8 เหตุการณ์ต้องจำ ที่สุดของหุ้นปี 2018

วงการตลาดทุนได้สร้างความเป็นที่สุดหลายอย่างในปี 2561 ซึ่งทีมงานทันหุ้นได้สรุปมา 8 เรื่องราวที่นักลงทุนควรจดจำ

1.ดัชนีสูงสุดตลอดกาล

ปีนี้เป็นที่ตลาดหุ้นไทยสามารถขึ้นทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 1,852.51 จุด เมื่อวันที่  27 กุมภาพันธ์ หลังจากรอคอยมา 24 ด้วยกัน ตั้งแต่ปี 2537  ก่อนที่จะร่วงต่ำลงมาในระดับต่ำกว่า 1600 จุด ท่ามกลางการขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติอย่างโหดร้ายมากถึง -288,152.28 ล้านบาท จากความกังวลปัจจัยต่างประเทศ ทั้งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และสงครามการค้าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ เดินเกมกับหลายประเทศ โดยเฉพาะจีน ดัชนีสูงสุดที่ 1852.51  กลายเป็นดอยลูกใหม่ที่ทำให้นักลงทุนเหน็บหนาวจนถึงขณะนี้

2.ดอกเบี้ยขึ้นรอบ 7 ปี

ในที่สุด การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบสุดท้ายของปี วันที่ 19 ธันวาคม ก็มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%  ด้วยเสียง 5 ต่อ 2 เสียง มาอยู่ที่เป็น1.75% หลังจากไม่เคยขึ้นมาตลอด 7 ปี ซึ่ง นับเป็นครั้งแรกหลังจากปี 2542ที่ไทยขึ้นดอกเบี้ยโดยไม่ได้ให้น้ำหนักเงินเฟ้อ แถม เมื่อขึ้นดอกเบี้ยแล้ว แบงก์ชาติก็ปรับลดเป้าเศรษฐกิจไทยลงมาทันที สาเหตุที่ทำให้แบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ย ไม่ได้เพื่อชะลอเศรษฐกิจ แต่เป็นเพราะว่า เป็นการขึ้นดอกเบี้ยตามทิศทางทั่วโลก และเป้นการเตือนภัยไม่ใช่คนคุ้นเคยกับความต่ำเตี้ยของดอกเบี้ยมากจนลืมความเสี่ยง ที่สำคัญการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นการเก็บกระสุนไว้ใช้ในยามเศรษฐกิจแย่ด้วย

3.PTT แตกพาร์ครั้งใหญ่สุด

PTT ประกาศแตกพาร์ จากราคาพาร์ 10 บาท เหลือ 1 บาท มีกระแสในช่วงต้นมกราคมว่า ปตท. จะแตกพาร์ทำให้ราคา ปตท. ขึ้นมาจาก 400 บาทต้นๆ มาเล่นกันราว 490 บาท ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ ปตท. ประกาศแตกจริง นั้นทำให้หุ้น ปตท. จาก กระโดดขึ้นมาเล่นกันเกิน 500 บาท และวิ่งไปสูงสุดที่ 595 บาท (คิดเป็น 59.50 บาทหลังแตกพาร์) ก่อนที่จะแตกพาร์จริง หลังจากนั้นพอแตกพาร์แล้วราคาก็ถอยร่นลงมากปัจจุบัน เหลือ ในบริเวณ 45 บาท

