หุ้นโรงพยาบาลฟื้นไข้… BH – BDMS นำทีมราคาพุ่ง ฟาก 10 โบรกส่องกล้องอนาคต

สำนักข่าว “ทันหุ้น” รายงานว่า หุ้นโรงพยาบาลฟื้นไข้… BH – BDMS นำทีมบวก ฟาก 10 โบรกส่องกล้องอนาคตหุ้นโรงพยาบาลไปต่อหรือไม่

หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(กกร.) เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562ที่ผ่านมามีมตินำเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์มาอยู่ในบัญชีสินค้าและบริการที่ต้องควบคุมราคา โดยเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาเห็นชอบในสัปดาห์หน้า ถือเป็นปัจจัยฉุดราคาหุ้นการแพทย์ทิ้งดิ่งต่อเนื่องจนกว่าจะมีความชัดเจนการกำหนดราคาที่เหมาะสม อีกทั้งการควบคุมราคาเกี่ยวกับบริการทางการแพทย์จะทวีความรุนแรงหรือไม่ ส่งผลกระทบแผนการดำเนินงาน ตลอดจนผลประกอบการโรงพยาบาลเอกชนในอนาคตมากน้อยเพียงใด พร้อมคำถามที่ว่า หุ้นโรงพยาบาลยังเป็นที่พักใจและหลบภัยของนักลงทุนได้หรือไม่ ?

ผู้สื่อข่าว “ทันหุ้น” ได้รวบรวมบทวิเคราะห์ของ 10 บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้วิเคราะห์เกี่ยวกับหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลในทุกแง่มุม ส่วนใหญ่เชียร์ BDMS – BCH พื้นฐานแกร่ง โดยบทวิเคราะห์ บล.ไทยพาณิชย์ ระบุว่า จากนี้จะมีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการให้เข้ามาทำหน้าที่ศึกษาและกำหนดอัตราค่าบริการทางการแพทย์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม สิ่งสำคัญคือมาตรการราคาจะต้องเป็นธรรมทั้งผู้บริโภคและผู้ให้บริการ โดยเฉพาะค่าบริการทางการแพทย์น่าจะทำได้ยากในทางปฏิบัติ เนื่องจากการบริการและโครงสร้างต้นทุนที่แตกต่างระหว่างโรงพยาบาลเอกชนและรัฐแม้จะรักษาโรคเดียวกัน ส่วนการกำหนดเพดานราคาที่เหมาะสมต้องใช้เวลาพิจารณาจากการพูดคุยกับโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งบอกว่าเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบ เนื่องจากต้องรอดูข้อมูลเพิ่มเติมหลังคณะอนุกรรมการเริ่มทำงาน ดังนั้นคงมุมมองเชิงบวกในระยะยาวต่อกลุ่มการแพทย์ และ BDMS เป็น top pick

BDMS-BCH-CHGเด่น

ฝ่ายวิจัย บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า ข่าวดังกล่าวเป็น Sentiment ลบโดยเฉพาะโรงพยาบาลที่คิดราคาพรีเมียมทำให้เรียกเก็บและปรับขึ้นราคายากขึ้น รายได้และกำไรอาจอ่อนลงแต่คาดกระทบไม่มาก โดยกลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมช่วงอ่อนตัว หุ้นเด่น “BDMS”แม้จะคิดราคาพรีเมียมแต่มีโรงพยาบาลในเครือในกทม.และต่างจังหวัดทำให้กระจายความเสี่ยงได้ ส่วน BCH, CHG มีรายได้จากประกันสังคม 30-40%ของรายได้รวม ดังนั้นการคุมราคายาและเวชภัณฑ์กระทบไม่มากเพราะไม่ได้คิดราคาพรีเมียม

บทวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุรอผลประชุม ครม.สัปดาห์หน้าว่าจะผ่านหรือไม่ เบื้องต้นคาดว่าจะผ่านและต้องรอคณะอนุกรรมการศึกษาหาข้อสรุป หากจำกัดราคาจริงมอง 2 กรณี คือใช้ราคากลางซึ่งคาดว่าจะต่ำกว่าราคาขายส่วนใหญ่ของ รพ. จะส่งผลลบต่อ รพ.โดยรวม หรือ แจ้งราคาขายครั้งแรกให้กับกรมการค้าภายในและถ้าจะปรับขึ้นให้แจ้งให้กรมการค้าภายในพิจารณาซึ่งจะทำให้การปรับขึ้นราคาแต่ละครั้งทำได้ยากขึ้น แต่มองว่ารพ.จะรับมือกับกรณีต่างๆได้ คงน้ำหนักลงทุนกลุ่มโรงพยาบาล”เท่ากับตลาด” แนะซื้อ BCH และ EKH ราคาเหมาะสม 21.40 และ 7.40 บาท

บทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ(ประเทศไทย) ระบุหุ้นที่ดูแลมีหลายโรงพยาบาลลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาทในรอบ 5ปีที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าการลงทุนจะชะลอตัวใน2-3ปีนี้เหลือปีละ 4-5 พันล้านบาท และโรงพยาบาลที่มีรายได้จากประกันสังคมสูงน่าจะกดดันน้อย เบื้องต้นคาดว่ากำไรบริษัทในกลุ่มจะลดลงจากประมาณการ 5-8% ใช้สมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นลดลง 5% ส่งผลให้ราคาเป้าหมายลดลง 3-5% คงน้ำหนักหุ้นโรงพยาบาลที่ Neutral ชอบโรงพยาบาลที่มีรายได้ประกันสังคมสูงและเติบโตต่อเนื่อง เลือก BCH ราคาเป้าหมาย 21.50 บาท

BCH กระทบน้อยสุด

บทวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า กลุ่มโรงพยาบาลจะถูกกดดันจากประเด็นนี้ไปอีกระยะหนึ่งจนกว่าจะมีความชัดเจน ทำให้ฝ่ายแนะนำ Wait&See กลุ่มโรงพยาบาลออกไปก่อน แม้ว่าในเชิงปัจจัยพื้นฐานมองว่า BCH จะเป็นโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวน้อยกว่า BDMS-BH ฐานลูกค้าเป็นกลุ่มเงินสด เพราะด้วยโครงสร้างรายได้ของ BCH ราว 33% เป็นกลุ่มลูกค้าประกันสังคม อีกราว 67% จากกลุ่มลูกค้าเงินสด ดังนั้นแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 23.20 บาท

บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) แนะนำ “Underweight” ในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล โดยฝ่ายชอบ BCH และ CHG เนื่องจากราคาหุ้นได้ปรับตัวลงมามากพอสมควร

บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองการลงทุนกลุ่มการแพทย์เป็น Neutral จากการเติบโตของกำไรปกติเหลือ 11.1%เพราะฐานที่สูงในปี61คาดว่าโตเด่นสุดในรอบ 6ปีที่ 15.9% การคุมราคายาและบริการเป็นปัจจัยต่อการเติบโตของรายได้และกำไรโดยตรง แนะนำซื้อลงทุนด้วยภาพรวมในระยะยาวสดใส BDMS ราคาเป้าหมาย 30 บาท และ BCH ราคาเป้าหมาย 21 บาท

สำนักวิจัย บล.ทิสโก้ ระบุจากการคุยกับ BDMS และ BH พบว่าปัจจุบันไม่มีการควบคุมค่าบริการทางการแพทย์แต่มีสำหรับยาทำให้กระทบรายได้ 30%ของรายได้รวม ทุกรายได้ที่ลดลง 1% ของบริการทางการแพทย์หรือยาจะทำให้ผลประกอบการลดลง 2% และหากไม่มีการแยกค่าบริการระหว่างค่าลงทะเบียน ค่าบริการอื่นๆจะกระทบผลประกอบการกว่า 2% แต่หากข้อบังคับนี้ใช้สำหรับผู้ป่วยในประเทศเท่านั้นจะทำให้ BH ได้รับผลกระทบจำกัดกว่า BDMS ซึ่งผู้ป่วยกว่า 70% ของ BH มาจากต่างชาติเทียบกับ BDMS ที่ 26% แนะนำถือ BH มูลค่าเหมาะสม 206 บาท EV/EBITDA ที่ 22 เท่าปี 61 และ BDMS มูลค่าที่เหมาะสม 22.80 บาท อ้างอิง EV/EBITDA ที่ 24 เท่าปี 61 ไปจนกว่าจะมีความชัดเจนเรื่องราคา

บทวิเคราะห์ บล.พัฒนสิน เชื่อว่าการคุมราคายาและบริการต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างละเอียดและน่าจะเกิดขึ้นยาก คงน้ำหนักลงทุน BULLISH กลุ่มการแพทย์ฯ เลือก BDMS เป็นหุ้นเด่น

ด้านบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มองว่าตลาดตื่นข่าวคุมค่ายา-เวชภัณฑ์-บริการทางการแพทย์เกินเหตุ เนื่องจากมีอีกหลายขั้นตอนกว่าจะดำเนินการได้ และน่าจะเป็นเรื่องยาก ปัจจุบันหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลซื้อขายที่ P / E ปี 2562 ที่ 31 เท่า -1SD ของค่าเฉลี่ย 5 ปี อยู่ที่ 35 เท่า อัตราเสี่ยงต่อผลตอบแทนยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี หุ้นเด่นยังคงเป็น BDMS แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 30 บาท โดยแนวโน้ม EBITDA margin เพิ่มขึ้น

รายงาน : พัทธ์ธีรา ศรีพีรพงศ์
อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com