ZIGAลุยแผนอัพกำลังผลิต เล็งเพิ่มมาร์จิ้น-บุกธุรกิจใหม่

ทันหุ้น – แม่ทัพหญิง ZIGA “วราลักษณ์ งามจิตรเจริญ” วางกลยุทธ์ธุรกิจปีหมูทอง ใส่เกียร์เพิ่มกำลังการผลิตอัพยอดขายพุ่ง คาดเริ่มไตรมาส 2/2562 ปลุกมาร์จิ้นฟื้นคืนชีพ พร้อมตั้งเป้ายอดขายแตะ1,000 ล้านบาท แย้มมีลุ้นธุรกิจใหม่ I-Retail ทำเงินได้ทันทีปีหน้า

นางสาววราลักษณ์ งามจิตรเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ZIGA ผู้ ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กโครงสร้างประเภท Pre-Zinc ภายใต้แบรนด์ “ZIGA” และรวมไปถึงท่อเหล็กร้อย สายไฟภายใต้แบรนด์ “DAIWA” เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายปี 2562 แตะ 1,000 ล้านบาท มาจากยอดขายเหล็กแบรนด์ ZIGA ราว 90% และเหล็กท่อร้อยสายไฟ DAIWA ราว 10% ส่วนช่องทางการจำหน่ายสินค้าบริษัทจะเร่งยอดขายที่ร่วมกับ บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน) หรือ DCC ซึ่งดำเนินการเปิดสาขาไปแล้ว 4 สาขา ได้แก่ สาขากระทิงลาย, สัตหีบ, พนมสารคาม และสาขาอรัญประเทศ และใช้งบลงทุนราวประมาณ 800,000-3,000,000 บาทต่อสาขา อนึ่ง 9 เดือนแรกของปี 2561 บริษัทมียอดขายแล้ว 624.45 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 37.84 ล้านบาท

อัพผลิตดันยอด

ขณะเดียวกันบริษัท คาดจะใช้แวร์เฮ้าส์พื้นที่ใหม่ได้ในไตรมาส 1/2562 ส่วนโรงงานใหม่คาดติดตั้งเครื่องจักรและพร้อมเดินเครื่องได้ในไตรมาส 2/2562 และบริษัทจะผลักดันให้ธุรกิจใหม่ I-Retail หรือการให้บริการออกแบบและพัฒนาเพื่อร้านค้าสำเร็จรูปให้มียอดขายเกิดขึ้นในปี 2562 อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ได้รวมยอดขายธุรกิจใหม่เข้ากับการตั้งเป้าหมายในปี 2562 เนื่องจากคาดว่าในปีแรกจะยังไม่มีนัยสำคัญมากขึ้น ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพาร์ทเนอร์เพื่อจะลงนามบันทึกข้อตกลง หรือ MOU เพื่อผลิตสินค้า I-Retail

หากบริษัทสามารถเดินเครื่องจักรโรงงานใหม่ได้ คาดจะเพิ่มกำลังการผลิตได้เป็น 120,000  ตันต่อปี จากปัจจุบันใช้กำลังการผลิตไม่ถึง 60,000 ตันต่อปี สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็กในปี 2562 บริษัทจะเน้นเจาะกลุ่มมากขึ้น หรือทำให้ลูกค้ารู้จักสินค้าของบริษัทมากขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทคาดยอดขายเหล็กท่อร้อยสายไฟ DAIWA ปี 2562 มีโอกาสจะปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทจะขยายลูกค้าไปในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม มอเตอร์เวย์ จากที่ผ่านมาบริษัทมีฐานลูกค้าหลักคือกลุ่มคอนโดมิเนียม ซึ่งมีทิศทางชะลอตัวลง

เล็งเป้าเพิ่มมาร์จิ้น

อีกทั้งบริษัทได้เจาะกลุ่มลูกค้า เพื่อปรับโครงสร้างในการจำหน่ายสินค้า โดยศึกษาสินค้าที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด เพื่อพยายามผลักดันยอดขายและเพิ่มมาร์จิ้นให้กับบริษัท ทั้งนี้บริษัทคาดอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปี 2562 จะกลับมาสู่ระดับปกติ หรือมีมาร์จิ้นเป็นตัวเลข 2 หลัก

นางสาววราลักษณ์ กล่าวต่อว่า บริษัทคาดการเลือกตั้งในปี 2562 จะส่งผลในเชิงบวกให้กับยอดขาย เพราะบริษัทคาดว่าจะเกิดการลงทุน โดยเฉพาะในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC มากขึ้น รวมไปถึงการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งจำเป็นต้องใช้เต้นท์เป็นส่วนประกอบสถานที่เลือกตั้ง