KTBลั่นตรึงดอกเบี้ย ไม่หวั่นเงินไหลออก

ทันหุ้น – บิ๊ก  KTB สั่งตรึงดอกเบี้ยตลอดครึ่งปีแรกสวนแบงก์ออมสินที่ขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว ชี้ไม่หวั่นภาวะเงินไหลออก เหตุสภาพคล่องเพียงพอ และต้องการปล่อยสินเชื่อ แต่มีลุ้นขึ้นดอกเบี้ยครึ่งปีหลัง ด้านโบรกใจจดจ่อชี้ KTB ได้รับอานิสงส์สูงสุดหากขึ้นดอกเบี้ย เหตุสัดส่วนสินเชื่อลอยตัวสูง เคาะ “ซื้อ” เป้าปีหน้า 22.60 บาท คาดปันผลสูงถึง 4.2%

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB กล่าวยืนยันว่า ธนาคารกรุงไทย จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทุกประเภท แม้ธนาคารออมสินจะนำร่องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำทุกประเภทที่ 0.25% หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขึ้นมาอยู่ที่ 1.75%  เนื่องจากธนาคารยังมีสภาพคล่องในระบบเพียงพอรองรับการทำธุรกรรมด้านต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของธนาคารก็ยังคงทรงตัว ทั้งนี้ธนาคารยังคงติดตามมติ กนง. อย่างใกล้ชิด หากมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยบางประเภทตาม

นายผยง ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2562 จะยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา กับจีน, สถานการณ์การเมืองในยุโรป, รวมถึงการเลือกตั้งในหลายประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศและการแข่งขันของภาคเอกชนไทย

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะยังขยายตัวได้ต่อเนื่องตามการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล และการลงทุนของภาคเอกชน ส่วนการบริโภคภาคครัวเรือนก็น่าจะยังคงขยายตัวได้ แต่คาดว่ารัฐบาลน่าจะยังคงต้องดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากด้านต่างๆ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างต่อเนื่อง

“เรายังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 47 bps (0.47%) แม้ว่าอาจเผชิญภาวะเงินไหลออกบ้าง แต่ไม่น่าจะกระทบสภาพคล่องในระบบที่ยังมีอยู่ เพื่อช่วยผู้ประกอบการรวมถึงประชาชนซึ่งยังคงต้องการสินเชื่อไปลงทุน เพราะกลไกขับเคลื่อนเศษฐกิจไทยก็น่าจะเป็นการลงทุนจากภาครัฐบาลและเอกชนเป็นหลัก อย่างที่เราทราบกันเศรษฐกิจโลกยังคงผันผวนอยู่มาก คาดว่าแบงก์ชาติเองก็น่าจะยังติดตามภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด  ทั้งนี้กลุ่มธนาคารพาณิชย์น่าจะเริ่มปรับอัตราดอกเบี้ยกันช่วงครึ่งหลังของปี เพราะภาวะกดดันหลายๆ ปัจจัยน่าจะชัดเจนขึ้น” นายผยง กล่าว

ทั้งนี้ธนาคารจะเตรียมสำรองเงินสดสำหรับให้บริการในสาขาและเครื่องเอทีเอ็ม (ATM) ทั่วประเทศในช่วงหยุดยาว 4 วันที่จะถึงนี้ (29 ธ.ค.61- 1 ม.ค.62) ประมาณ 3,000 ล้านบาทเพื่อบริการประชาชนระหว่างการเดินทาง

เคาะ “ซื้อ” เป้า 22.6 บาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB มีอัตราส่วนเงินฝากต่อสินเชื่อ (LDR) สูงถึง 92% โดยสัดส่วนสินเชื่อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้ารายย่อย  และสินเชื่อตามโครงการภาครัฐบาล ดังนั้นหากมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ (MRR) จะส่งผลต่อฐานรายได้ทันที

อย่างไรก็ตาม KTB มีแผนปรับลดสาขาลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการเดินหน้าพัฒนาระบบ IT ต่อเนื่อง 1-2 ปี เพื่อรองรับพฤติกรรมการทำธุรกรรมของลูกค้า จึงจะยังคงมีภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในอนาคตเพิ่มขึ้น

“กรุงไทยมีฐานสินเชื่อลอยตัวในระบบในสัดส่วนที่สูง ถ้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็จะมีผลต่อรายได้ ณ สิ้นไตรมาสนั้นๆ ทันที ซึ่งถือว่าได้เปรียบธนาคารขนาดใหญ่ด้วยกัน  แต่ปัจจุบันธนาคารอยู่ระหว่างการลงทุนในระบบ IT เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมลูกค้า โดยธนาคารวางงบลงทุนในระบบ IT ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าไว้ปีละมากกว่า 12,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยตัดจำหน่ายทำให้ Cost-to-income ratio เพิ่มขึ้น” นักวิเคราะห์ กล่าว

ขณะเดียวกัน KTB จะมีเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันในคดีที่ศาลสั่งให้บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ AQ ชำระคืนหนี้ KTB ราว 1 หมื่นล้านบาท ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า KTB จะสามารถบันทึกเงินที่ตั้งสำรองหนี้ส่วนดังกล่าว (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) กลับเข้ามาในระบบ (Write-back) ได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 ซึ่งจะทำให้สำรองหนี้ในส่วนที่คงค้างเป็น NPL อยู่ (คาดว่าราว 6 พันล้านบาท) ลดลงซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อการตั้งสำรองหนี้ในอนาคต จึงคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2562 ที่ 22.60 บาท คาดอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 4.2%