โมเดลเหนือชั้น AOT ยักษ์ปลดโซ่ต้องกระโดด!

ทันหุ้น- “นิตินัย ศิริสมรรถการ” บิ๊ก AOT เปิดโมเดลธุรกิจเหนือชั้นของ AOT ลั่นปีนี้คือจุดเริ่มต้นของการก้าวกระโดด แม้ผลงานจะนิวไฮอยู่แล้ว หลังปลดพันธนาการเพื่อดันธุรกิจ คาร์โก้ สำเร็จ ลั่นเดินเกมหนักสร้างไทยเป็นฮับขนส่งสินค้าโลก นอกจากผู้โดยสาร พร้อมเดินหน้าเพิ่มสัดส่วน non arrow เพิ่มเติม ทั้งธุรกิจดิจิทัล และ แอร์พอร์ตซิตี้

แม้ผลกำไรของ “บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)” หรือ AOT จะทำนิวไฮมาตลอดต่อเนื่อง แต่นั้นเป็นการเติบโตจากการเข้ามาของผู้โดยสารตามปกติ ทว่าทีเด็ดของ AOT ยังมีมากกว่านั้น

“ปีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของผลงานที่จะก้าวกระโดด หลังจากปลดพันธนาการเรียบร้อยแล้ว” ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวกับ “ทีมงานทันหุ้น” ภายหลังได้รับการต่ออายุตำแหน่งหัวเรือใหญ่ AOT เทอม 2 ออกไปอีก 4 ปีสิ้นสุดปี 2566

แต่ผลงานที่ก้าวกระโดดนั้นจะมาจากโมเดลธุรกิจที่ถูกวาดขึ้นมาเพิ่มเติมจากฝ่ายบริหารของ AOT อย่าง “การขนส่งสินค้าทางอากาศ” (คาร์โก้) ที่ AOT จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ให้บริการด้านนี้

ดร.นิตินัย อธิบายว่าที่ผ่านมา AOT เปรียบเสมือนยักษ์ใหญ่ ที่ติดพันธนาการ จากหลายด้าน แต่ในการรับตำแหน่งเทอมแรก 3 ปีกว่า นั้นก็ได้มีการแก้ปัญหาจุดนี้แล้ว

สร้างAOTฮับคาร์โก้

อย่าง “คาร์โก้” แม้ AOT จะเป็นเขตฟรีโซน แต่ในฝั่งการกฎหมายไทยการตรวจสอบสินค้าก็ยังเจอปัญหาอยู่ ซึ่งก็ได้มีการเจรจาปลดพันธนาการตรงนี้แล้ว หรือแม้แต่กระทั้งกรณีปัญหาการส่งสินค้าแล้วถูกตีกลับจากกฎเกณฑ์ของประเทศพัฒนาแล้ว ก็ได้มีการปรับให้มีการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทาง ทำให้ปัจจุบันสินค้าที่มาจาก AOT ไม่ต้องถูกแกะกล่องตรวจสอบ

ดังนั้นจากนี้ไป AOT สามารถรุกคาร์โก้ได้เต็มรูปแบบ ซึ่งนับว่ามีโอกาสมหาศาล ตรวจสอบกำไรปี 2560/2561 ที่ผ่านมาจำนวน 25,170 ล้านบาท เป็นกำไรจากการขนส่งสินค้าทางอากาศไม่ถึง 1,000 ล้านบาท ซึ่งปีนี้ AOT จะมีรายได้ในส่วนนี้เพิ่มขึ้นมาอีกมาก

“ที่ผ่านมาเราไม่เคยติดอันดับคาร์โก้เลย แต่คราวนี้มีการจัดให้ AOT ติดคาร์โก้ขึ้นมาในอันดับที่ 14 ทันที ซึ่งระบบที่รองรับการส่งออกไปประเทศตะวันตกนั้นไม่เพียงแค่ผู้ประกอบการไทย แต่ประเทศเพื่อนบ้านที่จะส่งออกเช่น CLMV ก็จะใช้ AOT เป็นจุดส่งออกด้วย” ดร.นิตินัยกล่าว

ดิจิทัลทำเงิน

ไม่เพียงเท่านั้น AOT ยังแนวคิดใช้การ “ดิจิทัล” เข้ามาทำรายได้มากขึ้น โดยเตรียมเปิดแอพพลิเคชั่นที่จะอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร รวมถึงการขนส่งสินค้า ซึ่งจุดเริ่มต้นเป็นการบริการเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ความสะดวกสบายก่อน และจะต่อยอดไปสู่การการทำเงินภายหลัง หากผู้โดยสารต้องการเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น อาทิ ลดเวลาหาที่จอดรถก็จะมีการคิดค่าบริการในส่วนนี้เพิ่ม รวมไปถึงการดีลกับธุรกิจอื่นๆ การโปรโมทต่างๆ ก็สามารถที่จะเสริมรายได้

