‘CK’แบ๊กล๊อกจ่อพุ่งเท่าตัว กวาด6หมื่นล.ไฮสปีดเทรน

ทันหุ้น – CK คว้างานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดันแบ๊กล๊อกพุ่งเท่าตัว จากปัจจุบันทำได้ 55,000 ล้านบาท เดินเกมลุยประมูลงานปี 2562 มากกว่า 1.3 ล้านล้านบาท ดันรายได้โตต่อเนื่อง เคาะราคาเหมาะสม 34.50 บาท

นายประสิทธิ์ รัตนกิจกมล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจของ”บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK”ภายในปี 2562นั้นจะมีการเข้าร่วมประมูลงานอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมูลค่างานในมือ(Backlog) แตะระดับ 55,000 ล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าจะทยอยรับรู้เป็นรายได้จนถึงปี 2563 หรือรับรู้เป็นรายได้ ไตรมาสละ 8,000 ล้านบาท

คว้าไฮสปีดเทรน

นอกจากนี้ล่าสุดบริษัทร่วมทุนได้รับคัดเลือกดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แต่ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ในการเข้าร่วมประมูลดังกล่าวภายใต้กิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร ประกอบด้วย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด (ประเทศไทย), บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD, China Railway Construction Corporation Limited (สาธารณรัฐประชาชนจีน), บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM โดย CK ถือหุ้น 5%

แบ๊กล็อกเพิ่มเท่าตัว

นายประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวจะมีงานก่อสร้างรถไฟฟ้าราว 120,000 ล้านบาท และมีการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ที่บริเวณสถานีมักกะสัน มูลค่าราว 40,000 ล้านบาท ทำให้โดยรวมแล้วงานก่อสร้างอยู่ที่ราว 160,000 ล้านบาทแต่งานก่อสร้างดังกล่าวอาจจะแบ่งการรับงานให้แก่พันธมิตรทั้งหมด ซึ่งหากแบ่งงานในสัดส่วนใกล้เคียงกัน คาดว่า CK จะได้รับงานราว 50,000-60,000 ล้านบาท จะหนุนให้ CK มี Backlog เพิ่มเท่าตัว ทั้งนี้โครงการ คาดจะสรุปในช่วงกลางเดือนมกราคม 2562 และส่งสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดก่อนจะนำเสนอครม.และลงนามในสัญญาได้ภายใน 31 มกราคม 2562 ตามกำหนดการ

นอกจากนี้ ในปี 2562 ยังจะมีงานออกมาประมูลจำนวนมาก รวมถึงงานที่ค้างมาจากปี 2561 นี้ มูลค่ากว่า 1.3 ล้านล้านบาท เช่นโครงการสนามบินอู่ตะเภา ,งานโครงการรถไฟฟ้าทางคู่เฟส 2,ทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอก,โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) และรถไฟฟ้าสายสีส้มด้านตะวันตก ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์​​ เป็นต้น โดยที่ผ่านมาบริษัทมีสัดส่วนการชนะประมูลราว 20%

กำไรฟื้น-เป้า34.50บาท

อย่างไรก็ดีคาดว่าปีหน้าบริษัทจะได้รับงานใหม่ราว 60,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมีรายได้ราวใกล้เคียงปีนี้ที่ 3.1 หมื่นล้านบาท แต่กำไรสุทธิอาจจะลดลง อยู่ที่ 1.93 พันล้านบาท เนื่องจากปี 2562 จะไม่มีกำไรส่วนเพิ่มจากบริษัทลูก แต่ทั้งนี้การที่ปีหน้าบริษัทจะมีโอกาสได้รับงานใหม่ อย่างมาก จะส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2563 กลับมาเติบโต ประเมินราคาเหมาะสมที่ 34.50 บาท ซึ่งประเมิน Fair Value ด้วยวิธีSum of the Par

รับทรัพย์บริษัทลูก 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) ระบุถึง CK ว่าในระยะสั้นคาดได้รับปัจจัยหนุนจากผลการประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งทางการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2561 หลังกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด (70%) และพันธมิตร (China Railway Construction และ BEM สัดส่วนอย่างละ 10% ที่เหลือเป็น CK และ ITD ถือในสัดส่วนเท่ากันที่ 5%) เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (วงเงินที่รัฐบาลอุดหนุน กำหนดไว้ไม่เกิน 1.19 แสนล้านบาท)

แม้ในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากงานประมูลที่ล่าช้า และทำให้รายได้งานก่อสร้างชะลอตัว เนื่องจากเป็นการรับรู้รายได้จาก Backlog เดิม ที่บางโครงการอยู่ในช่วงเริ่มต้นงานก่อสร้าง ทำให้สัดส่วนรับรู้รายได้ยังไม่มาก แต่ CK ได้รับประโยชน์จากบริษัทที่ร่วมทุน ส่งผลให้กำไรสุทธิยังอยู่ในระดับที่ดี คาดกำไรสุทธิปี 2561 อยู่ที่ 1,943 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปี 2560 และคาดเพิ่มขึ้น 4.5% ในปี 2562 คาดอยู่ที่ 2,031 ล้านบาท

เดินหน้าคว้างานอื้อ

อย่างไรก็ดีคาด Backlog สิ้นปี 2561 ประมาณ 47,400 ล้านบาท ยังเพียงพอต่อการรับรู้รายได้งานก่อสร้างปี 2562 ประมาณ 31,448 ล้านบาท เติบโต5% จากประมาณการปี 2561 ขณะที่คาด CK มีโอกาสได้รับงานใหม่เข้ามาจากโครงการต่างๆ ที่ทยอยเปิดประมูลนับจากปลายไตรมาส 3/2561 เป็นต้นไป พร้อมคาดอยู่ในช่วงที่ CK เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ต่อเนื่องจากบริษัทร่วมทุน หลังปรับโครงสร้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเมินราคาเป้าหมายปี 2562 ที่ 32.50 บาท อิง PBV ที่ 2.0 เท่า (ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยช่วง 3 ปีที่ผ่านมา)