เพราะเรารู้มากเกินไป…เราจึงขาดทุน

ประโยคที่ออกจะขัดกับความรู้สึกของนักลงทุน จากประสบการณ์ที่ผมได้พูดคุยกับทั้งนักลงทุนและนักเก็งกำไรหลายๆท่าน ทั้งท่านที่มีประสบการณ์ยาวนานและท่านที่เป็นมือใหม่ไม่ถึงปี สิ่งที่เป็นหัวข้อที่ทุกคนมักจะอยากพูดคุยกับผม คือ ประโยคที่ว่า “ผมรู้ขนาดนี้แล้ว…..ทำไมยังขาดทุน”

แน่นอนว่าแต่ละคนก็พยายามหาสาเหตุต่างๆนานาเพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เช่น ไปเรียนเพิ่มมากขึ้น, พูดคุยกับเพื่อนๆในวงการหรือแนวทางเดียวกันหรืออาจจะ Copy แนวคิดของเซียนหุ้นดังๆ เป็นต้น

โชคไม่ดีที่สิ่งที่ทุกคนพยายามนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับ เพราะจุดเริ่มต้นของปัญหานี้ไม่ได้มากจากภายนอก มันเกิดขึ้นจากภายในใจของเราเองที่ไม่มีหลักการเหตุผลที่แน่ชัด ทำให้บ่อยครั้งเราจะไหลไปตามความคิดของเราเอง (อ้างอิงจากงานวิจัยที่คนเราจะมีความคิดต่างๆแล่นเข้าหัวประมาณ 70000-80000เรื่องต่อวัน) ดังนั้นในด้านการลงทุนของเรา ความคิดเราพร้อมที่จะหลุดได้ทุกวินาที ย้ำนะครับ “ทุกวินาที…ไม่ใช่นาทีหรือชั่วโมง”มาดูตัวอย่างกัน

1.เราพร้อมจะเปลี่ยนวิธีการถ้าเรารู้สึกว่า “มันดูสมเหตุผลสำหรับเรา” ยิ่งตอนขาดทุนอยู่ยิ่งรีบอีกด้วย

2.ถ้าไปเจอคนที่เรานับถือหรือเก่งกว่าเรา เราก็จะเชื่อคนๆนั้นและทำตามซึ่งสุดท้ายเรื่องราวนี้จะจบลงด้วยการขาดทุนแน่นอน

3.ถ้าเราไปเรียนการลงทุนในสถาบันแพงๆ บางครั้งเราก็คิดไปเองว่า “ราคาที่แพง…วิธีการต้องดีกว่า” ซึ่งไม่จริงอย่างยิ่ง

แล้วก็มีอีกหลายความคิดที่อาจจะเกินกว่าจินตนาการของเราที่จะตัดสินใจแย่ๆได้เพราะแค่เรารู้เยอะเกินไปและเอามาปนกันเละไปหมดนั่นเอง

คราวนี้มาดูว่า “เราจะแก้ไขอย่างไรดีถ้าเรามีความรู้มากๆแล้วยังคงขาดทุนอยู่” มาดูเป็นข้อๆกันเลย

1.จัดการเขียนความรู้ทั้งหมดของเราในเรื่องการลงทุนว่ามีอะไรบ้าง เช่น เทคนิค = EMA/CCI/RSI และอื่นๆ หรือถ้าเป็นด้านการลงทุนแบบ VI ก็ต้องบอกได้ว่า “เราเป็น VI แบบไหน”

2.เลือกมาทีละ 1 อย่างเพื่อทดสอบความเข้าใจและทดสอบย้อนหลักกับหุ้นเพื่อดูผลประเมินแต่ละเครื่องมือว่าเป็นอย่างไร ตรงนี้ห้ามเอาเครื่องมือมารวมกัน เช่น EMA ก็เอาแค่ EMA เท่านั้นไม่ต้องรวมตัวอื่นเด็ดขาดเพราะถ้าคุณเอาหลายๆอย่างมารวมกันมันก็จะประเมินอะไรไม่ได้เลย

3.ถ้าขยันก็ทำทุกองค์ความรู้ที่เรามี แต่ถ้าไม่ขยันก็เลือกมาอย่างน้อย 3-4 องค์ความรู้และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดก่อนเพราะเราจะพยายาม Set Up ระบบที่เราจะทำตามต่อไป

4.ทำขั้นตอนการลงทุนหรือการเก็งกำไรที่เราได้วางระบบเอาไว้อย่างละเอียด แปะไว้ที่หน้าคอมที่จะเทรดได้ยิ่งดีเพื่อเป็นการเตือนเราเสมอที่มีความคิดที่จะเปลี่ยนระบบหรือนอกระบบ

5.ลงเงินจริง อันนี้พูดจริงนะครับคุณจะเอากำไรคุณก็ต้องลงเงินจริง ทำไมผมถึงกล้าบอกว่าลงเงินจริงเพราะ 4 ข้อที่ผ่านมานั้นสร้างความมั่นใจให้กับเพื่อนๆแล้ว ดังนั้นลงเงินจริงได้เลยครับ มีข้อแม้เดียว “ให้ลงได้แค่ 5% ของเงินเย็นเพราะแม้เป็นการลงเงินจริงก็ยังอยู่ในขั้นการทดลองว่าตัวเราเองจะสามารถลงทุนหรือเก็งกำไรวิธีการนี้ได้หรือไม่ ซึ่งตรงนี้ต้อใช้เวลาเท่านั้นจึงบอกได้”

ที่เหลือก็แค่ทำไปเรื่อยๆและประเมินเป็นรายเดือนด้วยเพราะเราต้องการรู้ว่า วิธีการนี้เราจะชอบและสามารถทำมันไปได้นานๆจริงหรือไม่

สรุปถ้าเพื่อนๆเจอปัญหาเรื่องการรู้เยอะเกินไป ทำตาม 5 ข้อนี้ก็จะช่วยให้ปัญหานี้หมดไปได้ทันที แต่ผมก็บอกได้ทันทีเหมือนกันว่า “ไม่ค่อยมีคนทำและวนไปเรื่อยกับเรื่อง Loop ของความรู้ที่วนไปวนมาไม่รู้จบ”

ฝากไว้แค่ ทำเถอะครับแล้วจะหยุด Loop ได้แน่นอน

******************

วิถีกราฟเปล่า BY โค้ชเต้

การลงทุนต้องจบและทำได้จริง