SISBมั่นใจทำถูกกฎ ลุยธุรกิจตามแผน เล็งบุกตลาดCLMV

ทันหุ้น –SISB มั่นใจทำถูกกฎเกณฑ์ก.ล.ต-ตลท. พร้อมจับตารอดูท่าที “จุติ ไกรฤกษ์” จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอีกหรือไม่ หลังล่าสุดศาลปกครองกลางยกฟ้องแล้ว หากภายใน 30 วันไม่ยื่น คดีเป็นที่สิ้นสุด พร้อมเดินหน้าธุรกิจตามแผน ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักเรียนมากกว่า 4,000 คน หรือราวปีละ 250 คน ภายใน 3-5 ปี และตั้งเป้ารายได้ปี 2562 โต 15-20% เล็งขยายตลาดไป CLMV ในอนาคต

นาย ยิว ฮอค โคว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB เปิดเผยว่า สำหรับล่าสุดที่ศาลปกครองกลางได้จำหน่ายคดีหรือศาลต้องยกฟ้อง กรณีที่ นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นฟ้องต่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือตลท. ในความผิดฐานกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาทั่วไปหรือ IPO ซึ่งศาลไม่รับฟ้องเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561

*ยืนยันทำตามกฎเกณฑ์

ซึ่งต้องรอดูว่านายจุติ ไกรฤกษ์ จะมีการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองกลางอีกหรือไม่ ภายในระยะเวลา 30 วัน นับจากวันที่ศาลไม่รับฟ้อง โดยหากไม่มีการยื่นอุทธรณ์ต่อ คดีดังกล่าวก็ถือเป็นที่สิ้นสุด ทั้งนี้การยื่นฟ้องของนายจุติ ไกรฤกษ์ ต่อก.ล.ต.และ ตลท. ไม่ได้ยื่นฟ้องต่อ SISB ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงซึ่งบริษัทยืนยันว่าทำทุกอย่างตามกฎเกณฑ์ทั้ง ก.ล.ต.และ ตลท. ตั้งแต่แรก ในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ส่วนสาระสำคัญการที่นายจุติ ไกรฤกษ์ ฟ้องเป็นเรื่องของการที่โรงเรียนเอกชนมีสิทธิพิเศษได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ และภาษีต่างๆ นั้น จากความช่วยเหลือด้านการศึกษาของภาครัฐบาลนั้น มองว่าโรงเรียนเข้าตลาดหลักทรัพย์มาระดมทุนเพื่อการขยายธุรกิจเช่นเดียวกับบางบริษัทรับสิทธิและประโยชน์ด้านภาษีอากร หรือได้รับการส่งเสริมการลงทุน( BOI) และการที่โรงเรียนเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นก็ถือเป็นอีกทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุน และในส่วนของผู้ถือหุ้นและผู้ปกครองก็มีความเข้าใจในบริษัท

*เดินหน้าธุรกิจตามแผน

อย่างไรก็ดี จากนี้บริษัทจะเดินหน้าแผนธุรกิจตามแผนงานที่วางไว้ โดยจะนำเงินระดมทุนที่ 1,299.06 ล้านบาท ไปชำระหนี้เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน ที่มีอยู่กว่า 600 ล้านบาท จะทำให้ปลอดภาระหนี้ จากปัจจุบันที่มีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 2.97 เท่า และจะลดภาระดอกเบี้ยจ่ายกว่า 30 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพการทำอัตรากำไรของบริษัท

ขณะเดียวกัน จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเติบโตในอนาคตได้อย่างดี โดยเฉพาะการพัฒนาเพื่อยกระดับการเป็นผู้ให้บริการการศึกษาที่มีมาตรฐานระดับสากล เพิ่มศักยภาพของนักเรียนให้ทัดเทียมระดับอินเตอร์ สำหรับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจของ SISB เพื่อมุ่งสู่การเป็นโรงเรียนนานาชาติชั้นนำในประเทศไทย และในภูมิภาค โดยมีแผนเพิ่มจำนวนนักเรียนทั้งหมดภายในกลุ่มให้มากกว่า 4,000 คนหรือราวปีละ 250 คน ภายใน 3-5 ปี จากปัจจุบันที่มีนักเรียนประมาณ 2,334 คน

*เล็งขยายไป CLMV

ขณะที่ในอนาคตบริษัทอาจจะขยายไปยังกลุ่มประเทศ CLMV และมีโอกาสย้ายไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นในปี 2562 กลยุทธ์ในการแข่งขันในด้านธุรกิจโรงเรียนจะเติบโตจากหลักสูตรที่โดดเด่นเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งบริษัทจะรักษาคุณภาพการศึกษาให้ได้มาตรฐาน อีกทั้งมีอัตราค่าเล่าเรียนในระดับที่เหมาะสม มีการปรับตัวทุกปี แต่ในอัตราที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับโรงเรียนนานาชาติอื่น อีกทั้งยังอุปกรณ์การเรียนการสอนและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันและทันสมัย การจัดการศึกษาแบบบองค์รวม  และมีบุคคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจโรงเรียน