ทิศทางค่าเงินบาท

ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1600 จุดก่อนที่จะอ่อนตัวลงไปเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 1600 จุกครั้ง เนื่องจากนักลงทุนยังขาดความมั่นใจในทิศทางตลาดหุ้นไทย แม้ว่าจะมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ถ้ายังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะการเลือกตั้ง นักลงทุนก็ยังชะลอการลงทุน และระมัดระวังในการเข้าซื้อหุ้นต่อไป

เมื่อวานเราได้เอาทิศทางตลาดหุ้นเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงไปล่วงหน้าประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตลาดหุ้นไทยเองก็มีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามตลาดหุ้นเพื่อนบ้านไปได้เช่นกัน โดยเฉพาะการปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1700 จุดบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่คนอื่นทะลุผ่านไปหมดแล้ว แต่ตลาดหุ้นยังไม่สามารถกลับขึ้นไปบริเวณดังกล่าวเลย

ปัจจัยบวกอีกอย่างหนึ่งที่สนับสนุนการปรับตัวเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นไทยที่ค่อนข้างชัดเจนมากก็คือ การแข็งค่าของค่าเงินบาทที่ปรับตัวลดลงไปแตะระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มของการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท จะพบว่า แนวโน้มของค่าเงินบาทยังมีโอกาสแข็งค่าต่อเนื่องไปทดสอบแนวรับถัดไปที่ระดับ 31.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากปรับตัวลดลงหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ 32.50 ลงไป

เมื่อพิจารณาการปรับตัวเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่าในรอบที่ผ่านมา SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1750 จุด ซึ่งในรอบนี้ การปรับตัวลดลงของค่าเงินบาทที่แข็งค่าหลุดระดับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ลงไป ตลาดหุ้นไทยควรกลับขึ้นไปเคลื่อนไหวเหนือระดับ 1750 จุด

แต่ถ้าทิศทางของค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องในภาพระยะยาวที่มีโอกาสปรับตัวดลลงไปทดสอบแนวรับที่ระดับ 31.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยก็มีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ระดับ 1800 หรือ 1850 จุดที่เคยขึ้นไปทดสอบในช่วงต้นปีที่แล้ว

ดังนั้น ความเสี่ยงของตลาดหุ้นที่จะปรับตัวลดลงมีน้อยมาก และเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ เพื่อรอความชัดเจน และความเชื่อมั่นของตลาดให้กลับมา จะทำให้ตลาดหุ้นไทยกลับมาสดใสอีกครั้ง

สนใจบทความย้อนหลัง และเรื่องราวที่น่าสนใจ สามารถหาดูได้ในเพจ เทพ คำนวณ