารพาณิชย์ได้ จะเป็นกลุ่มที่สร้างโอกาสทางธุรกิจของธุรกิจแฟคตอริ่งในปีนี้

ทั้งนี้ AF มีแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่เป็นมาตรฐาน ครอบคลุมทั้งด้าน Credit Risk, Operating Risk และอื่นๆ โดยมีนโยบายเครดิตและระเบียบปฏิบัติที่ผ่านการปรับปรุงให้สอดคล้องสภาวการณ์อย่างสม่ำเสมอ ทำให้ที่ผ่านมาสัดส่วนหนี้เสียอยู่ในระดับควบคุมได้

“สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้น โดยส่วนตัวเชื่อว่าไม่ได้อยู่ในระดับที่น่ากังวล สำหรับธุรกิจ SMEs เมื่อพิจารณาจากกำลังซื้อที่เริ่มฟื้นตัว แต่อาจเป็นสิ่งกระตุ้นให้ผู้ประกอบการลงทุน เร่งขอสินเชื่อ เพื่อบริหารต้นทุนเงินกู้ ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยที่ไม่สูงมาก” นายอัครวิทย์ กล่าว