SET กรอบแนวรับสำคัญ 1,580-1,575 เน้นยืนเหนือเป็นจุดพิจารณาเล่นรอบ

บทวิเคราะห์ บล.เอเอสแอล ระบุ ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวน 1,600-1,580 วานนี้ โดยแรงหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่ล่วงแรงจากประเด็นยาและเวชภัณฑ์เป็นสินค้าควบคุมของ กกร. กลุ่มสื่อสารที่ปรับลงจากความกังวลต่อรายได้ที่ปรับลง แต่ก็ได้มีแรงซื้อเก็งกำไรกลับคืนเนื่องจากราคาที่ปรับลงแรงเข้าสู่ภาวะ Panic Sell และสัญญาณ Momentum เป็นบวก กลุ่มธนาคารปรับลงแรงเป็นโอกาสของการเข้าซื้อเพื่อเล่นรอบ ราคาแกว่งตัวลงตอบรับคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 4 ไว้มากแล้ว SET มีแนวรับหลัก 1,580/1,575

SET : 1,580-1,575 เน้นยืนเหนือเป็นจุดพิจารณา
ดัชนีกลับขึ้นเข้าใกล้ 1,600 และมีแรงขายทำรอบปรับลงทดสอบยืน 1,580 ลักษณะแท่งเทียนโดจิที่ปรับยืนSMA5วันทีทำหน้าที่เส้นแนวรับขาขึ้น แสดงถึงโอกาสของการกลับตัวขึ้น โดยกรอบแนวรับระยะสั้นที่สำคัญ 1,580-1,575 เน้นยืนเหนือเป็นจุดพิจารณาเล่นรอบ แนวต้าน 1,590 / 1,600

คำแนะนำของ ASL : ซื้อเล่นรอบเมื่อยืนแนวรับ 1,580-1,575

เคาะไป คุยไป : KBANK
#ด้านเทคนิค
แท่งเทียนปรับตัวลงมาหลุดขอบล่าง Bollinger band แต่กลับขึ้นมายืนเหนือได้สะท้อนแรงซื้อที่เริ่มกลับเข้ามาระยะสั้นเน้นยืน 178-177 เป็นจุดพิจารณาหลักไม่ควรต่ำกว่าหากปรับตัวหลุดลงมาจะเป็นสัญญาณลบแนวต้าน183.50/185.00 ตัดขาดทุนหากราคาปรับตัวลงต่ำกว่า177.00

คำแนะนำของASL : ซื้อระยะสั้นเล่นรอบเน้นยืนแนวรับ178-177SL=177

#ด้านพื้นฐาน:ได้รับประโยชน์จากวัฏจักรอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น
ด้านแนวโน้มผลประกอบการ 4Q61 เราคาดการณ์กำไรสุทธิอยู่ที่ 8.8 พันล้านบาท หดตัวลง 10%QoQแต่ยังขยายตัวกว่า 54%YoY โดยปัจจัยบวกมาจากรายได้ดอกเบี้ยได้รับผลบวกจากสินเชื่อที่เติบโตดี

ส่วนธุรกิจประกันอาจฟื้นตัวจากที่มีสำรองในไตรมาสก่อน ทำให้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามเราคาดว่ารายได้ดอกเบี้ยและ NIM จะทรงตัวจากไตรมาสก่อน ส่วนปัจจัยกดดันเป็นในเรื่องของค่าใช้จ่าย OPEX ที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาลทิศทางการเติบโตของปี 2562 KBANK จะได้รับประโยชน์จากวัฏจักรอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น โดยเราคาดการณ์สินเชื่อจะเติบโตได้ต่อเนื่อง 5%YoY รวมถึงการเร่งการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่มากขึ้น

อย่างไรก็ตามเรา surprise มากที่ KBANK ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ส่งผลต่อ NIM ที่อาจจะปรับตัวลงในระยะสั้น รวมถึงประเด็นการบริหารหนี้เองแทนการ write-off ที่ส่งผลให้ NPL ratio ของธนาคารปรับตัวขึ้นตาม เราจึงเชื่อว่าทั้งสองปัจจัยลบดังกล่าวอาจสะท้อนผ่านราคาหุ้นที่ปรับตัวลงได้ แต่อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าเราคาที่ปรับลงมาต่อเนื่องได้สะท้อนปัจจัยนี้ไปแล้วบางส่วน
Source: BISNEWS, Company and ASL Strategy / Research

ส่องข่าวเศรษฐกิจไทย
Ctip ซึ่งเป็นเอเจนซี่ท่องเที่ยวออนไลน์ของจีน ออกรายงานระบุว่า ชาวจีนจำนวนมากกว่า 400 ล้านคนจะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงตรุษจีนปีนี้ ซึ่งในจำนวนดังกล่าว ราว 7 ล้านคนจะออกเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศ รายงานระบุว่า ชาวจีนจากจำนวนมากกว่า 100 เมืองได้จองตั๋วเดินทางไปยังที่หมายปลายทางเกือบ 500 แห่งในกว่า 90 ประเทศ โดยไทย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ติดอันดับจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวจีน ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สเปนและกลุ่มประเทศนอร์ดิคถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากชาวจีนในอัตราเพิ่มขึ้นมากที่สุด (Source: สำนักข่าวอินโฟเควสท์)

