RS เจรจาดีลเทคโอเวอร์ ปฏิบัติการไต่นิวไฮเฮียฮ้อ

ทันหุ้น- เฮียฮ้อ เปิดโมเดลใหม่ วางเกมเข้าซื้อกิจการ หลังสร้างฐานธุรกิจ MPC และธุรกิจสื่อติดลมบน รับมีเจรจาหลายราย คาดประกาศได้ไม่เกินกลางปี แย้มกำไรขั้นต้นธุรกิจใหม่หรูสูงเกิน 60% ย้ำชัดปี 2562 รายได้กำไรเดินหน้าออลไทม์นิวไฮ  ตั้งเป้ารายได้ 5,000 ล้านบาท ธุรกิจ MPC แซงหน้าสื่อ ขณะที่ “โสรัตน์” ส่งสัญญาณซื้อ

นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อที่จะเข้าซื้อกิจการหรือควบรวมธุรกิจอื่นเพิ่มเติม ตลอดจนการร่วมทุนเพื่อดำเนินธุรกิจใหม่ ซึ่งมีหลายราย นับเป็นหนึ่งในแผนในการขยายธุรกิจแนวราบและแนวดิ่ง หลังจากบริษัทประสบความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจยอดขายธุรกิจพาณิชย์ค้าปลีก (Multi-platform Commerce หรือ MPC) ธุรกิจสื่อ และธุรกิจเพลง

โดยบริษัทมีกระแสเงินสดที่ได้จากธุรกิจ MPC เข้ามาเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแนวคิดของผู้ประกอบการจะต้องมีการขยายธุรกิจจึงได้เข้าเจรจาซื้อกิจการ ซึ่งมีการพูดคุยอยู่หลายราย คาดว่าจะประกาศดีลได้ภายในครึ่งแรก อย่างไรก็ดีในการเข้าซื้อกิจการหรือควบรวมนั้น มีหลายวิธี บางธุรกิจอาจจะไม่ต้องใช้เงิน สามารถแลกหุ้นได้เช่นกัน

“สำหรับธุรกิจใหม่ที่จะเข้าซื้อนั้นมีทั้งต่อยอด หรือไม่ต่อยอดธุรกิจเดิมก็ได้ แต่ปัจจุบัน RS สามารถดำเนินธุรกิจได้หลายประเภท เนื่องจากได้วางรากฐานในธุรกิจ MPC ซึ่งเปรียบเสมือนห้างบนช่อง 8 แล้ว และมีฐานลูกค้าถึง 1.1 ล้านคน มีการซื้อซ้ำสูงถึง 25% ขณะเดียวกันการโปรโมทสินค้าต่างๆ ก็สามารถใช้สื่อของ RS ได้เช่นกัน”

นายสุรชัย การเตรียมเข้าสู่ธุรกิจใหม่ของ RS นั้น จะต้องมีอัตรากำไรขั้นต้นมากกว่า 60% ขึ้นไปซึ่งเป็นระดับที่ RS ดำเนินทั้งในกลุ่มธุรกิจ MPC และ สื่อ อยู่แล้ว ส่วนความสามารถในการดำเนินการในธุรกิจใหม่นั้น อาร์เอส ดำเนินมาโดยตลอดอยู่แล้ว เพราะเจอการดิสรัปมานับ 10 ปีแล้ว ตั้งแต่เทป ซีดี ดาวโหลด สตรีมมิ่ง มาสู่ธุรกิจทีวี และการขายสินค้า MPCบริษัทและพนักงานมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลามีความยืดหยุ่น จึงพร้อมและกล้าที่จะก้าวเข้าสู่สิ่งที่ใหม่ๆ

“คงไม่ลงไปทำธุรกิจมาร์จิ้นต่ำ เปรียบเสมือนเราเคยตกปลาทอง ฉะนั้นพอมาสู่บ่อใหม่เราก็ต้องตกปลาทองเช่นเดียวกัน เราจะไม่ลงไปตกปลาซิว ถามข้างหน้าไม่มีใครตอบได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราพยายามทำก็คือการทำโครงสร้างที่แข็งแรงจากนั้นเป็นการสร้างธุรกิจใหม่เชื่อมโยงขยายฐาน เป็นเกราะป้องกันให้เรามีการกระจายไปสู่หลากหลายธุรกิจ”

