หุ้นโรงกลั่นทำใจสต็อกลอส PTTGC IRPC TASCOลุ้นฟื้น

ทันหุ้น – 3 ปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวนระยะสั้น ดันกลุ่มโรงกลั่นสต็อกลอสไตรมาส 4 แต่ยังหวังปี 2562 กลับมาฟื้น เหตุต้นทุนต่ำ ค่าการกลั่นมีแววกลับมา ระยะยาวยังกำไร ชู PTTGC เป้า 108 บาท  IRPC เป้า 8.60 บาท และ TASCO เป้า 17 บาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุ 3 สาเหตุที่ราคาน้ำมันร่วงลงมาแรง ประกอบด้วย 1.กำลังการผลิต (Supply) ณ ปัจจุบันมีมากกว่าความต้องการใช้ (Demand) ค่อนข้างมาก, 2.แม้ว่าในการประชุมร่วมระหว่างกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อส่งออก (OPEC) และกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน (Non OPEC) จะมีมติปรับลดกำลังการผลิตตน้ำมันลง 1.2 ล้านตัน แบ่งเป็นกลุ่มOPEC 8 แสนตัน และรัฐเซีย 2 แสนตัน  แต่ในทางปฏิบัติยังมีมีข้อสรุปจากกลุ่ม OPEC อย่างเป็นรูปธรรมว่าประเทศใดจะปรับลดกำลังการผลิตเท่าไหร่ และ 3.แนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันในตลาดโลกเริ่มชะลอตัวลงตามภาพเศรษฐกิจ

“เฉพาะเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2561 ราคาน้ำมันดิบราคาน้ำมันดิบเบรนท์อ่อนตัวลงประมาณ 6% ซึ่งในระยะสั้นๆ จะเป็นประโยชน์ต่อหุ้นกลุ่มปั๊มน้ำมัน เนื่องจากราคาต้นทุนน้ำมันปรับตัวลดลงทันที แต่ขายหน้าปั๊มจะไม่สามารถปรับลดลงตามได้ทันที  แต่สุดท้ายประมาณ 1 สัปดาห์ก็จะปรับลดลงตามมา  แต่หากราคาน้ำมันดิบทรงตัวในแดนต่ำ จะเป็นประโยชน์ต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่นโดยตรงเนื่องจากจะมีส่วนต่างค่าการกลั่น และค่าพลังงานที่สูญเสียไปอย่างมีนัยสำคัญ” นักวิเคราะห์ กล่าว

งบ Q4/2561 กดดันระยะสั้น

นักวิเคราะห์ กล่าวถึงสาเหตุที่ราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นอ่อนตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง  เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2561 ของกลุ่มโรงกลั่นจะได้รับผลกระทบจาก “สต็อกล็อส” อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์ความเคลื่อนไหวราคาน้ำมันเฉลี่ยปี 2562 ไว้ระหว่าง 50-60 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อบาร์เรล ซึ่งจะต่ำกว่าความเคลื่นอไหวราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปี 2561 จะส่งผลให้ 1.ต้นทุนน้ำมันดิบปรับตัวลดลง, และ 2.ค่าพลังงานที่สูญเสียไประหว่างการกลั่นลดลง ขณะที่ค่าการกลั่นจะยังคงทรงตัวได้ในแดนสูง

เคาะ “ซื้อ” PTTGC  IRPC

ระยะสั้นฝ่ายวิเคราะห์ให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มโรงกลั่นที่ “เท่าตลาด” โดยคาดการณ์ว่า PTTGC จะเป็นหุ้นที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2561 ได้รับผลกระทบจากการขาดทุน “สต็อกล็อส” น้อยที่สุดเนื่องจากโครงสร้างธุรกิจเป็นปิโตรเคมี 70% มีโรงกลั่น 30% จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2562 ที่ 108 บาท  ขณะที่ระยะยาวมีแนวโน้มปรับน้ำหนักการลงทุนขึ้นเป็น “มากกว่าตลาด” โดยเลือก IRPC เป็น Top pick ของกลุ่มเนื่องจาก IRPC มีโครงการปรับปรุงคุณภาพการผลิตทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ  อีกทั้งยังมีสัดส่วนการกลั่นน้ำมันดีเซลสูงถึง 60% จึงจะได้รับประโยชน์จากมาตรการขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศที่กำหนดให้เรือขนส่งสินค้าใช้น้ำมันที่มีค่ากัมถันต่ำกว่า 5% การแก้ปัญหาระยะสั้นคือผู้ประกอบการเดินเรือต้องนำน้ำมันดีเซลไปเป็นส่วนผสม  จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2562 ที่ 8.60 บาท

TASCO ต้นทุนลด

นายสุรชัย ประมวลเจริญกิจ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO เป็นอีกบริษัทที่มีน้ำมันดิบเป็นต้นทุนการดำเนินงานสูงถึง 70-80% ดังนั้นหากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทรงตัวในระดับต่ำจะหนุนศักยภาพการทำกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ

พร้อมกันนี้คาดการณ์กำไรปี 2562 น่าจะอยู่ที่ 2,196 ล้านบาท เติบโต 136% เมื่อเทียบกับปี 2561 จากปริมาณการขายเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 1.8-1.9 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 12-19% เมื่อเทียบกับปี 2561 นอกจากนี้จะมีรายการพิเศษเงินจากการเคลมประกันที่จะทยอยชำระ 15-18 งวด ตามระยะเวลาก่อสร้างถังเก็บน้ำมันดิบใหม่ 15-18 เดือน ตามมีมูลค่าเสียหายรวม 345 ล้านบาท  ทั้งนี้คาดว่าเงินประกันงวดแรกจะสูงกว่างวดอื่น

นายสุรชัย คาดการณ์ว่าในปี 2562 ปริมาณการผลิต (Supply) ยางมะตอยในตลาดโลกจะลดลงประมาณ 9 แสนตันเนื่องจาก โรงกลั่นน้ำมันดิบชั้นนำ S-Oil และ Hyundai ในเกาหลีใต้อัพเกรดโรงกลั่นขึ้นไปผลิตน้ำมันเกรตที่ดีกว่าตั้งแต่ปี 2561 และในช่วงปลายปี 2562 โรงกลั่น SK Energy ก็จะอัพเกรดโรงกลั่นทำให้ยางมะตอยหายไปอีก 8-9 แสนตัน   หนุนให้ราคายางมะตอยในตลาดต่างประเทศยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องกว่า 2 ปี จึงคงคำแนะนำ “ทยอยสะสม” ราคาเป้าหมายปี 2562 ที่ 17 บาทมี Upside 11%