กลุ่มแบงก์รับอานิสงส์ดบ.ขึ้น ชูBBL-KBANKเด่นสะดุดตา

ทันหุ้น-เจาะธุรกิจดาวเด่นปี 2562 โบรกให้กลุ่มแบงก์รับอานิสงส์บวกตามยุคดอกเบี้ยขาขึ้น ประเมินสินเชื่อสุทธิปี 2562 โต 6% โดยเฉพาะสินเชื่อรายใหญ่ที่เชื่อมกับโครงการภาครัฐ เผยดอกเบี้ยขยับขึ้นหนุนกำไรกลุ่มโต โดยเฉพาะแบงก์ใหญ่ ชู BBL-KBANK เป็น Top pick ของกลุ่ม เป้าหมาย 233 บาท และ 251 บาท ตามลำดับ

นางสาวอุษณีย์ ลิ่วรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดการณ์สินเชื่อปี 2562 เติบโต 6% ต่อเนื่องจากปี 2561 ที่คาดว่าจะเติบโต 4.9% โดยธนาคารขนาดใหญ่จะได้รับอานิสงส์จากการลงทุนภายในประเทศ ส่วนธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็กน่าจะเติบโตช้าลง เนื่องจากปีนี้รับปัจจจัยบวกไปมากแล้ว

แบงก์ใหญ่รับอานิสงส์

ขณะที่ส่วนต่างระหว่างรายได้ดอกเบี้ยจากการปล่อยกู้และรายจ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ฝากเงิน (NIM) ในปีหน้าจะปรับตัวขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยคาดว่าหากอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นในปีหน้า ธนาคารจะมีการปรับดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ขึ้น ซึ่งพบว่าทุกครั้งที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% จะทำให้กำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้น 0.8%

ทั้งนี้ ประเมินว่าปี 2562 กลุ่มธนาคารจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 216,214 ล้านบาท ซึ่งหากอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้น กำไรจะอยู่ที่ 217,946 ล้านบาท โดยธนาคารขนาดใหญ่จะได้ประโยชน์มากที่สุด เนื่องจาก 50% ของพอร์ตสินเชื่อเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว ขณะที่ธนาคารขนาดกลาง ขนาดเล็ก และกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อจะเสียประโยชน์ เนื่องจากต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น

สำหรับ NPL คาดว่ายังเป็นทิศทางที่ประคองตัวจากปีนี้ โดยคาดสัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวม ณ สิ้นปี 2561-2562 ที่ 3.2% ส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคาร (Coverage Ratio) คาดว่าเพิ่มขึ้นเป็น 152% จาก 150% ในปีนี้ เนื่องจาก ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB นำรายได้พิเศษจาการขายเงินลงทุนใน บลจ.ทหารไทย ไปตั้งสำรองเพื่อรองรับเกณฑ์มาตรฐานบัญชีใหม่ (IFRS9)

ส่วนไตรมาส 4/2561 คาดว่ากำไรจะติดลบประมาณ 17% จากไตรมาส 3/2561 จากฐานสูงเนื่องจาก TMB มีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนใน บลจ.ทหารไทย กว่า 10,000 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนยังเติบโต 10%

ส่องดาวเด่นกลุ่มแบงก์

ทั้งนี้ Top picks ของกลุ่มเลือก ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เนื่องจากเป็นธนาคารที่ได้ข้อได้เปรียบจากสินเชื่อรายใหญ่ซึ่งจะเติบโตดีจากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ประกอบกับมีพันธมิตรในส่วนของบริษัทประกันภัย คือ AIA เข้ามาสนับสนุนให้ค่าธรรมเนียมจากการขายประกันผ่านสาขาปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งราคาหุ้นปัจจุบันยังอยู่ที่ Fair value และมีอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทนเกือบ 4% ราคาเป้าหมาย ปี 2562 ที่ 233 บาท

และ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันยัง laggard เมื่อเทียบกับธนาคารขนาดใหญ่อื่นๆ ซึ่งมองว่าราคาหุ้นรับรู้ปัจจัยลบหมดแล้ว ประกอบกับคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารปรับตัวดีขึ้นจากการตั้งสำรอง และอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทนเกือบ 3% ราคาเป้าหมาย ปี 2562 ที่ 251 บาท

บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ภาพรวมสินเชื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ของ 9 ธนาคารที่ศึกษาพบว่าขยายตัว 0.8% จากเดือนก่อนหน้า และ 4.2% จากต้นปีถึงปัจจุบัน โดยความต้องการสินเชื่อหลักมาจากสินเชื่อรายย่อยทุกประเภท ทั้งสินเชื่อที่อยู่อาศัย เช่าซื้อรถยนต์ และบัตรเครดิต จากการเข้าสู่เทศกาลจับจ่ายใช้สอยปลายปี รวมถึง สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อเอสเอ็มอีที่พิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

สินเชื่อเดือนธ.ค.โตต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สินเชื่อขยายตัวทุกธนาคาร นำโดย TMB เพิ่มขึ้น 2.2% จากเดือนก่อนหน้า จากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อที่อยู่อาศัย ตามด้วย BBL และ KBANK เพิ่มขึ้น 1.0% จากเดือนก่อนหน้า จาการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน โดยคาดว่าสินเชื่อเดือนธันวาคม 2561 จะดีต่อเนื่อง หนุนให้ภาพรวมสินเชื่อไตรมาส 4/2561 สดใส

โดยคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคาร “มากกว่าตลาด” สำหรับภาพรวมปี 2562 ฝ่ายวิเคราะห์ชอบกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ เลือกธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB และ BBL เป็น Top pick เพราะสินเชื่อได้รับอานิสงส์จากการลงทุนขนาดใหญ่ อัตราดอกเบี้ยนโยบายขาขึ้นเป็นบวกต่อ NIM และคาดว่า Cost to income ratio กำลังผ่านพ้นจุดสูงสุดในไตรมาส 4/2561 หลัง SCB เสร็จสิ้นแผนลงทุน IT ภายใต้โครงการ SCB Transformation