สำหรับเป้าปี 2562 บริษัทจะมีรายได้รวม 5,000 ล้านบาท ยังไม่รวมธุรกิจใหม่ แบ่งสัดส่วนเป็น ธุรกิจ MPC 60% ธุรกิจสื่อ 30% และธุรกิจเพลง 10%  โดยในส่วนของธุรกิจ MPC จะมีรายได้ 3,000 ล้านบาท มาจากการขยายเจ้าหน้าที่เทเลเซลเพิ่มเติมจาก 500 ราย ส่วนฐานลูกค้าตั้งเป้าสิ้นปีที่ 1.5 ล้านราย อัตราการซื้อซ้ำยังคงที่ 25% โดยฐานดาต้าเบสที่นำมาใช้ได้ผลดี และทำให้ลูกค้ารับโทรศัพท์มากถึง 60%

สัดส่วนสินค้าความงามยังสูงราว 75% ขณะเดียวกันยังได้มีการเดินหน้าขยายช่องทางด้านตัวแทนขายตรงขั้นเดียว หลังจากสำรวจตลาดนี้แล้วกว่า 1 ปี โดยจะหันมาเน้นการรีครูตนักขายเพิ่มขึ้นจาก 200 รายเป็น 1,000 ราย โดยจะปรับเปลี่ยกลยุทธ์มาออกสินค้าที่ขายเฉพาะช่องทางตัวแทน และโปรโมทผ่านสื่อ RS  ตั้งเป้ารายได้ 300 ล้านบาท

ด้านธุรกิจสื่อนั้นตั้งเป้ารายได้ไว้ 1,500 ล้านบาท โดย RS ยังคงเน้นการควบคุมต้นทุน และเพิ่มความน่าสนใจของรายการช่อง 8 ต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่าไม่สามารถขึ้นค่าโฆษณาได้เนื่องจากตลาดเปลี่ยนไป อย่างไรก็ดีเห็นด้วยกับการที่ กสทช. จะขายคลื่น 700 Mhz เพื่อนำเงินมาเยี่ยวยาทีวีดิจิทัล ทั้งการยกเว้นค่าใบอนุญาตในส่วนที่เหลือ การต่ออายุลดค่า MUX 50% ซึ่งจะช่วยลดภาระผู้ประกอบการได้ ขณะที่รายการวิทยุ FM93 COOL Radio ยังคงมีกำไรและครองอันดับ 1 ของคลื่นวิทยุได้อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับส่วนธุรกิจเพลงก็มีกำไรเช่นกัน

สำหรับผลงานไตรมาส 4 มีโอกาสพุ่งขึ้นสูงสุด หลังจากยอดขายเดือนธันวาคม 2561 ทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังจัดแคมเปญ Shop1781 New Year Grand Sales ชูคอนเซ็ปต์ “ยิ่งซื้อยิ่งคุ้ม” ตั้งแต่ 21 ธันวาคมสามารถทำยอดขายพุ่งทะยานเกิน 100% ซึ่งสูงกว่าที่บริษัทคาดหมายไว้ที่ 20%  ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ นับตั้งแต่บริษัทฯ รุกมาทำธุรกิจ MPC มากว่า 4 ปี

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  9 เดือนแรกปี 2561 RS มีกำไรแล้ว 380 ล้านบาท ซึ่งหากผลประกอบการไตรมาส 4/2561 ธุรกิจ MPC ออกมานิวไฮก็จะมีโอกาสที่จะทำให้ปี 2561 ทั้งปีนิวไฮด้วย

นายสุรชัย ระบุว่า ด้วยผลการดำเนินงานของปี 2562 นั้นจะทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (All time new high) ทั้งรายได้และกำไร โดยยอมรับว่า นายโสรัตน์ วณิชวรากิจ ผู้ถือหุ้นเบอร์ 2 ของ RS ที่เคยขายหุ้นออกไปบางส่วนในช่วงกลางปีทีผ่านมา ได้มีการเข้ามาเก็บหุ้น RS อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับตัวเองที่เก็บหุ้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากมองเห็นอนาคตทางธุรกิจ

“คุณเคน(โสรัตน์)เขาเคยขายบางส่วนออกไป ด้วยเรื่องส่วนตัว และผมก็เข้ารับด้วยตอนนั้น แต่ตอนนี้เขากลับเข้ามาซื้อหุ้นเรา และเป็นหุ้นเดียวที่ซื้อ และเก็บต่อเนื่อง วันนี้สำหรับเราเขาไม่ใช่ VI หรือ Value investor (นักลงทุนคุณค่า) แต่เขาเป็น VS คือ Value Shareholder (หุ้นส่วนคุณค่า) ของ RS ส่วนผมเองก็ยังคงถือหุ้น RS อย่างต่อเนื่อง เพราะเราเห็นอนาคต” เฮียฮ้อ ระบุ