ผวาแอปเปิ้ลฉุด COM7 ดิ่ง ระวังซ้ำรอย “หุ้นความงาม”

ทันหุ้น-กระหน่ำขาย COM7 รูดหนัก ปมแอปเปิ้ลหั่นเป้ายอดขาย ขณะที่พื้นฐานถูกตั้งคำถาม หลังหมดยุคมือถือ 4G โตกระฉูด ต้องรอ 5G แถมผู้ถือหุ้นใหญ่เคยโยนขายบิ๊กล็อต 60 ล้านหุ้น สตอรี่คล้าย BEAUTY โบรกเตือนระวังฟอร์ซเซล

สถานการณ์ราคาหุ้นของ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 วานนี้ (3 ม.ค.62) ดิ่งหนัก โดยเปิดการซื้อขายที่ 15 บาท และถือเป็นจุดสูงสุดของวันทำการดังกล่าว ก่อนจะวูบลงแรงไปทำจุดต่ำสุดของวันทำการที่ระดับ 13 บาท และรีบาวน์ช่วงท้ายมาปิดตลาดอยู่ที่ 13.10 บาท ลดลง 1.80 บาท หรือคิดเป็น -12.08% มูลค่าซื้อขาย 387.65 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุถึงสาเหตุที่ราคาหุ้นของ COM7 ร่วงรุนแรงจากความกังวลกระแสข่าว บริษัท แอปเปิล อิงค์ ลดประมาณการรายได้เหลือ 8.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 1/2562 จากเดิมอยู่ที่ 8.9-9.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ  โดยอ้างถึงยอดขายในจีนที่อ่อนแอท่ามกลางความตึงเครียดด้านการค้า และอาจจะทำให้รายได้ผลิตภัณฑ์มือถือของ COM7 ต่ำกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ถ้ายอดขายไอโฟนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นไปในทางเดียวกับในจีน แต่ให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น COM7 ให้ราคาเป้าหมายปี 2562 ที่ระดับ 26 บาท

การร่วงต่ำลงมาของ COM7 กำลังถูกตั้งคำถามว่ามีโอกาสซ้ำรอยหุ้นบริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY ที่เคยตกสวรรค์แรงหรือไม่ เนื่องจากสตอรี่คล้ายกัน นั้นคือ การที่มีค่า PE สูง ด้วยการคาดหวังการเติบโต โดย COM7 เคยมีค่าพีอีที่สูงเกิน 30 เท่า ท่ามกลางธุรกิจที่เริ่มชะลอ

นายธีรวุฒิ กานต์นิภากุล ผู้อำนวยการ Equity Derivative บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ระบุว่า ธุรกิจขายโทรศัพท์มือถือตอนนี้เข้าสู่ช่วงของขาลง หลังจากผู้ใช้หลายรายได้เปลี่ยนผ่าน มีมือถือสมาร์ทโฟน 4G แทบทุกรายแล้ว จะต้องรอยุคใหม่คือ 5G เลยถึงจะกลับมา ซึ่งการที่ยอดขาย IPHONE ร่วงต่ำลงนับว่ามีผลกระทบต่อ COM7 เพราะมีรายได้ส่วนนี้สูงถึง 40% ของรายได้รวม

ที่สำคัญมีสิ่งหนึ่งที่คล้าย BEAUTY ที่สุด นั้นคือ การที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ขายหุ้นออกมาก่อนหน้าที่จะร่วงลง โดยในส่วนของ COM7 มีขายหุ้นบิ๊กล็อตจำนวน 60 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 5% ของทุนชำระแล้ว ในราคาเฉลี่ย 12.75 บาท จากกลุ่มผู้หุ้นที่ร่วมก่อตั้งบริษัทฯ 3 ท่าน ซึ่งนายสุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร COM7 ระบุว่า ไม่มีส่วนร่วมการขายบิ๊กล็อตรอบนี้ และครองผู้ถือหุ้นใหญ่เบอร์หนึ่งสัดส่วน 32.72% เท่าเดิม แต่ก็ให้เหตุผลของการขายหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่รายอื่นว่า เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขาย หลังนักลงทุนสนใจเข้ามาลงทุนในหุ้นจำนวนมาก

ขณะเดียวกันโครงสร้างการถือหุ้นของ COM7 ก็มีกองทุนเข้าถือคล้ายกับ BEAUTY การร่วงต่ำลงมาของหุ้น ต้องมีกองทุนหรือรายใหญ่ขายทุ่มลงมาก่อน คล้ายๆ กัน ซึ่งการร่วงลงทรงนี้จะส่งผลให้นักลงทุนที่ถือมาร์จิ้นหุ้นนี้ ถูกบังคับขาย (ฟอร์ซเซล)ออกมา เมื่อราคาต่ำลง 30-35% ส่วนพวกที่เล่นแบบบล็อดเทรด อาจจะโดนขายมากก่อนหน้าแล้ว

นายธีรวุฒิ บอกว่า แนะนำให้นักลงทุนระวังการลงทุนใน COM7 แม้ว่าจะมีการรีบาวน์บ้างก็ตาม