Comment : เรามองข่าวดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวในประเทศ เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ถือเป็นนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายเงินสูงสุดในโลก เมื่อมีการท่องเที่ยวในต่างประเทศติดต่อกันเป็นปีที่ 6 ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวจีนในต่างประเทศได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกราว 15% และช่วยสร้างงานราว 1 ใน 4 ต่อภาคท่องเที่ยวทั่วโลก รวมทั้งสร้างการขยายตัวมากกว่า 10% ต่อการท่องเที่ยวในต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ทิศทางการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในปี 2562 ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ อาทิ ปัจจัยภายในอย่างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวไทย เช่น ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติถูกทำลาย และความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีปัจจัยภายนอกประเทศที่อาจจะมีผลให้การเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ อาทิ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจในหลายประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัวและความผันผวนของค่าเงิน

WORLD TRADE
ตลาดหุ้นสหรัฐ – ปิดแดนบวกต่อเนื่อง ขานรับถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นยุโรป – ปิดแดนบวก จากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มค้าปลีก แต่หุ้นกลุ่มรถยนต์และหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวลง

ตลาดหุ้นเอเชีย – เปิดแดนบวก ขานรับเฟดส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ย

COMMODITIES
ตลาดน้ำมันสหรัฐฯ – เพิ่มขึ้น 23 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 52.59 ดอลลาร์/บาร์เรล ทำสถิติปิดในแดนบวกยาวนานที่สุดในรอบ 9 ปี หลังจากซาอุดีอาระเบียประกาศแผนการปรับลดการผลิตน้ำมันในเดือนม.ค.และก.พ.

ตลาดทองคำ – ลดลง 4.60 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 1,287.40 ดอลลาร์/ออนซ์ จากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นักลงทุนค่อยๆออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย

ดัชนีค่าระวางเรือ BDI – ปิดวันทำการล่าสุดที่ 1,189.00 จุด ลดลง 49.00 จุด

GLOBAL HOT ISSUE
นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมที่สมาคมเศรษฐกิจแห่งกรุงวอชิงตันเมื่อวานนี้ว่า เฟดสามารถยืดหยุ่นและมีความอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และเฟดสามารถปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินตามขอบเขตที่สมควร หากเศรษฐกิจมีแนวโน้มย่ำแย่ลง

นายพาวเวลยังกล่าวด้วยว่า “เมื่อพิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันซึ่งอยู่ในระดับต่ำและสามารถควบคุมได้ เฟดก็สามารถอดทน และติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจด้วยความอดทนและระมัดระวัง” นายพาวเวลยังได้กล่าวถึงกรณีที่กรรมการหลายคนของเฟดได้ออกมาคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยนายพาวเวลกล่าวว่า “เรายังไม่มีแผนที่ตายตัวในเรื่องนี้ แต่หากเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ก็จะตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2562จะต้องแข็งแกร่งมาก และผมเชื่อว่าแนวโน้มดังกล่าวยังคงมีโอกาสที่จะเกิดขึ้น”

ในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้ นายพาวเวลได้กล่าวถึงกรณีที่หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐถูกปิดการดำเนินงานชั่วคราวเนื่องจากขาดงบประมาณ หรือชัตดาวน์ ว่า หากสถานการณ์ชัตดาวน์ยืดเยื้อออกไป ผลกระทบก็จะปรากฏให้เห็นอย่างรวดเร็วและชัดเจนผ่านทางข้อมูลเศรษฐกิจ พร้อมระบุว่า ความยืดเยื้อของภาวะชัตดาวน์จะส่งผลให้แนวโน้มเศรษฐกิจไร้ทิศทาง นอกจากนี้ นายพาวเวลกล่าวว่า เฟดจะยังคงปรับลดงบดุลลงจากระดับปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่ตลาดมีปริมาณลดลง โดยถ้อยแถลงดังกล่าวนับเป็นการส่งสัญญาณว่า เฟดยังคงมีเป้าหมายที่จะคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไป

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวอย่างชัดเจนว่า เขาพร้อมที่จะประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ หากการเจรจากับสภาคองเกรสไม่ประสบความคืบหน้าในการอนุมัติงบประมาณสำหรับการสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก

ทั้งนี้ การประกาศภาวะฉุกเฉินดังกล่าว จะทำให้ปธน.ทรัมป์มีอำนาจออกกฎหมายพิเศษโดยไม่ต้องขอการอนุมัติจากสภาคองเกรสสำหรับการสร้างกำแพงโดยใช้งบประมาณที่มีการจัดสรรไว้แล้วสำหรับกองทัพ “หากผมไม่สามารถทำข้อตกลงกับสภาคองเกรส บางทีผมจะประกาศภาวะฉุกเฉิน ซึ่งผมจะประกาศอย่างแน่นอน” ปธน.ทรัมป์กล่าว ขณะที่เขากำลังเดินทางออกจากทำเนียบขาวไปยังรัฐเท็กซัส ซึ่งมีชายแดนติดกับเม็กซิโก

Source: NEWSCENTER

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com