4.PTTEP ดัมพ์ราคาคว้า บงกช-เอราวัณ

PTTEP สร้างความฮือฮาในเดือนธันวาคม เมื่อเป็นผู้ชนะประมูลแหล่งก๊าซธรรมชาติหลัก 2 แห่ง ทั้ง บงกช และเอราวัณ โดยถือหุ้น 100% ในแหล่งบงกช ส่วนแหล่งเอราวัณ ถือหุ้น 60% กับ มูบาดาลา 40% อายุสัญญาสัมปทานภายใต้ระบบแบ่งปันผลผลิต 20 ปี และสามารถต่ออายุได้อีก 10 ปี โดยสัญญาสัมปทานเดิมจะสิ้นสุดอายุลงในปี 2565-2566 หลังจากได้เสนอราคาประมูลค่าคงที่ราคาก๊าซธรรมชาติที่ 116 บาท/ล้านบีทียู ซึ่งต่ำกว่าราคาปัจจุบันที่ 165 บาท/ล้านบีทียู สำหรับแหล่งเอราวัณ และ 214 บาท/ล้านบีทียู ทำให้หุ้น PTTEP ร่วงลงมาแรง แต่ผู้บริหารก็ระบุว่าการได้ 2 แหล่งจะลดต้นทุนในการผลิตได้ ชดเชยราคาประมูลที่น้อยลงได้ แต่ที่แน่ๆ ในอนาคตคนไทยมีโอกาสได้ใช้ค่าไฟฟ้าถูกลง

5 OSP โอสถสภาเข้าตลาด

17 ตุลาคม เป็นวันแรกที่ บริษัท โอสถสภา หรือ OSP บริษัทยักษ์ใหญ่เก่าแก่ที่มีอายุยาวนาน 127 ปี เข้าตลาดหลักทรัพย์ หลังจากขายหุ้น IPO ที่มีมูลค่าสูงสุดของปี 2561 ด้วยมูลค่าระดมทุน 15,093.75 ล้านบาท โดยขายราคา IPO 25 บาท แต่ด้วยความกังวลด้านสภาวะตลาดที่ลงแรงในเดือนตุลาคม ทำให้ OSP ยืนเหนือจอง IPO ได้ 3 วัน ก็จะร่วงต่ำกว่า IPO

6 MINT เทค NH HOTEL ดีลใหญ่แห่งปี

MINT ได้เข้าซื้อ NH Hotel  เครือโรงแรมอันดับ 6 ของทวีปยุโรปจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพื่อขยายธุรกิจโรงแรมแบบก้าวกระโดด และได้แจ้งทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมด ระหว่างวันที่ 8 ต.ค. – 22 ต.ค. 61 ปรากฏว่า มีผู้ขายหุ้นให้ MINT ถึง94.1% นั้นหมายความว่าจะต้องใช้เงินสูงราว 8.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงกว่าทุนของ MINT ที่มีอยู่ราว 5 หมื่นล้านบาทในปี 2560 เกือบเท่าตัว สัดส่วนการซื้อครั้งนี้เกินเป้าเยอะ และต้องใช้เงินเยอะ ซึ่ง MINT ก็ใช้วิธีการตีมูลค่า NH HOTEL ใหม่ เพื่อไม่ให้ผิดเกณฑ์ที่ทำกับเจ้าหนี้ไว้คือต้องมีหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 1.75 เท่า

7.หุ้นความงามดับ

หุ้นความงามที่กำลังรุ่งโรจน์เมื่อต้นปีอย่าง BEAUTY และ DDD ต้องช็อคเมื่อโดนกระแสการบุกจับผู้ผลิตเครื่องสำอางไร้คุณภาพทุบอ่วม แถมกลางปียังเจอปัญหานักท่องเที่ยวจีนที่หาย ความนิยมที่ลด ทำให้ 2 หุ้นเครื่องสำอางที่เคยปังร่วงหมดรูป อย่าง BEAUTY เคยขึ้นแตะจุดสูงสุด 23.70 บาท ต้องร่วงลงมามากถึง 72% เลยทีเดียว ขณะที่ DDD เคยขึ้นแตะจุดสูงสุดเมื่อต้นปี 121 บาท ปลายปีเหลือแค่ 18.50 บาท ลดลง 84%

8.IVL เจ้าพ่อเทคโอเวอร์

ปี 2561 ต้องยกให้ IVL เป็นเจ้าพ่อเทคโอเวอร์หลังซื้อธุรกิจนับตั้งแต่ต้นปี 2561 จนถึงปัจจุบันแล้วกว่า 12 กิจการ ทั้งธุรกิจ ทั้ง PET PTA เส้นใยและเส้นด้าย โพลิเอสเตอร์ และเส้นใยจากขนสัตว์ และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง มูลค่ารวมมากกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ หรือ เฉียด 4 หมื่นล้านบาท