AGEผุดโรงคัดร่อนถ่านหิน

ทันหุ้น – “พนม ควรสถาพร” บอสใหญ่ AGE ทุ่มเงิน 30 ล้านบาท เล็งถอยโรงคัดร่อนใหม่ รองรับธุรกิจโลจิสติกส์ หรือบริการขนส่งถ่านหินทางเรือ คาดสัดส่วนรายได้ปีนี้โตเท่าตัยวแตะ 10% ตั้งเป้ายอดขายถ่านหินโต 20-30% พุ่ง 4 ล้านตัน แย้มดีมานด์นอกบ้านทะลัก เจาะกลุ่มลูกค้าจีน เวียดนาม กัมพูชา

นายพนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชียกรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE ผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายถ่านหิน บิทูมินัส (ถ่านหินสะอาด) เปิดเผยว่า ในปี 2562 บริษัทมีแผนจะเพิ่มโรงคัดร่อนอีก 1 โรง จากปัจจุบันมีโรงคัดร่อนแล้ว 3 แห่ง คาดจะเห็นการก่อสร้างได้ในไตรมาส 3 หรือ 4/2562 และหากเป็นไปตามแผนคาดจะเริ่มใช้งานได้ในช่วงปลายปี 2562 และน่าจะเห็นการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพได้ในปี 2563 เต็มปี

เล็งเพิ่มโรงคัดร่อน

เบื้องต้นบริษัทคาดหากใช้งานโรงคัดร่อนทั้ง 4 โรง จะมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2 ล้านตันต่อปี หรือเฉลี่ยเดือนละ 5 หมื่นตันต่อเดือน อย่างไรก็ตามบริษัทขยายโรงคัดร่อนเพื่อรองรับธุรกิจโลจิสติกส์ หรือธุรกิจการขนส่งถ่านหินทางเรือ ขณะที่ทิศทางยอดขายถ่านหินในปี 2562 บริษัทคาดจะเติบโต 20-30% หรือมียอดขายถ่านหินที่ 4 ล้านตัน จากปี 2561 คาดจะมียอดขายถ่านหินเป็นไปตามเป้าหมาย หรือเติบโต 30%

โดย แบ่งเป็น ยอดขายถ่านหินในประเทศ 70% และต่างประเทศ 20% ส่วนที่เหลือจะเป็นสัดส่วนรายได้จากธุรกิจบริการที่ปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 10% จากปีก่อนที่ 5% ซึ่งถือเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้นเท่าตัว หลังบริษัทเตรียมจะเพิ่มเรือให้บริการเป็น 24 ลำ จากสิ้นปีที่ผ่านมามีเรือให้บริการอยู่ที่ 12 ลำ พร้อมกันนี้บริษัทคาดแนวโน้มมาร์จิ้นในปี 2562 จะเพิ่มขึ้นสูงกว่าปี 2561 เนื่องจากบริษัทปรับกลยุทธ์การให้บริการขนส่งทางเรือ โดยนำเรือทั้งหมดมาบริหารจัดการเอง จากก่อนหน้านี้บริษัทให้บริการเช่าเรือ เพื่อดำเนินธุรกิจบริการ

ยอดขายนอกบ้านพุ่ง

ขณะที่ทิศทางยอดขายถ่านหินในประเทศยังมีการแข่งขันสูง แต่บริษัทยังมีคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 คาดจะมีจำนวนปริมาณการนำเข้าถ่านหินในประเทศสูงกว่าปีที่ผ่านมา 10-20% ส่วนต่างประเทศบริษัทจะเน้นการขายถ่านหินไปที่ประเทศจีน เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าไปทำการตลาดอย่างเป็นทางการแล้วที่ประเทศเวียดนาม เบื้องต้นคาดยอดขายปีนี้จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 6-7 แสนตัน จากปีก่อนอยู่ที่ 3 แสนตัน ขณะเดียวกันบริษัทมองทิศทางยอดขายในประเทศกัมพูชายังมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก เนื่องจากมีดีมานด์ หรือจำนวนลูกค้าที่ต้องการใช้ถ่านหินในปริมาณมาก

ทั้งนี้คาดยอดขายถ่านหินรวมต่างประเทศปี 2562 จะเพิ่มขึ้นไปแตะ 1 ล้านตัน จากจำนวนลูกค้าและดีมานด์ที่สูงขึ้น ปัจจุบันบริษัทมีออเดอร์ที่รองส่งมอบให้กับลูกค้าอยู่ราว 3-4 แสนตัน ซึ่งจะทยอยส่งมอบภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ อย่างไรก็ตามบริษัทคาดออเดอร์จากลูกค้าจะมีเข้ามากขึ้นในทุกๆเดือน

“อุตสาหกรรมถ่านหินปีนี้คาดว่าจะเติบโตได้ต่อ เพราะพลังงานยังจำเป็นต้องใช้กันทุกวัน ยอดขายถ่านหินในประเทศอาจจะชะลอลงบ้าง เพราะยังมีคู่แข่ง แต่เรายังทำการตลาดและขายถ่านหินให้กับลูกค้าได้ต่อเนื่อง ส่วนต่างประเทศก็จะเน้นการขายไปที่จีน เวียดนาม และกัมพูชา โดยยอดขายถ่านหินในปีนี้คาดจะเติบโต 20-30% หรือมียอดขายเพิ่มขึ้นที่ 4 ล้านตัน จากปีก่อนมียอดขายตามเป้า ส่วนรายได้คาดจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 9 พันล้านบาท จากการขายถ่านหินที่เพิ่มขึ้น”นายพนม กล่าว