GULFมี 3โรงไฟฟ้ารอบุ๊กเพิ่ม

ทันหุ้น –GULF ประเดิมขายไฟรับปีใหม่ 2562 จำนวน 126.9 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำติดตั้งจำนวน 10 ตันต่อชั่วโมง ให้กฟผ. ขณะที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้า SPP อีก 3 โครงการ คาดทยอยเปิดตามกำหนดช่วงเดือนมีนาคม-กรกฎาคม 2562 นี้ ด้าน SUPER มีโรงไฟฟ้าในมือรวม 130 โครงการ กำลังการผลิต 768.60 เมกะวัตต์

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า บริษัท กัลฟ์ เอ็นแอลแอล 2 จำกัด (GNLL2) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท และเป็นผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ เอ็นแอลแอล2 ได้ดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD) ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2562 ภายใต้ประเภทผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP)

*ขายไฟเพิ่ม 126.9 MW

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้า กัลฟ์ เอ็นแอลแอล2 ตั้งอยู่ในพื้นที่ติดกับโครงการโรงไฟฟ้า กัลฟ์ เอ็นแอลแอล ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง จ.ระยอง มีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งจำนวน 126.9 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำติดตั้งจำนวน 10 ตันต่อชั่วโมง โครงการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับกฟผ. จำนวน 90 เมกะวัตต์ เป็นระยะเวลา 25 ปี และมีสัญญาระยะยาวเพื่อจำหน่ายกำลังการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำส่วนที่เหลือให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้า กัลฟ์ เอ็นแอลแอล2 เป็นโครงการโรงไฟฟ้า SPP ก๊าซธรรมชาติลำดับที่ 9 จากโครงการ SPP ภายใต้กลุ่มบริษัท กัลฟ์ เอ็มพี จำกัด (GMP) ทั้งหมด 12 โครงการ ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 1,563.4 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำติดตั้งรวม 225 ตันต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้า SPP ที่เหลืออีก 3 โครงการ ซึ่งคาดว่าจะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตามกำหนดในระหว่างเดือนมีนาคม-กรกฎาคม 2562

*ปี 2558 รายได้แตะ 1.5 แสนล.

ก่อนหน้านี้นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF เปิดเผยว่า คาดว่ารายได้ของบริษัทจะปรับขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ราว 1.4-1.5 แสนล้านบาท ในปี 2568 จากการทยอย COD ของโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ในมือตามแผน ซึ่งปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างพัฒนาทั้งโรงไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP), โรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP), โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และลม ในเวียดนาม ,โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ในโอมาน

ซึ่งจะทำให้มีกำลังผลิตตามสัดส่วนร่วมทุนที่ COD แล้วเพิ่มเป็นกว่า 6,000 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกันยังมองโอกาสการลงทุนโรงไฟฟ้าสร้างใหม่ และการซื้อกิจการ (M&A) ในต่างประเทศเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าดีลใหม่ดังกล่าวจะมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2562

ทั้งนี้ เชื่อว่าในอนาคตบริษัทจะมีกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่เพิ่มขึ้นเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังการ COD โรงไฟฟ้าในมือครบช่วงปี 2568 แล้วก็เชื่อว่าจะมีกำลังผลิตใหม่เข้ามาต่อเนื่องเพื่อให้บริษัทเติบโตได้ อย่างโครงการในเวียดนามที่ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาแล้ว ก็อาจจะมีการลงทุนอย่างอื่นเพิ่มเติมด้วย ส่วนการลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในโอมาน ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ก็มีโอกาสที่จะมองหาการเติบโตได้เพิ่มขึ้นด้วย

*SUPER ขายไฟรวม 768.60 MW

นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานกรรมการ บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER เปิดเผยว่า บริษัทย่อยของบริษัทในฐานะเป็นผู้สนับสนุนโครงการในการดำเนินการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (โซลาร์รูฟ) สำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการ COD จำนวน 2 โครงการ กำลังการผลิต 10 เมกกะวัตต์ โดยมีรายละเอียดดังนี้ คือ บริษัทไอคิว กู๊ด จำกัด ( IQGOOD) เจ้าของโครงการคือ สหกรณ์การเกษตรผู้เลี้ยงผึ้ง จังหวัดแพร่ จำกัด จำนวน 1โครงการ กำลังการผลิต 5 เมกะวัตต์ และ 2. บริษัทอีเลคตริก้า เอเชียเพาเวอร์ (ELT) เจ้าของโครงการคือ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก จำนวน 1โครงการกำลังการผลิต 5 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ส่งผลให้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทย่อย ของ SUPER ทุกโครงการได้ COD ให้กับกฟภ.และกฟผ. แล้ว เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 130 โครงการกำลังการผลิตรวม 768.60 เมกะวัตต์