BCH ลั่นคุมบิลต่ำรอด ตีกรอบค่ารักษาใช้เวลา

ทันหุ้น – BCH แนะนักลงทุนศึกษาไส้ในโรงพยาบาล ชี้เกษมราษฎร์เข้าข่ายคุมบิลต่ำ แต่เน้นการขยายสาขา และ จำนวนผู้มาใช้บริการมากอาจรอด ยืนยันยังคงเติบโตตัวเลข 2 หลัก ขณะที่การกำหนดกรอบ อาจต้องใช้เวลานาน

นายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH  ระบุผ่าน “รายการทันหุ้น-ทันเกม” ถึงกรณีการที่กระทรวงพาณิชย์นำค่าบริการทางการแพทย์ ค่ายา และเวชภัณฑ์ เข้าเป็นสินค้าควบคุม พร้อมตั้งคณะอนุกรรมการ ซึ่งมีตัวแทนจาก ภาครัฐ 2 และผู้ใช้บริการ 3 และ ผู้ให้บริการ 1 เพื่อกำหนดมาตรการ ว่า จะต้องใช้ระยะเวลาในการถกเถียงกันระดับหนึ่งเพราะต้นทุนแต่ละโรงพยาบาลไม่เท่านั้น ขึ้นอยู่กับขนาดใหญ่ เล็ก ในเมือง ต่างจังหวัด ขณะเดียวกันต้องมาคุยให้ชัดเจน เพราะจริงๆ แล้วโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลไม่มีสิทธิขายยา ต้องผ่านหมอ นอกจากนี้ยังมีต้นทุนระบบคุณภาพ การคุมอุณหภูมิ จะพูดแล้วจบปั๊บเหมือนขายสินค้าทั่วไปไม่ได้

ส่วนผลกระทบทางการลงทุนนั้น นักลงทุนควรจะพิจารณา ด้วยการตรวจสอบเนื้อในการให้บริการของกลุ่มโรงพยาบาลแต่ละแห่งเป็นอย่างไร ไม่ควรเหมารวม เพราะโรงพยาบาลมีการเปิดบิลในระดับสูง กลาง ต่ำ โดยผู้ที่จะได้รับผลกระทบคือกลุ่มที่เปิดบิลสูง

ในส่วนของ BCH สัดส่วนรายได้ 30% จะมาจากประกันสังคม เนื่องจากโรงพยาบาลเกษมราษฎร์เป็นผู้ให้บริการสังคมใหญ่ที่สุดในไทย ซึ่งจะไม่ได้รับผลกระทบ เป็นราคาจ่ายตามระบบประกันสังคมตามปกติ ก็ต้นทุนคงเดิม ส่วนรายได้อีกราว 65-67% มาจากรายได้จากการจ่ายเองของประชาชน หรือระบบประกันสุขภาพ ซึ่งบิลของโรงพยาบาลในกลุ่มทั้งหมดโดยเฉพาะแล้วไม่ใช่บิลใหญ่ แต่ปริมาณเยอะ

ขณะเดียวกันในการเติบโตในปี 2562 ก็ยังจะโตในอัตราตัวเลข 2 หลักตลอด โดยจะมาจากประกันสังคมอีก 10% เป็น 8.8-9 แสนคน เพราะได้โควตาพิเศษในโรงพยาบาลที่เต็ม ขณะเดียวกันการเปิดสาขาใหม่ที่จะเปิดรามคำแหงพบว่าได้รับความนิยม จากผู้บริโภคมากขึ้นกว่าเดิม อาจจะเป็นเพราะศักยภาพและเป็นโรงพยาบาลใหม่ และเป็นศูนย์ผู้ป่วยต่างชาติแห่งที่ 2 ของกลุ่ม ประเด็นที่ 3 โรงพยาบาลที่เราอัพเกรดมา 3-4 ปีแล้ว ก็จะเสร็จอย่างเกษมราษฎร์ที่บางใหญ่  ก็จะมีการเติบโตสูง เช่นเดียวกับ World Medical Hospital (WMC) ก็โตและทำกำไรได้ ดังนั้นจึงมั่นใจยังโตได้ในตัวเลข 2 หลัก

“อาจจะเป็นพราะราคาเรากลางๆ  จำนวนผู้บริโภคเยอะขึ้น ฉะนั้นนโยบายกลุ่มเราก็ไม่ได้ปรับราคาทุกๆ ปี เพราะเราคิดว่าต้องมีแวลูไพร์สซิ่ง เราดูตามต้นทุน เราเติบโตจากจำนวนผู้บริโภคที่เยอะ บิลผมบางปีโต 1-2% เอง ต้องไปแยกกรุ๊ปโรงพยาบาล อย่างกลุ่มของเรากระจายรายได้ส่วนหนึ่งเพื่อลดความเสี่ยงรายได้ไปประกันสังคมไม่กระทบ WMC ก็ไม่ได้รับผกระทบเพราะไม่ได้เป็นบิลใหญ่ ไม่น่ามีประเด็น และหากมีการกำหนดราคากลางออกมา และกลายเป็นว่าเราต่ำกว่าโรงพยาบาลเอกชนอื่น จากที่เป็นเนกาทีฟ เราก็จะเป็นโพสิทีฟเลย”