ชำแหละงบหุ้นแบงก์ BBL-KBANKน่าสะสม

ทันหุ้น- กูรูสั่งเพิ่มน้ำหนัก “หุ้นแบงก์” น่าลงทุนสูงกว่าตลาด เชื่อขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งปีนี้ ขณะที่สินเชื่อยังโตจากโครงการรัฐ แถมได้รายย่อยช่วยเพิ่มมาร์จิ้น มั่นใจสินเชื่อปี 62 ยังโตรวมได้ 5.3% เจาะ 4 หุ้นผลประกอบการ Q4/2561แจ่ม BBL, KKP, KTB และ SCB ติดโผ ขณะกำไรหุ้นปี 62 BBL โตสุด KKP -TMB ตามติด แนะสอย BBL-KBANK อัพไซด์สูง 23-29%

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) ประกาศให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ “มากกว่าตลาด” จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้น โดยคาดว่าจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้นอีก 2 ครั้ง ในปี 2562 (ครั้งละ 0.25%) ซึ่งจะส่งผลดีต่อกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่

ขณะที่ ภาพรวมสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ในปี 2562 จะยังคงเติบโตจากสินเชื่อรายใหญ่เป็นหลัก โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ ตลอดจนสินเชื่อรายย่อยที่ทุกธนาคารหันมาเร่งปล่อยมากขึ้นเนื่องจากมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า จึงคาดว่า สินเชื่อรวมในปี 2562 จะเติบโตได้ 5.3% เท่ากับปี 2561 ส่วนสินเชื่อใน 4/2561 คาดว่า จะเติบโตได้ที่ 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YOY) และ 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ)  จากสินเชื่อรายใหญ่และสินเชื่อเช่าซื้อ

สำหรับอัตราหนี้เสีย (NPL) ต่อสินเชื่อรวม ปี 2562 จะลดลงมาอยู่ที่ 3.09% จาก 3.13% เนื่องจากมีการตัดจำหน่ายหนี้สูญ (write-off NPL) อย่างต่อเนื่อง ส่วน NPL รวมใน ไตรมาส 4/2561 จะอยู่ที่ 3.11% ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 3/2561 ที่3.13%

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) ยังประเมิน กำไรสุทธิของ 9 หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ใน ไตรมาส 4/2561 จะอยู่ที่ 4.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YOY) จากการกลับมาตั้งสำรองฯที่ระดับปกติ หลังจากที่มีการเลื่อนเกณฑ์บัญชี IFRS9 ออกไปปี 2563

แต่กำไรสุทธิจะลดลง 9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้นตามฤดูกาล ประกอบดับในไตรมาส 3/2561 ธนาคารมีกำไรจากรายการพิเศษหลายรายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TMB ที่มีกำไรจากการขาย TMBAM ออกไปได้ 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากตัดรายการพิเศษออกกำไรสุทธิของทั้งกลุ่มจะลดลงเพียง 2%

4แบงก์งบQ4แจ่ม

สำหรับ ธนาคารที่จะเติบโตได้อย่างโดดเด่นทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ เทียบกับไตรมาสก่อน คือ BBL, KKP, KTB และ SCB

โดยกำไรสุทธิไตรมาส 4/2561 ของ BBL จะเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากสินเชื่อรายใหญ่ที่เพิ่มขึ้นได้ดีและรายได้ค่าธรรมเนียมจากการขายประกันกับ AIA เข้ามาช่วย

ส่วนกำไรสุทธิของ KKP จะเพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากสินเชื่อที่โตได้โดดเด่นเพิ่มชึ้นถึง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ KTB กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และ SCB กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เพราะตั้งสำรองฯลดลง

ส่วนธนาคารที่ผลกำไรอาจจะปรับตัวลดลงทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ เทียบกับไตรมาสก่อน คือTCAP และ TMB

โดย TCAP จะมีกำไรสุทธิลดลง7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เพราะ ผลประโยชน์ทางด้านภาษี (Tax Shield) หมดอายุ ส่วน TMB จะมีกำไรสุทธิลดลง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 62% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เพราะไตรมาสก่อนมีการขายธุรกิจกองทุนรวมออกไป

BBLกำไรโตแรงสุดปี 62

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย)ยังคาดการณ์กำไรสุทธิจากธุรกิจหลักปี 2562 พบว่า BBL จะมีกำไรเติบโตสูงสุด 10.1% อันดับ 2 KKP กำไรโต 9.4% อันดับ 3 TMB กำไรโต 8.9% อันดับ 4 SCB กำไรโต 6.6% อันดับ 5 TCAP กำไรโต 5.7%

โดยในกลุ่มธนาคาร เลือก BBLและ KBANK เป็นหุ้นที่น่าลงทุนสุด (Top pick)  เนื่องจาก BBL เป็นธนาคารที่มีความเสี่ยงต่ำ เพราะมี Coverage Ratio อยู่ในระดับสูงถึง 180% และมีการเติบโตของกำไรสุทธิที่โดดเด่นเหนือกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ ประเมินปี 2562 ให้ราคาเป้าหมาย 250 บาท มีอัพไซด์ราว 23.2%

ส่วนKBANK มีจุดเด่นในแง่แนวโน้มของ NPL จะยังทรงตัวได้อยู่ในกรอบที่ตั้งเป้าไว้ ประกอบกับกำไรสุทธิจะกลับมาเติบโตได้ดี จากการตั้งสำรองฯที่ลดลง ราคาเป้าหมาย 240 บาท มีอัพไซด์ราว 29.7%