มีวินัยเคร่งครัด..อดทน ผลสำเร็จแห่งการลงทุน 

บรรยากาศตลาดหุ้นไทยหลังปีใหม่ดูจะสดใสเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีความผันผวน โดยมีปัจจัยภายนอกเป็นประเด็นให้ต้องเฝ้าติดตาม คือเรื่องการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนในเร็วๆนี้ ซึ่งจะนำไปสู่การทำข้อตกลงกันของทั้ง  2 ประเทศ หากผลของการเจรจาออกมาเชิงบวก จะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อทิศทางแนวโน้มการลงทุนให้กลับมาคึกคัก ดูดีขึ้น หากเป็นตรงข้าม แรงกดดันต่อการลงทุนก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณด้วยไม่แพ้กัน แต่เสียงส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า การเจรจาน่าจะออกมาเชิงบวกมากกว่าลบ ยิ่งล่าสุดท่าทีของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ดูจะลดโทนความแข็งกร้าวลง และเป็นฝ่ายเปิดเผยว่า การพูดคุยครั้งล่าสุด กับ นายสีจิ้นผิง ปธน. จีน มีความคืบหน้าเป็นอย่างดี

ในขณะที่ปัจจัยภายใน ประเด็นการเลือกตั้ง จากนี้คงทวีความร้อนแรงขึ้น หลังพรรคการเมืองสามารถหาเสียงได้อย่างเต็มที่ ทุกพรรคการเมืองคงใส่กันทุกรูปแบบด้วยระยะเวลาที่ใช้ในการหาเสียงค่อนข้างจำกัด อีกทั้งบรรดานักเลือกตั้งทั้งหลายก็ร้างห่างเวทีการเมืองมาหลายปี แต่เชื่อว่าการเลือกตั้งจะสามารถเกิดขึ้นได้ตามกำหนดที่คาดไว้ คือ 24 กพ. นี้ ซึ่งจะช่วยดึงความเชื่อมั่นนักลงทุนให้กลับมา โดยเฉพาะต่างชาติ ที่ปีที่แล้วขายหุ้นไทยจนเป็นสถิติใหม่ น่าจะได้เวลาหวนกลับมาซื้อหุ้นก็เป็นได้ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ก่อนมีการเลือกตั้งตลาดหุ้นจะตอบรับเชิงบวก คึกคักเป็นประจำ

อย่างไรเสีย การลงทุนก็มีความเสี่ยงและเป็นสิ่งที่นักลงทุนจะต้องคอยเตือนตัวเองอยู่ทุกครั้งที่จะซื้อจะขายหุ้น สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนควรรู้ ก็คือ ความผันผวนของตลาดจะเกิดขึ้น เมื่อไหร่ ซึ่งสัญญาณที่จะบอกเรา ได้แก่ ราคาหุ้นเข้าสู่ระดับแพงเกินไป หรือการซื้อขายเป็นไปในลักษณะเก็งกำไรมากจนเกินไป

หากบรรยากาศการลงทุนใน ตลาดหุ้นเป็นแบบนี้ แสดงว่าตลาดหุ้นมีโอกาสผันผวนและดัชนีสามารถปรับตัวลดลงได้ตลอดเวลา ดังนั้น นักลงทุนต้องวางกลยุทธ์ก่อนที่เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น ถึงแม้สัญญาณดังกล่าวไม่ถึงขั้นทำให้ตลาดหุ้นเป็นขาลง แต่หากเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวจะลดความเสี่ยงลงได้

ดังนั้น หากนักลงทุนที่มีความหวาดกลัวและตื่นตระหนกกับตลาดหุ้นเกินไปจะต้องมีการควบคุมสติให้ดี การตัดสินใจซื้อหรือขายหุ้น ควรอยู่บนปัจจัยพื้นฐานของหุ้น   อย่าให้อารมณ์ครอบงำเหนือเหตุผล  การปรับพอร์ตขายหุ้นบางตัวเพื่อเปลี่ยนเป็นถือเงินสด โดยเฉพาะในหุ้นที่ราคาตลาดของหุ้นนั้นสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงที่ประเมินได้ เพราะหากตลาดเกิดการปรับตัวลดลง หุ้นราคาสูงเกินมูลค่าพื้นฐาน มักปรับลดลงค่อนข้างแรง และเมื่อตลาดกลับมาฟื้นตัว เราก็จะมีเงินเข้าไปซื้อหุ้นที่ดีในราคาถูก เป็นการป้องกันและปรับพอร์ตลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ที่นักลงทุนที่มีประสบการณ์มักจะใช้เป็นกลยุทธ์ในการลดความเสี่ยงในยามตลาดผันผวนได้มากที่สุด วิธีหนึ่งเช่นกัน

นอกจากนี้ กลยุทธ์ที่นิยมนำมาใช้ช่วงตลาดผันผวน คือการสวนกระแส ซึ่งมักจะใช้ได้ผลดีในช่วงที่ตลาดมีการปรับตัวลดลงมากๆ ในยามที่นักลงทุนส่วนใหญ่กำลังหวาดกลัวแย่งกันขายหุ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่จะมีนักลงทุนกลุ่มหนึ่ง ที่มักจะเข้าช้อนซื้อหุ้นในยามที่คนอื่นพากันตื่นกลัว สวนกระแส เพราะจะได้ราคาหุ้นที่ถูกมากนั่นเอง แต่ต้องมีการคาดการณ์ที่ถูกต้องแม่นยำ ใจต้องนิ่งและมีวินัยอย่างเคร่งครัด หากไม่เป็นอย่างที่คาดก็พร้อมถอย ตัดขาดทุนได้ด้วยเช่นกัน

เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการลงทุนในช่วงเวลานี้ คือการลงทุนที่จะต้องมองถึงการลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด หากเป็นการลงทุนระยะยาวคงต้องโฟกัสไปที่หุ้นขนาดใหญ่ที่มั่นคงเน้นผลตอบแทนที่แน่นอนมีปันผลสม่ำเสมอ หรือการลงทุนที่เน้นในหุ้นขนาดกลางและเล็ก ที่มีผลตอบแทนสูงก็สามารถเลือกลงทุนได้เหมือนกัน แต่ทั้งหมดนี้ต้องใช้พื้นฐานที่แท้จริงเป็นตัวตัดสินใจ การคัดเลือกหุ้นที่จะลงทุนจากพื้นฐาน พัฒนาการของธุรกิจจากอดีตสู่ปัจจุบันตลอดจนคาดการณ์อนาคตได้อย่างแม่นยำ ประเมินความสามารถวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนรูปแบบของธุรกิจ โดยเน้นในเรื่องของคุณภาพมากกว่าราคาที่เคลื่อนไหวบนกระดานซื้อขาย และจะขายหุ้นก็ต่อเมื่อราคาหุ้นได้ปรับขึ้นไปสู่ราคาเป้าหมายที่ได้ทำการประเมินเอาไว้แล้ว หรือต้องขายหากการประเมินพื้นฐานของเราผิดพลาด หรือจะต้องขายเมื่อเราเจอหุ้นตัวอื่นที่เราเห็นว่าดีกว่า

อย่างไรก็ตามการลงทุนในตลาดหุ้นในปี 2562 นี้ จะเป็นการลงทุนที่ดี เป็นการลงทุนที่ให้ยังผลตอบแทนสูงคุ้มค่า ตลาดหุ้นมีขึ้นมีลง หากเราเข้าใจ ก็จะทำให้สามารถวางกลยุทธ์ได้ถูกต้องกับสถานการณ์ นั่นหมายถึง การมีวินัยที่เคร่งครัด มีความอดทน ผลลัพธ์ที่ตามก็คือ ความสำเร็จจากการลงทุนนั่นเองครับ

โดย : โบรกเกอร์เบอร์ศูนย์