MTLพร้อมรับมือยุคดิสรัปชั่น เน้นผลิตสินค้าสนองรายคน

ทันหุ้น-เมืองไทยประกันชีวิต ปรับตัวรับยุคดิสรัปชั่น ด้านผู้บริหารเผยลงทุนสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าแบบเฉพาะตัว พร้อมเสริมแกร่งด้านบริการให้แนะนำได้มากกว่าสินค้าประกันชีวิต รวมถึงกองทุนรวมด้วย เพื่อขยายฐานกลุ่มWealth

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL กล่าวถึงการออกแผนประกันภัยในอนาคตต่อจากนี้จะมีความเป็นเฉพาะรายบุคคลมากขึ้น เพื่อสนองตอบความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ต่างจากอดีตที่สินค้าส่วนใหญ่ออกแบบมาเน้นซื้อง่ายขายคล่อง ไม่ได้เน้นถึงความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง ดังจะเห็นได้จากแผน เบาหวาน เบทเทอร์แคร์ ที่ใกล้จะพ้นโครงการทดลองและออกขายสู่ประชาชนทั่วไปที่มีความต้องการมากขึ้นด้วย

นอกจากนี้การเกิดขึ้นของยุคดิสรัปชั่นนี้ยังเปลี่ยนพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า ภาคธุรกิจเองต้องปรับตัวตามเพื่อความอยู่รอด ดังเช่น เมืองไทยประกันชีวิต ที่ไม่เพียงทุ่มงบลงทุนด้านเทคโนโลยีเสริมแกร่ง ยังเปิด ฟูเชีย อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ (Fuchsia Innovation Center) หน่วยงานที่เป็นสมองขององค์กร คิดค้นนวัตกรรมซึ่งไม่ได้จำกัดแค่ประกันชีวิต หากยังรวมถึงนวัตกรรมด้านบริการ เป็นต้น

และสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากการปรับตัวเพื่อรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุคดิจิตอลนี้คือ การเปิดโอกาสนำเสนอสินค้าที่ไม้ได้มีแค่ประกันภัยอย่างเดียวเท่านั้น หากยังนำเสนอสินค้ากองทุนรวมเพิ่มเติมด้วย อันเห็นได้ชัดจากการที่บริษัทเข้าร่วมโครงการ 5 ขั้นมั่นใจลงทุนผู้ให้บริการออกแบบการลงทุนจากสำนักงาน ก.ล.ต. สามารถให้คำแนะนำการจัดพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation) และวางแผนทางการเงินแก่ประชาชนทั่วไปในทุกระดับ

นายสาระ บอกว่า ลูกค้าอาจไม่ได้ต้องการแค่ความคุ้มครองชีวิต และสุขภาพเท่านั้น แต่อาจมองหาโอกาสในเรื่องของผลตอบแทน การสร้างเงินให้งอกเงยด้วย ซึ่งแผน 5 ขั้นมั่นใจลงทุนทำให้เมืองไทยประกันชีวิตสามารถแนะนำการลงทุนในกองทุนรวมได้

อย่างไรก็ตามบริษัทมีผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุนหรือ ยูนิตลิงค์ ซึ่งมีทั้งความคุ้มครอง พร้อมกับเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวมด้วย โดยลูกค้าสามารถเลือกกองทุนรวมที่บริษัทระบุไว้ตามแต่ความเสี่ยงที่รับไหว โดย ยูนิตลิงค์ ที่บริษัทนำเสนอมี 2 แบบ mDesign และ mOne

โดย mDesign แบบประกันที่มีความยืดหยุ่นเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถออกแบบเป้าหมายชีวิตที่สอดคล้องกับความต้องการ ความคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี ชำระเบี้ยประกันแบบรายงวด ขณะที่แบบประกันภัย mOne ลักษณะเด่นคือการชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว ความคุ้มครองถึง 99 ปี ทั้งสองแบบนั้นสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

นอกจากนนี้ยังมีสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ อีลิท เฮลท์ ที่คุ้มครองทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก รับค่ารักษาพยาบาล สูงสุดถึง100ล้านบาทต่อปี โดยขึ้นอยู่กับแผนที่เลือก ซึ่ง นายสาระ บอกว่า เป็นการตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการทางเลือกในการรักษาพยาบาลหลากหลาย ไม่จำกัดแค่โรงพยาบาลในประเทศไทยเท่านั้น

อีกประการที่เห็นได้ชัดในวันนี้คือ เมืองไทยประกันชีวิต กำลังเจาะฐานลูกค้ากลุ่มWealth ให้มากขึ้น ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่เพียงมีอำนาจใช้จ่ายหากยังมีความต้องการเฉพาะเจาะจง ดังนั้นการนำเสนอแค่สินค้าประกันภัยอย่างเดียวคงไม่ครอบคลุมแน่ จึงได้เพิ่มบริการด้านการลงทุนเข้าไปช่วยเสริมแกร่งให้ด้วย