ช็อค DTAC จ่าย 9.51 พันล.ระวังสะเทือนสื่อสารทั้งกลุ่ม

ทันหุ้น – ช็อค บอร์ด DTAC  อนุมัติทำสัญญายุติข้อพิพาท CAT ยอมจ่าย 9.51 พันล้านบาท เตรียมขออนุมัติผู้ถือหุ้น หากอนุมัติพร้อมจ่ายก้อนแรก 6.8 พันล้านบาท นักวิเคราะห์ชี้ปีนี้ขาดทุนแน่ เชื่อเหตุรู้ตัวแพ้ต้องจ่าย แต่เงินสดเหลือเยอะ 2.6 หมนล. ไม่กระทบสภาพคล่อง แต่กระทบมูลค่าหุ้น 4-4.02 บาทต่อหุ้น ขณะที่โอปอเรเตอร์สื่อสารอาจโดนหางเลข

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2562 มีมติให้ DTAC ลงนามในสัญญาร่วมกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด หรือ CAT เพื่อระงับข้อพิพาทซึ่งเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาของการดำเนินการภายใต้สัญญาสัมปทานซึ่งยาวนานกว่า 27 ปี และเพิ่งสิ้นสุดลงไปเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2561 และที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งหมดที่เกี่ยวกับสัญญาสัมปทาน คิดเป็นเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 9,510,246,120.62 บาท โดยสัญญาดังกล่าวจะมีผลต่อเมื่อบริษัทได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และ DTAC จะชำระค่าตอบแทนส่วนแรกจำนวน 6,840,246,120.62 บาท ให้แก่ กสท. ก่อน ส่วนที่เหลือบริษัทจะชำระเมื่อกระบวนการถอนคดีที่ค้างอยู่ในศาลเสร็จสิ้นลงแล้ว ทั้งนี้ ตามรายละเอียดในสัญญาระงับข้อพิพาท DTAC เห็นว่าการชำระค่าตอบแทนดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบในทางลบต่อสภาพคล่อง และฐานะทางการเงินของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ

ไม่กระทบสภาพคล่อง

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุ ณ สิ้นไตรมาส 3/2561 DTAC  มีกระแสเงินสดประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท  หากต้องชำระเงินออกไปในวงเงินประมาณ 9.51 พันล้านบาท แม้กระทบต่อสภาพคล่องของบริษัท แต่ไม่ถือเป็นนัยสำคัญ ขณะเดียวกันบริษัทยังมีศักยภาพในการกู้เงินได้อีกในระดับหนึ่ง

“มองว่าคงกระทบสภาพคล่องแต่ไม่มีนัยสำคัญ อีกทั้งยังมี room ในการกู้เงินได้อีกมาก เพราะ ณ สิ้นไตรมาส 3/2561 DTAC มีหนี้สินประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท DE อยู่ในระดับต่ำ แต่เบื้องต้นคาดว่าถ้าต้องจ่ายเงิน DTAC มีแนวโน้มใช้กระแสเงินสดของบริษัทในการชำระ คงไม่ต้องกู้เงินมาชำระ”

พร้อมกันนี้ยังประเมินว่าจะกระทบต่อราคาหุ้นประมาณ 4 บาทต่อหุ้น ล่าสุดฝ่ายวิเคราะห์ ฟินันเซีย ไซรัสประเมินมูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2562 ที่ 58 บาท จึงอยู่ระหว่างติดตามติผู้ถือหุ้น DTAC ว่าจะอนุมัติให้มีการชำระเงินหรือไม่ เพื่อพิจารณาปรับประมาณการราคาที่เหมาะสม และคาดการณ์กำไรสุทธิ์ของบริษัทในอนาคต

อย่างไรก็ตามมติดังกล่าว ไม่กระทบต่อผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2561 ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า จะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,310 ล้านบาท จากขาดทุน 921 ล้านบาท ในงวดไตรมาส 3/2561 และเพิ่มขึ้น 141.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา (YoY)  และคาดการณ์กำไรสุทธิทั้งปี 2561 ที่ 1,883 ล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2560 โดยปัจจัยหลักคือไม่มีค่าเสื่อมราคาจากสินทรัพย์สัมปทาน  และไม่มีรายการพิเศษจากการยุติข้อพิพาทกับ CAT  รวมถึงต้นทุนใบอนุญาตคลื่นใหม่ที่เริ่มบันทึกเพียง 15 วัน เนื่องจาก DTAC เข้าสู่มาตรการเยียวยาตั้งแต่ 15 กันยายน – 15 ธันวาคม 2561

นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า แม้ DTAC อาจมีค่าใช้จ่ายพิเศษ แต่งบประมาณการลงทุนด้านต่างๆ DTAC จะยังคงดำเนินงานตามแผนทั้งเร่งขยายสถารนีโครงข่ายคลื่น 2,300 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ซึ่งจะเพิ่มเป็น 15,000 แห่ง ณ สิ้นไตรมาส 1/2562 นี้

เคาะ “ซื้อ” เป้า 50 บาท

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า การตัดสินใจทำสัญญาระงับข้อพิพาทดังกล่าว ถือเป็นแบบอย่างที่ดี และจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่สำหรับแนวทาง Anti-Trust ในวงการโทรคมนาคมเมืองไทย ซึ่งในภูมิภาคยุโรปมีกฎหมายที่เข้มงวด โดย Telenor ซึ่งบริษัทแม่ได้ดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว

ฝ่ายวิเคราะห์ ได้ปรับประมาณการราคาพื้นฐานของ DTAC โดยวงเงินที่บริษัทต้องชำระให้กับ CAT มาคำนวน พบว่ามีมูลค่า 4.02 บาทต่อหุ้นตามหลักอนุรักษ์นิยม ได้ราคาเหมาะสมที่ 50 บาท และคงคำแนะนำ ‘ซื้อ’ เพื่อสะท้อนความมั่นใจว่า Telenor บริษัทจะยังคงลงทุนในประเทศไทยในระยะยาว ด้วยการดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานระดับยุโรป

สื่อสารโดนหางเลข

นางจิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัท ฟินันเซียไซรัส กล่าวเสริมว่า มีโอกาสที่หุ้นสื่อสารอื่นจะได้รับผลกระทบตามไปด้วยจากการที่ DTAC ยอมจ่ายเงิน เนื่องจากในอดีตหุ้นสื่อสารอื่นๆ ก็มีข้อพิพาทในกรณีเดียวกันนี้กับผู้ให้สัมปทานทั้ง CAT และ TOT เช่นกัน โดยส่วนตัวมองว่า DTAC  มีโอกาสที่จะขาดทุนในปี 2562 ถ้ามีการจ่ายเงิน จากที่ประเมินกำไรปีนี้ไว้ที่ 5,600 ล้านบาท แต่ก็เชื่อว่า DTAC จะยังสามารถจ่ายปันผลจากกำไรสะสมได้ แม้รอบปี 2562 จะมีโอกาสขาดทุนก็ตาม