โผหุ้นลุ้นวินโดว์เดรสซิ่ง พุ่งเป้า2บิ๊กCPALL–AOT

ทันหุ้น – กูรประเมินโอกาสลุ้น Window Dressing ริบหรี่ แต่ยังมีเม็ดเงินกองทุน LTF หนุนกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ส่งท้ายสิ้นปี หนุนดัชนี SET พลิกกลับมายืนเหนือ 1,600 จุด พร้อมเปิดโผหุ้นดีพื้นฐานเด่น กูรูเทเสียงความนิยม CPALL – AOT  แต่เลี่ยงพลังงาน

นายสุโชติ ถิรวรรณรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ด้วยสภาวะตลาดหุ้นที่ค่อนข้างผันผวนในเชิงลบ ส่งผลให้ทางฝ่ายประเมินว่าโอกาสเกิด Window Dressing ยังมีแต่อาจไม่แรงนัก เนื่องจากจาดสถิติย้อนหลังของทางฝ่ายพบว่าในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นปีกลุ่มนักลงทุนต่างชาติเริ่มลดลง แต่ยังมีแรงสนับสนุนจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เข้ามาช่วยผลักดันตลาดหุ้นไทยได้และในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่บางตัวเท่านั้น

*หวังLTFดันดัชนีแตะ1600จุด

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นแรงเทขายในกลุ่มหุ้นพลังงานออกมาจำนวนมาก จากปัจจัยกดดันในเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทางฝ่ายมองว่าเม็ดเงินจากกองทุนอาจจะมีการหลีกเลี่ยงในหุ้นกลุ่มพลังงาน เนื่องจากยังคงเป็นกลุ่มที่ดูมีความเสี่ยงในการลงทุนอยู่ นอกจากนี้ ทางฝ่ายเชื่อว่าทางกองทุนอาจหลีกเลี่ยงการลงทุนในกลุ่มหุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจโลกรวมถึงการส่งออก เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม หากมีการทำ Window Dressing หุ้นขนาดใหญ่ที่มีโอกาสจะเห็นแรงซื้อจากการทำ Window Dressing ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK ด้วยความน่าสนใจจากราคาหุ้นที่ปรับตัวลงแรงในช่วงก่อนหน้า, กลุ่มค้าปลีก CPALL, กลุ่มการท่องเที่ยว AOT และกลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM เป็นต้น โดยกลุ่มหุ้นที่กล่าวมาข้างต้นเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยทางพื้นฐานธุรกิจที่ดี อิงการเติบโตภายในประเทศเป็นหลัก ทั้งนี้ ทางฝ่ายมีความคาดหวังว่าหากเกิด Window Dressing จะเป็นแรงหนุนให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยกลับมายืนที่เหนือ 1,600 จุดได้

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซียไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดปี 2561 นี้ อาจไม่เกิด Window Dressing จากนักลงทุนสถาบัน เนื่องจากสถิติ 5 ปีย้อนหลัง ช่วงไตรมาส 4 ของทุกปี มีโอกาสเกิด Window Dressing น้อยมาก เนื่องจากเป็นช่วงที่ SET และ SET50 มักปรับตัวขึ้นได้ดีจากแรงหนุนของเงินจากกองทุน LTF แต่ด้วยรอบนี้ค่อนข้างคล้ายปี 2559 ที่ SET และ SET50 อ่อนตัวลงตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม และกองทุนเป็นผู้ขายสุทธิ ซึ่ง SET และ SET50 เคลื่อนไหวทรงตัว ก่อนจะไปขึ้นใน 2 สัปดาห์แรกหลังปีใหม่ราว 3% และคาดว่ารอบนี้ตลาดหุ้นไทยจะคล้ายกับปี 2559 เพราะช่วงนี้ตลาดโลกผันผวนจึงไม่จำเป็นที่กองทุนจะต้องเร่งซื้อ อย่างไรก็ตาม หากมีการทำ Window Dressing หุ้นขนาดใหญ่ที่จะมีแรงซื้อจากการทำ Window Dressing คือ SCC – AOT – BBL และ CPALL เป็นต้น

*แบไต๋CPALL-AOT

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า คาดว่า CPALL จะได้รับผลดีจากการเข้าสู่ช่วงเทศกาลปลายปี หลังจากที่ทำกำไรไตรมาส 3/2561 ได้มากกว่าที่ตลาดและฝ่ายวิเคราะห์คาดไว้ที่ 6.5% โดยได้รับผลดีจากการบริหารสินค้าที่มาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดไว้และลดสินค้ามาร์จิ้นต่ำลง บริหาร Distribution Center ได้ดีขึ้น บริษัทลูก MAKRO เริ่มฟื้นตัวจากเดิมที่คาดว่าจะอ่อนตัว ราคาสินค้าอาหารสดหมูไก่อยู่ในแนวโน้มดีขึ้น การขยายสาขาเป็นไปตามแผน ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรปี 2561 ที่ 20.9 พันล้านบาท  และขยายเข้าสู่ธุรกิจ logistics ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตตามธุรกิจ e-commerce ที่ขยายตัวสูง 10 – 15% ต่อปี รวมถึงการพัฒนามหาวิทยาลัยในจีน ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”  ราคาเป้าหมายที่ 85 บาท

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า สำหรับ AOT ด้วยปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวหลักของรัฐบาลทั้ง 1) โครงการ Amazing Thailand Grand Sale “Passport Privileges” ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 ถึง 15 มกราคม 2562 รวมทั้งการเปิดให้บริการพื้นที่พิเศษเพิ่มเติมแก่นักท่องเที่ยวในการคืนภาษี (VAT Refund) ในพื้นที่ย่านแหล่งท่องเที่ยว หรือ ห้างสรรพสินค้า และ 2) มาตรการยกเลิกค่าธรรมเนียมวีซ่านักท่องเที่ยว (Visa On Arrival : VOA) กับ 21 ประเทศ (รวมประเทศจีน) ในระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2561 ถึง 31 มกราคม 2562 คาดมาตรการดังกล่าวยังส่งผลให้ตัวเลขสถิติการบินของ AOT จะยังโตสดใส หนุนให้ปี 2561/62 คาด AOT จะมีกำไรสุทธิ 29,013 ล้านบาท เติบโต 15.3% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน อีกทั้งด้วยราคาหุ้นมี Upside 16.9% จากมูลค่าพื้นฐานใหม่ปี 2561/62 (สิ้นสุด ก.ย. 62) ที่ 74.5 บาท จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”