สู้เมื่อยามหุ้นดี…ถอยหนีเมื่อยามหุ้นแย่

เปิดตลาดมาสัปดาห์แรกของปี 2562 ภาพการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยยังคงดูผันผวน โดยได้รับผลกระทบจาก เรื่องการเลือกตั้งที่ทำท่าว่าจะต้องมีการเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป จากเดิม 24 กพ. นี้ ส่วนจะเป็นวันไหนคงต้องรอทาง กกต. ประกาศอีกที ส่วนที่ใครจะมองเป็นเกมยื้อการเลือกตั้งให้ยืดออกไป เพราะยังไม่อยากเลือกตั้งก็ว่ากันไป แต่เชื่อว่าอย่างไรปีนี้ก็ต้องเลือกตั้งแน่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นและส่งผลทางจิตวิทยาการลงทุนในขณะนี้ คือความคลุมเครือไม่ชัดเจนนั่นเอง เพราะที่ผ่านมาเมื่อจะเกิดการเลือกตั้งครั้งใด ตลาดหุ้นจะตอบรับแบบสุดลิ่มทิ่มประตู ใส่เกียร์เดินหน้าชนิดไม่สน ไม่มอง ปัจจัยแวดล้อมอื่นใด ความคึกคักร้อนแรงจะเกิดขึ้นในตลาดหุ้น หากตรงกันข้ามความไม่ชัดเจนที่เกิดขึ้นย่อมก่อให้เกิดแรงกดดันให้นักลงทุนจำเป็นต้องขายหุ้นออกไปก่อน เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากตลาดมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลดลงมากกว่าขึ้นนั่นเอง

สำหรับการลงทุนในปี 2561 ที่ผ่านมานับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดูไม่สวยเอาเสียเลย ผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ทั้งตลาดเงิน ตลาดทุน ล้วนให้ผลตอบแทนที่ปรับตัวลดลง จากปัจจัยลบรอบด้าน ไล่เรียงมาตั้งแต่สงครามการค้า ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ เฟด ต่อเนื่อง เร่งให้เม็ดเงินลงทุนไหลออกจากภูมิภาคกลับไปสหรัฐฯเป็นจำนวนมาก อย่างตลาดหุ้นไทยต่างชาติก็ขายหุ้นกว่า 2.87 แสนล้านบาทเป็นสถิติใหม่ รวมถึงราคาน้ำมันที่ผันผวนหนักในช่วงปลายปี

อย่างไรก็ตาม ด้วยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยที่ยังแข็งแกร่ง จากแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่ยังมีกำไรเติบโต การเดินหน้าพัฒนาชาติบ้านเมือง การขยายตัวของเศรษฐกิจยังมีต่อเนื่อง ผ่านการกระตุ้นการลงทุนของภาครัฐ ความเชื่อมั่นเอกชนที่เริ่มกลับมาลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง น่าจะเป็นตัวช่วยนำพาให้ตลาดหุ้นไทยสามารถเดินหน้าไปต่อได้ในปีนี้ และเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยยังมีเสน่ห์น่าลงทุนอยู่ดีครับ

สำหรับเรื่องราวการลงทุนในหุ้นทุกอย่างพร้อมพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ตลอดเวลาเช่นกัน ทุกกระแสเรื่องราวกระทบก็พร้อมจะหวนสลับปรับเปลี่ยนจากร้ายกลายเป็นดี จากดีกลายเป็นร้าย ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเราต้องตามให้ทัน ประเมินให้ได้ อะไรคืออะไร

ทุกครั้งที่เหตุการณ์อะไรที่สับสน คลุมเครือ ไม่มีความแน่นอนชัดเจน  ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการลงทุน  สิ่งที่ดีซึ่งนักลงทุนทั่วไปพึงควรกระทำคือ เฝ้าดู คอยติดตาม แล้วไตร่ตรองมองให้ออก ชั่งน้ำหนักเพื่อการชี้วัดให้ได้ว่า ควรจะทำอะไร สู้หรือ ถอย แต่หากชั่งวัดแล้วไม่สามารถสรุปผลที่เล็งเห็นแนวทางได้การสงบนิ่งอยู่เฉยๆ เป็นสิ่งพึงกระทำที่ดีที่สุด

ความเป็นจริง และสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้น ภาวะหุ้นย่อมมีดี และมีร้าย มีขึ้นมีลง ผสมผสานกันไปในแต่ละช่วงเวลา ไม่มีดีขาขึ้นโดยตลอด ไม่มีแย่ขาลงตลอดไป คิดง่าย ๆ ปฏิบัติง่าย ๆ เมื่อถึงยามหุ้นดี ก็ค่อยก้าวเข้าตลาด เมื่อยามหุ้นเลวร้ายก็หนีห่างไกลจากตลาดไป ก็เท่านั้นเอง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงความเสียหายและสามารถนำพาให้เราก้าวสู่ชัยชนะได้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องสู้กับหุ้นตลอดเวลา หากประเมินแล้วมีโอกาสแพ้มากกว่าชนะ หรือสถานการณ์ไม่เอื้อ ไม่เป็นใจ

ดังนั้น หากเราเน้นการลงทุนเข้าสู้กับหุ้นเมื่อหุ้นดี และหนีไกลห่างเมื่อหุ้นแย่ เล่นหุ้นอย่าให้ได้หลงทิศผิดทางเด็ดขาด ยามหุ้นดีกับชิงขายหนีออกตลาด ในขณะที่หุ้นแย่กับซื้อสู้พัวพันอยู่กับหุ้น เล่นอย่างนี้ก็คงเหนื่อยแน่ เมื่อไหร่คิดว่าการลงทุนของตัวเองกำลังอยู่ในสภาพที่หลงทิศผิดทางมึนงงกับตลาดก็ต้องพยายามดึงตัวออกมาก่อน ตั้งสติไตร่ตรอง ทบทวนกับสิ่งที่เราได้กระทำไปประเมินให้ได้อย่างรู้แจ้งเห็นจริง ก็จะทำให้เราสามารถกลับเข้ามาสู่หนทางที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จครับ