“มันคือโลกเสมือนที่สามารถทำเงินได้ เราไม่จำเป็นต้องติดอยู่กับ รายได้ดิวตี้ฟี หรือ การบริหารพื้นที่ต่างๆ คือ โลดิจิทัลมันมีโอกาสทำเงินได้ในทุกวันนี้ ซึ่งจำนวนผู้โดยสารเราก็เยอะเราก็ใช้ประโยชน์จากจุดนี้”

ขณะเดียวกันที่ผ่านมาก็ได้แก้ปัญหาต่างๆ ให้สามารถจัดตั้ง “แอร์พอร์ต ซิตี้” หรือเมืองสนามบิน บนพื้นที่กว่า 700 ไร่ได้แล้ว ซึ่งกำลังเปิดรับเอกชนที่สนใจนำเสนอโครงการมา ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้อีกทาง ส่วนการประมูลดิวตี้ฟี จะมีการรวมประมูลรวดเดียว 4 สนามบิน พื้นที่ประมาณแสนตร.ม. คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในเดือนมกราคมนี้

ซึ่งโมเดลที่วางไว้นั้นจะทำให้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบิน (non arrow) เพิ่มขึ้นจาก 43% เป็น 50% ในอีก 5 ปี

จีนยังเข้าไทย

สำหรับจำนวนยอดผู้โดยสารนั้นยังมีโอกาสเข้าขึ้นต่อเนื่อง โดยยอดรวมผู้โดยสารเดือนธันวาคมสูงทำสถิติ ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนที่เห็นสัญญาณการกลับมาในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมแล้ว ประเมินว่าช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์สถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ

“ในระยะยาว ชาวจีน ก็ยังจะมาเมืองไทย เนื่องจากประชากรจีนประมาณพันล้านคน จะมีวีซ่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้อยู่ที่ 4.5% ปัจจุบันมีวีซ่า 9% หรือประมาณ 90 ล้านคน ซึ่งแนวโน้มเข้าไทยก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันบรรดาสายการบินต่างๆ ที่มีสล็อตเวลาลงจอดกับ AOT จะมีสิทธิหยุดได้แค่ 20% เท่านั้น ไม่งั้นสล็อตเวลาก็จะถูกสายการบินอื่นแย่งไป ซึ่งที่ผ่านมากรณีทัวร์ศูนย์เหรียญก็เคยเกิดเหตุการณ์เดียวกัน และบรรดาที่ทนไม่ไหวหยุดเกิน 20% ก็ถูกรัสเซีย-อินเดียแย่งเวลาไป ซึ่งก็ต้องรอสต็อตเวลา หรือไม่ก็ต้องลงไฟล์ทช่วงกลางคืน”

ส่วนกรณีความแออัดของผู้โดยสารในสนามบินสุวรรณภูมินั้น แม้ว่าจะมีการเลื่อนการสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ออกไป แต่จากการใช้เทคโนโลยี ผสมกับการบริหารจัดการ  นั้นยังเชื่อว่าจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มแม้ว่าตัวเลขคณิตศาสตร์จะระบุว่าอาคารผู้โดยสารปัจจุบันรองรับได้ 45 ล้านคนต่อปี ปัจจุบันเกินมาเป็น 63 ล้านคน

แต่โดยตามหลักแล้วรันเวย์บินนั้นรองรับได้ถึง 93 ล้านคนต่อปี ดังนั้นก็จะต้องมีการบริหารจัดการให้เกิดการโฟลว์ มากขึ้น ซึ่งการจัดผัง สร้างอาคารเอนกประสงค์จะช่วยรองรับได้ เหมือนดังเช่น สนามบินดอนเมือง กิจกรรมใดๆ ก็ตามที่ติดขัดทำให้แออัด ก็จะให้เข้าไปทำในอาคารอเนกประสงค์แทน

ดร.นิตินัยสรุป 4 ปีแรกในตำแหน่งของ คือช่วงการปลดพันธนาการ แต่ 4 ปีหลังจากนี้คือช่วงการดัน AOT ให้ก้าวกระโดด สมดั่งการเป็น “รัฐพาณิชย์” จับตาให้ดี!