บลจ.ทิสโก้ชี้กลุ่มเฮลธ์แคร์ของดีระยะยาว

 

บลจ.ทิสโก้ แนะกลุ่มหุ้นในดวงใจปี 2562 ธุรกิจเฮลธ์แคร์โดยเฉพาะในต่างประเทศอนาคตสดใส หนุนด้วยประชากรที่มีอายุยืน ค่ารักษาพยาบาลที่แพง รวมถึงความต้องการบริการและการรักษาที่ดี หนุนกำไรธุรกิจแกร่งแม้จะมีแรงกดดันจากแผนกำหนดค่ายาก็ตาม ทางด้านผู้บริหารเผยเป็นกลุ่มหุ้นที่ปลอดภัยสูงเพราะรับผลกระทบน้อยจากวงจรเศรษฐกิจในช่วงเวลาต่างๆ

นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด หรือ บลจ. ทิสโก้ ให้คำแนะนำการลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดต่ำ หรือแทบไม่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นแรงลงแรงของตลาดหุ้น ซึ่งเหมาะกับลงทุนในภาวะตลาดหุ้นทั่วโลกที่ยังคงความผันผวนต่ออีกในปี2562

“หากประเมินว่าปี 62 ตลาดยังคงผันผวนเฮลแคร์ (health care) จะเป็นกลุ่มที่น่าเข้าไปลงทุน เพราะเป็นกลุ่มที่ทำกำไรค่อนข้างเสถียร กำไรของกลุ่มธุรกิจนี้ไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากนักกับวงจรเศรษฐกิจ ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการความปลอดภัยจากการลงทุน” 

เฮลธ์แคร์อนาคตสดใส

เฮลธ์แคร์ ยังคงเป็นธุรกิจที่มีอนาคตในระยะยาว ด้วยโครงสร้างของประชากรโลกที่เปลี่ยนไปคนอายุยืนมากขึ้น จากเทคโนโลยีการรักษาที่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อมไปกับค่าใช้จ่ายในการรักษามีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี รวมถึงความต้องการเข้าถึงแหล่งรักษาพยาบาลที่สะดวก และดี ตามรายได้ของประชากรในประเทศนั้นๆที่สูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลดีต่อกลุ่ม เฮลธ์แคร์ ในระยะยาว

ทั้งนี้ ข้อมูลองค์การอนามัยโลกระบุว่าสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีนั้น มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5 ในปี 2493 เป็นร้อยละ 17 ในปี 2593 ซึ่งกลุ่มดังกล่าวเป็นผู้ที่มีค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพสูงกว่ากลุ่มอื่นกว่า 3 เท่า

นายสาห์รัช บอกว่า ธุรกิจ เฮลแคร์ ไม่ใช่แค่กลุ่มโรงพยาบาล แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยีชีวภาพ ยาเวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ ศูนย์ดูแลสุขภาพต่างๆ เป็นต้น ซึ่งในต่างประเทศธุรกิจในกลุ่มเฮลธ์แคร์ มีให้เลือกลงทุนมากกว่าในไทย และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ บลจ.ทิสโก้ ออกกองทุนเพื่อไปลงเฮลธ์แคร์ ต่างประเทศ อย่างกองทุนเปิด ทิสโก้โกลบอล เฮลธ์แคร์ สตาร์ พลัส

กำไรแม้มีแรงกดดัน

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้จะเห็นว่าหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ มีการปรับฐานลงไปบ้างจากแรงกกดันจากแผนการกำหนดเพดานราคายา ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ นายสาห์รัช บอกว่าเป็นการลงตาม Sentiment แต่ในส่วนของกำไรบริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะแรงกดดันดังกล่าว

ทั้งนี้ นายสาห์รัช ได้แนะนำ กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล เฮลธ์แคร์ สตาร์ พลัส (TGHSTARP) ลงทุนผ่านหน่วยลงทุนของกองทุนรวม และ/หรือ ETF ที่ในตราสารทุนของบริษัทที่ ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม Healthcare หรือบริษัทที่มีรายได้หลักจากการประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม Healthcare ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก

โดยกองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศ ที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม Healthcare หรือบริษัทที่มีรายได้หลักจากการประกอบกิจการที่ เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม Healthcare ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

แนะกองทุนทิสโก้ ซิลเวอร์ เอจ

นอกจากนี้ยังมี กองทุนเปิด ทิสโก้ ซิลเวอร์ เอจ (TISCOSA) ที่มีลักษณะคล้ายๆ กองทุนเฮลธ์แคร์ของทิสโก้ แต่ขอบข่ายการลงทุนกว้างกว่า เช่นสามารถลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ผู้สูงอายุบริโภคหรือใช้บริการ ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้สูงอายุ หรือธุรกิจเที่ยวเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ ความปลอดภัย เป็นต้น โดยกองทุนี้เน้นลงทุนในยุโรปเป็นหลัก

โดยกองทุน TGHSTARP และ TISCOSA เน้นลงทุนในต่างประเทศ มีระดับความเสี่ยงค่อนข้างสูง โดยกองทุน มีความเสี่ยงระดับ 7 เนื่องจากเป็นการลงทุนที่กระจุกตัว จึงเหมาะกับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูง ส่วน TISCOSA มีความเสี่ยงในระดับ 6

นอกเหนือจากการลงทุนในกลุ่มเฮลธ์แคร์ ที่มองว่าปลอดภัยจากความผันผวน และแนวโน้มธุรกิจสดใสในระยะยาวแล้ว นายสาห์รัช ยังแนะนำให้นักลงทุนกระจายความเสี่ยงในช่วงที่ผันผวน ผ่าน กองทุนรวมผสม อย่างกองทุนเปิด ทิสโก้ อินคัม พลัส และ กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล อินคัม พลัส ซึ่งทั้ง2กองทุนมีความเสี่ยงไม่สูง โดยอยู่ในระดับเสี่งยงปานกลาง

ทั้งนี้ กองทุนเปิด ทิสโก้ อินคัม พลัส กระจายสินทรัพย์ลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ รวมถึง ETF ต่างประเทศในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งมีการลงทุนในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินหลายประเภท ในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึง หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งสัดส่วนการลงทุนดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ

ส่วน กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล อินคัม พลัส ลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั้งในและต่างประเทศ โดยลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือ กองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งกองทุนรวมต่างประเทศ และ/ETF ต่างประเทศมีนโยบายการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหลายประเภท เช่น ตราสาร ทุน และ/หรือตราสารหนี้ เป็นต้น นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในกองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งในประเทศและ/หรือ ต่างประเทศ

รายงาน : อรุณ พงษ์พิชิต
ติดอาวุธปัญญา…กดติดตาม (subscribe)
https://line.me/R/ti/p/%40kro3673w